ข่าว

"นิพิฏฐ์"ขึ้นเขาลงห้วยไปพบ‘นักเรียน’เรียนหนังสืออย่างไรไม่มีไฟฟ้าใช้

"นิพิฏฐ์"ขึ้นเขาลงห้วยไปพบ‘นักเรียน’เรียนหนังสืออย่างไรไม่มีไฟฟ้าใช้
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ"นำเยี่ยมครอบครัวเด็กไทยอยู่ในเขตป่า ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องขึ้นเขาลงห้วยไปพบ "นักเรียน" อัศจรรย์พบเด็กเรียนหนังสืออย่างไร เมื่อไม่มีไฟฟ้าใช้

20มิ.ย.2565 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต1 จังหวัดพัทลุง ปัจจุบันสังกัดพรรคสร้างอนาคตไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว บอกเล่าเรื่องราวของวิถี “นักเรียน” ในถิ่นแดนไกลความเจริญแต่ใจสู้รักการเรียน  โดยใช้หัวข้อว่า “ลูกสาวคนใหม่” ใจความระบุว่า

 

  • ลูกสาวคนใหม่

เมื่อวานนี้(19 มิ.ย.2565) ผมใช้เวลาเกือบทั้งวัน ขึ้นเขา-ลงห้วย ไปพบ “นักเรียน” ที่ครอบครัวมีฐานะลำบาก ตามข้อมูลที่ได้รับมาจากโรงเรียน รวม 2 ครอบครัว ทั้ง 2 ครอบครัว หย่าร้าง ทิ้งลูกไว้กับแม่ ครอบครัวหนึ่งแม่เป็นมะเร็ง ตัดเต้านมทิ้งทั้ง 2 ข้างแล้ว แต่พูดได้ว่า“โคตรเข้มแข็ง” เลี้ยงลูกดีมาก ลูกก็นิสัยดี เรียบร้อย เรียนเก่ง สุภาพ

บ้านของทั้ง 2 ครอบครัวนี้อยู่ในเขตป่า ไม่มีไฟฟ้า ผมถามว่า “หนูเรียนหนังสืออย่างไร ไม่มีไฟฟ้า” เขาตอบว่า ต้องอ่านก่อนตะวันตกดิน ส่วนกลางคืนก็ใช้ตะเกียงกรีดยางพาราอ่านหนังสือ หรือ บางครั้งก็ใช้ไฟฉายของโทรศัพท์อ่านหนังสือ โดยเอาโทรศัพท์ไปชาร์ตแบตไว้ในหมู่บ้าน ตอนค่ำๆ ขับรถออกไปเอาโทรศัพท์ที่ชาร์ตแบตไว้มาใช้งาน

"นิพิฏฐ์"ขึ้นเขา ลงห้วย ไปพบ‘นักเรียน’ เรียนหนังสืออย่างไร ไม่มีไฟฟ้า

 

ผมถามแม่ของเด็ก ว่า มีรายได้วันละเท่าไหร่ เขาตอบว่า วันละ 400-500 บาท (ยางไม่ได้กรีดทุกวัน วันไหนกรีดก็ได้ วันไหนไม่กรีดก็ไม่ได้) ผมถามว่า ให้เงินลูกไปเรียนหนังสือวันละเท่าไหร่ เขาตอบว่า ค่ารถ 2 คน คนละ 80 บาท 2 คนก็วันละ 160 บาท ค่าอาหารคนละ 70 บาท 2 คน รวม 140 บาท รวมรวมจ่ายวันละ 300 บาท ตอนเช้า เด็กตื่นตี 5 แม่ขับมอเตอร์ไซด์มาส่งลูกในหมู่บ้าน รถออกจากศาลาหมู่บ้าน ตี 5.50 น. ทุกวัน

ผมถามว่า การเจ็บป่วยเป็นมะเร็ง เป็นยังไงบ้าง เขาตอบว่า เดือนหน้าหมอนัดอีกครั้งหนึ่ง

 

ผมถามว่า ให้ผมช่วยอะไรบ้าง เขาตอบว่า หากเขาตายไปอยากฝากลูกไว้ด้วย ผมสะอึก ผมเบือนหน้าไปทางอื่น ตอบว่า ไม่ตายง่ายๆหรอก เขาแย้งว่า เขารู้ว่า อาการเขาไม่ค่อยดีแล้ว

"นิพิฏฐ์"ขึ้นเขา ลงห้วย ไปพบ‘นักเรียน’ เรียนหนังสืออย่างไร ไม่มีไฟฟ้า

 

ผมเรียกผู้ใหญ่บ้าน และ แม่เด็กไปคุยเป็นการส่วนตัว คุยกัน 30 นาที ช่วยเหลือเขาทั้ง 2 ครอบครัว ซึ่งไม่ควรกล่าวในที่นี้

"นิพิฏฐ์"ขึ้นเขา ลงห้วย ไปพบ‘นักเรียน’ เรียนหนังสืออย่างไร ไม่มีไฟฟ้า

"นิพิฏฐ์"ขึ้นเขา ลงห้วย ไปพบ‘นักเรียน’ เรียนหนังสืออย่างไร ไม่มีไฟฟ้า

"นิพิฏฐ์"ขึ้นเขา ลงห้วย ไปพบ‘นักเรียน’ เรียนหนังสืออย่างไร ไม่มีไฟฟ้า

 

ออกจากนอกห้อง ผมบอกเด็กๆ ว่า เธอมีบุญเหลือเกินที่มีแม่ที่ดี ส่วนแม่ก็มีบุญเหลือเกินที่มีลูกที่ดี เหมือนเทวดามาเกิด

 

ผมบอกว่า นับแต่ผมหันหลังเดินออกจากบ้านหลังนี้ เธอจะไม่มีปัญหาเรื่องไม่มีเงินเรียนหนังสืออีกต่อไป ขอให้ดูแลซึ่งกันและกัน ไม่เกิน 7 วัน บ้านหนูจะสว่างไสวด้วยไฟฟ้าโซล่าเซลล์ ไม่ต้องอ่านหนังสือด้วยตะเกียงอีกต่อไป

 

ก่อนจากมา ผมถามเด็กๆ ว่า “สู้ไหม” เขาหลบตา ตอบว่า“สู้” ผมถามใหม่ บอกว่า มองตาลุง(ผม) แล้วตอบใหม่ว่าสู้หรือเปล่า เด็กมองตาผม และตอบเสียงดังว่า “สู้”

 

ผมเดินทางกลับมาในหมู่บ้าน ลงจากมอเตอร์ไซด์ที่ผู้ใหญ่บ้าน(เป็นผู้หญิง) เป็นคนขับ ผู้ใหญ่บ้านเข้ามากอด น้ำตาซึมบอกว่า เขาอ้างว้าง ไม่รู้จะปรึกษาใคร ตอนผมเป็นส.ส.ได้คุยกันอยู่บ้าง ผมบอกเจ้าของร้านชำในหมู่บ้านว่า ถ้าครอบครัวนี้มาซื้อของไม่ต้องคิดเงินเขา ให้รวบรวมไว้และบอกผมมา ผมจะโอนให้ ผมบอกเพียงว่า อย่าคิดอะไรมาก ผมทำหน้าที่ของมนุษย์คนหนึ่งที่จะพึงปฏิบัติต่อมนุษย์อีกคนหนึ่งเท่านั้น

 

วันนี้ ผมได้แจ้งเรื่องการไปพบ 2 ครอบครัวนี้ และแจ้งแผนการช่วยเหลือต่อไปให้ผอ.โรงเรียนทราบ และแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงทราบด้วยแล้ว

 

เมื่อวาน ผมเหมือนมีลูกสาวเพิ่มขึ้นมาอีก 4 คน เป็นลูกสาวที่ผมไม่ได้เป็นผู้ให้กำเนิด

ขอบคุณที่มา :  เพจ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

ติดตามช่องทาง คมชัดลึก https://www.komchadluek.net/

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด