
เอเชี่ยนสปอร์ตคองเกรส บายไลท์ ศ.เจริญ วรรธนะสิน
ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่กรุงปักกิ่ง มีนักกีฬาจาก 204 ชาติเข้าร่วมการแข่งขัน จากจำนวนนั้นมีชาติที่แข่งขันจนได้เหรียญเพียง 81 ประเทศ อีก 123 ชาติไม่ได้รับเหรียญรางวัลใดๆ เลย ได้แต่ยึดคำปลอบใจของมองสิเออร์คูเบอร์แตงที่บอกว่า แพ้ชนะไม่สำค
ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ มีชาติเข้าร่วมการแข่งขัน 46 ชาติ มีประเทศที่ได้เหรียญทอง 26 ชาติ 8 ชาติได้เหรียญเงิน และ 4 ชาติได้เหรียญทองแดง
และมี 9 ชาติในเอเชียที่ไม่ได้เหรียญใดเหรียญหนึ่ง หรือแม้แต่เหรียญทองแดงก็ตาม
ปัญหาที่เผชิญหน้ากลุ่มประเทศเหล่านี้ คือ ทำอย่างไรจะทำให้ชาติที่ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน มีโอกาสชื่นชมกับความสำเร็จเยี่ยงคนชาติอื่นเขาบ้าง
แต่ละประเทศต้องการที่จะเปลี่ยนสถานการณ์จากลบให้เป็นบวก แต่ละชาติต้องการที่จะหวังชัยชนะ จะทำอย่างนั้นได้ ก็ต่อเมื่อแต่ละชาติได้สร้างเงื่อนไขที่จะพาตัวเองไปสู่เป้าหมายแห่งชัยชนะที่พวกตนหวังเอาไว้
กุญแจสำคัญ ณ จุดนี้ก็คือ อะไรคือเงื่อนไขเหล่านั้นที่จะนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้
หลายชาติอ้างว่า ขาดทุนทรัพย์ บ้างก็อ้างว่า พวกเราเป็นประเทศเล็ก ไม่มีศักยภาพในการสร้างความสำเร็จระดับนั้นได้ คำกล่าวทำนองนี้มีการพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง
เมื่อประเทศเล็กๆ อย่างจาเมกา เคนยา เอธิโอเปีย ฯลฯ สามารถสร้างนักกีฬาจนคว้าเหรียญทองได้อย่างงดงามในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ และการแข่งขันแชมเปี้ยนโลกหลายครั้ง ด้วยการเอาชนะประเทศมหาอำนาจชั้นนำอย่าง สหรัฐอเมริกา รัสเซีย อังกฤษ ญี่ปุ่น ได้อย่างราบคาบ
ข้ออ้างที่ว่าเป็นประเทศเล็ก ขาดเงินทุน จึงไม่ใช่เป็นปัญหาที่แท้จริงทั้งหมดของสภาพการณ์
การจุดชนวนให้เกิดไฟ การคิดให้ถูกต้อง และดำเนินการให้ถูกต้อง บวกกับความเอาจริงเอาจังของทุกฝ่ายต่างหากที่จะเป็นรากฐานแห่งความสำเร็จของประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้ การหาสปอนเซอร์ การจัดเลือกนักกีฬา การเสาะหาผู้ฝึกสอน การปรับทัศนคติของผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีวุฒิภาวะ การจัดทำมาตรฐานสำหรับการประเมินผล
ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ผมจะนำไปบรรยายในที่ประชุมเอเชี่ยนสปอร์ตคองเกรสที่ประเทศคูเวต ระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคมนี้ ครับ



