
ชัยชนะของผู้ปราชัย !!
ปรากฏการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงตลอดระยะเวลา 2-3 วันที่ผ่านมา ยังอาจเดินไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางในวันนี้ เพราะยังมี เงื่อนเวลา ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจประกาศยุบสภาหรือลาออก ก่อนที่จะยกระดับความกดดันสูงสุดในเที่ยงวันจันทร์ (15 มี.ค.)
แต่ถึงอย่างไร ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเคลื่อนไปจนสุดทาง รัฐบาลสามารถ “กุมสภาพ” ไว้ได้ คนเสื้อแดงสลายตัวไป หรือคนเสื้อแดงสามารถกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้ ก็ย่อมไม่มีผู้ชนะอย่างแน่นอน เพราะแม้กระทั่งการเปลี่ยนจาก รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเป็น รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีเหตุมาจากคำพิพากษาศาล หาใช่การเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มใดไม่
น่าสนใจว่า ภาพความน่าสะพรึงกลัวของสงครามกลางเมือง ในนาทีนี้ มีอิทธิพลมาจากสื่อมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ สื่อเก่าที่กระจายธุรกิจมาสู่สื่อดิจิทัล ด้วยการผลิตสินค้าจำนวนมาก ตามแบบอุตสาหกรรม ด้วยการผลิตซ้ำทำให้ต้นทุนถูก แต่การผลิตซ้ำๆ ก็ทำ ให้ภาพของวาทกรรมซ้ำๆ
ที่ถูกตีความว่าเป็นความรุนแรงกระจายตัวออกไปในวงกว้าง จนกระทั่งผู้รับสารจำนวนไม่น้อย ที่ถูกตอกย้ำด้วยภาพ ข่าว และวาทกรรมซ้ำๆ แยกแยะไม่ออกว่า นั่นคือเหตุการณ์เดียว วาทกรรมชุดเดียวกัน
ในขณะเดียวกันนักข่าวชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ที่สื่อสารผ่านสื่อเครือข่ายสังคม ในด้านหนึ่งอาจเป็นประโยชน์ที่ทำให้คนทั่วไปไม่ถูกครอบงำด้วยสื่อกระแสหลัก แต่ความรับผิดชอบต่อสารที่ส่งออกไปและกระทบถึงบุคคลอื่นอย่างไม่เป็นธรรม ก็เป็นเรื่องที่ควรพิจารณา
นิยามความเป็นสื่อ มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งสื่อกระแสหลัก ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ไปในการสื่อสารทางการเมือง สื่อกระแสทางเลือก หรือสื่อที่ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมจัดทำขึ้นเพื่อสื่อสารภายในเครือข่าย และสื่อสารกับสาธารณะ เช่น เอเอสทีวี พีทีวี สื่อแท้หรือสื่อเทียม
สื่อเหล่านี้ย่อมสนองตอบ “สิทธิในการรับรู้” ของประชาชนทั้งสิ้น ตราบใดที่สื่อเหล่านั้น ให้ความเคารพหลักการ “พูดความจริง” ประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อมาก็คือ จะรู้ได้อย่างไรว่าสื่อไหนพูดความเท็จ สื่อไหนพูดความจริง สำหรับผู้รับสารที่เปิดกว้างย่อมเข้าถึงความจริงได้ จากสื่อที่มีความหลากหลาย และเลือกรับได้ทั้งเสียง ภาพ ตัวอักษร
รัฐบาลอาจแสดงว่า เคารพสิทธิในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน โดยสงบ ปราศจากอาวุธ นั่นเป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง และควรปฏิบัติด้วยการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมาแสดงสิทธิขั้นพื้นฐานของพวกเขา ไม่ควรใช้สื่อของรัฐแสดงว่า ผู้ที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงและกระทำการอย่างไม่มีเหตุผล ซึ่งเป็นการให้ความหมายของผู้ที่อยู่ในอำนาจรัฐในอดีตทั้งหลาย
สื่อเอกชน ทั้งสื่อกระแสหลัก และสื่อกระแสทางเลือก ไม่ว่าจะปรากฏตัวในสีเสื้อใด ก็จะต้องเคารพสิทธิในการรับรู้ของประชาชน ไม่บิดเบือน ปลุกเร้าให้คนสำคัญผิด เคืองแค้น ถึงขนาดลุกขึ้นมาฆ่าฟันกัน
เพราะท้ายที่สุดแล้วสงครามวาทกรรม ที่สื่อมีอิทธิพลอย่างยิ่งนี้ มีแต่ผู้แพ้ตลอดกาล
จักร์กฤษณ์ เพิ่มพูล
http://www.oknation.net/blog/chakkrish
แทนคุณสุทธิชัย



