
ด.ต.โสภณคนขับรถผกก.สมเพียรเสียชีวิตแล้ว
ด.ต.โสภณ อินทรบวร คนขับรถผู้กำกับสมเพียรเสียชีวิตแล้ว ที่ รพ.ศูนย์ยะลา ในหลวง-ราชินี ทรงห่วงเจ้าหน้าที่ใต้ ทรงมอบองคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ในการนำสิ่งของพระราชทานเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัคร ที่ประสบเหตุความไม่สงบ พร้อมระบุทั้งสองพระองค์ทรงสล
จากกรณีคนร้ายลอบกดระเบิดใส่รถยนต์ของพันตำรวจเอกสมเพียร เอกสมญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบันนังสตา จังหวัดยะลา ทำให้ พันตำรวจเอกสมเพียร เอกสมญา ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตที่ รพ.ศูนย์ยะลา นอกจากนั้น ยังมีลูกน้องอีก 3 คน ได้รับบาดเจ็บหัส เหตุเกิดในพื้นที่ ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 53 เวลา 14.28 น. มีรายงานข่าวจากโรงพยาบาลศูนย์ยะลา แจ้งว่า ดาบตำรวจ โสภณ อินทรบวร ซึ่งเป็นพลขับของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบันนังสตา ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอ ซี ยู ได้เสียชีวิตลงแล้ว
ในหลวง-ราชินี ”ทรงห่วงเจ้าหน้าที่ชายแดนใต้
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 53 เวลา 12.30 น. ที่ โรงพยาบาลศูนย์ยะลา นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ได้อัญเชิญสิ่งของพระราชทานเยี่ยม จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มามอบเพื่อเยี่ยมอาการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบันนังสตา และอาสารักษาดินแดนอำเภอบันนังสตา ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา บนถนนภายในหมู่บ้าน บ้านทับช้าง หมู่ 2 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา
โดยมี พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชษฐ์ ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ
โดยนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ได้ไปยังห้องผู้ป่วยไอซียู ของโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เพื่อเข้าเยี่ยมอาการของ ดาบตำรวจ โสภณ อินทรบวร และสิบตำรวจโท ระวิกร สังข์ศิริ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบันนังสตา ซึ่งทั้งสองนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู
พร้อมทั้งได้เดินทางไปยังตึกยี่เกียว เพื่อเยี่ยมอาการบาดเจ็บของ ร้อยตำรวจโท กิตติศักดิ์ โลมา และนายอับดุลอาซิ กาจะลากี อาสารักษาดินแดนอำเภอบันนังสตา ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกัน พร้อมทั้งได้สอบถามถึงอาการบาดเจ็บ จากคณะแพทย์โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ถึงอาการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 นาย
นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี กล่าวว่า ที่ได้เดินทางมาในครั้งนี้ ได้รับพระราชกระแสรับสั่งโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทั้ง 2 พระองค์ ที่ทรงมีความห่วงใย ทหาร ตำรวจ พลเรือน อาสาสมัครทุกคนที่ทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสี่ยงต่อภัยอันตรายต่าง ๆ จากการปะทะ การต่อสู้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ พร้อม ๆ กับ ผู้กำกับสมเพียร ซึ่งบางคนก็สาหัส บางคนก็บาดเจ็บธรรมดา โดยทั้งสองพระองค์ ได้มีพระราชกระแสรับสั่งให้รีบลงมาดู มาเยี่ยม มาสำรวจตรวจสอบว่า มีพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง บุตร ภรรยา กี่คน เพื่อจะได้พระราชทานความช่วยเหลือในคราวต่อไป
โดยในครั้งนี้ก็ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์มามอบให้กับผู้บาดเจ็บทุกคน เพื่อช่วยในการรักษาตัวด้วย นอกเหนือจากที่ทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างดีจากทางราชการแล้ว พร้อมกันนี้ ทั้ง 2 พระองค์ ยังทรงรับสั่งให้มาดูแลทุกคนให้ดี กำชับให้ แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของทุกคนให้เอาใจใส่ทุกข์สุขผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำรวจ ทหาร และข้าราชการพลเรือนทุกฝ่ายที่ทำงานในป้องกันปราบปรามการก่อการร้าย และการดูแลประชาชน
“ในส่วนของผู้กำกับสมเพียร ที่เสียชีวิต ทั้งสองพระองค์ ทรงสลดพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งได้ทรงทราบว่า ผู้กำกับสมเพียร อยากจะขอพระราชทานพระราชวโรกาสเข้าเฝ้า แต่ก็ไม่มีโอกาส จนกระทั่งเสียชีวิต ซึ่งทั้งสองพระองค์ ทรงให้กำลังใจครอบครัวของผู้กำกับสมเพียร และกำลังพลต่าง ๆ อย่างเต็มที่ ทุกคนก็ทราบกันดีว่า พระองค์ทรงห่วงพวกเราทุกคน และในงานพระราชทานเพลิงศพของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบันนังสตานั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จแทนพระองค์มาเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ” องค์มนตรี กล่าว
ด้าน นางลัคนาวดี อินทรบวร และ นางสุชม โรจนพาพงษ์ พี่สาวของ ด.ต.โสภณ อินทรบวร กล่าวด้วยความซาบซึ้งว่า ครอบครัวของตนเอง รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นอย่างยิ่ง ที่ทั้งสองพระองค์ ทรงมีน้ำพระราชหฤทัย และเมตตาต่อครอบครัวของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ซึ่งทางครอบครัวคิดไว้เสมอว่า เหตุการณ์อย่างนี้ต้องเกิดขึ้นกับครัวครัวเนื่องจากน้องชายเลือกที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทำหน้าที่ในการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์รักษาบ้านเมือง ซึ่งน้ำพระราชหฤทัยของทั้งสองพระองค์ที่มีต่อครอบครัวในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้



