ข่าว

เตือน อย่าเลียนเเบบ ยูทูบเบอร์ ดื่ม "น้ำปลาร้า" เป็นเครื่องดื่ม เสี่ยงไตวาย

เตือน อย่าเลียนเเบบ ยูทูบเบอร์ ดื่ม "น้ำปลาร้า" เป็นเครื่องดื่ม เสี่ยงไตวาย
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

กรมอนามัย เตือน น้ำปลาร้า เป็นเครื่องปรุงรส ไม่ใช่เครื่องดื่ม อย่าทำเลียนแบบ ยูทูบเบอร์ กินเค็มมาก เสี่ยงไตวาย

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงกรณีมี ยูทูบเบอร์ นำ "น้ำปลาร้า" มายกซดเหมือนเครื่องดื่ม จนเกิดความเป็นห่วงพฤติกรรมเลียนแบบว่า ปลาร้า เป็นเครื่องปรุงที่มีโซเดียมสูง จึงไม่ควรนำมาดื่ม เพราะกระบวนการทำ "น้ำปลาร้า" ผ่านการหมักด้วยเกลือ รำข้าว และถูกแต่งเติมส่วนผสมเพื่อเพิ่มรสชาติ เช่น กะปิ หรือเพิ่มปริมาณด้วยการใส่น้ำเกลือต้ม อีกทั้ง ผู้จำหน่ายปลาร้ามักจะดัดแปลงเป็นสูตรเฉพาะร้าน ให้ได้กลิ่น รส ตามความต้องการเพิ่ม 

การกิน ปลาร้า "น้ำปลาร้า" มากเกินไปเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ร่างกายเสี่ยงได้รับโซเดียมปริมาณสูง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง และโรคไตวายเรื้อรังได้ นอกจากนี้ ข้อมูลปริมาณโซเดียมของเกลือและผงชูรสของปลาร้าแต่ละชนิดทั้งจากโรงงาน วิสาหกิจ และตลาด พบว่า มีปริมาณโซเดียมอยู่ในระดับที่สูงทั้งหมด และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คนไทยบริโภคโซเดียมในปริมาณที่สูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดให้บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าเกลือ 1 ช้อนชา หรือ 5 กรัม หรือเฉลี่ยไม่เกิน 600 มิลลิกรัมต่อมื้ออาหาร 

ทั้งนี้ ยังมีผลการศึกษาทางการแพทย์ที่แสดงให้เห็นว่า การลดบริโภคเกลือลงเหลือเพียง 3 กรัมต่อวัน จะช่วยลดความดันโลหิต และป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควรลดเหลือเพียง 3 ส่วน 4 ช้อนชาต่อวัน หรือไม่เกิน 1,500 มิลลิกรัมเพื่อให้ไตมีสุขภาพดี ป้องกันการเกิดโรคไตวายเรื้อรัง

เตือน อย่าเลียนเเบบ ยูทูบเบอร์ ดื่ม "น้ำปลาร้า" เป็นเครื่องดื่ม เสี่ยงไตวาย

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด