ข่าว

ตร.รวบคาด่านแดงตะวันออกพกปลาร้า-แท่งเหล็ก

ตร.รวบคาด่านแดงตะวันออกพกปลาร้า-แท่งเหล็ก

13 มี.ค. 2553

สัณฐานเตือนเสื้อแดงอย่าเชื่อผู้ไม่หวังดียั่วยุ-ก่อเหตุป่วน ห้ามผู้ชุมนุมกินเหล้าเด็ดขาด สันติบาลระบุนปช.เคลื่อนพลเป็นระยะ

เมื่อเวลา 18.00น  วันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางนาพร้อมทหาร  ตั้งจุดตรวจบริเวณถนนบางนาตราด ขาเข้า ช่องทางด่วน กม. 4  พบรถยนต์ กระบะนิลสัน ฟรอนเทีย สีบรอนซ์ ทอง ทะเบียน ผก-6159 ชลบุรี ติดสติกเกอร์ข้างหลังรถว่า แหลมฉบังศรีราชา จ.ชลบุรี  ขณะที่ขับผ่านเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นรถพบตะขอเหล็ก และน้ำปลาร้าบรรจุในถุงพลาสติกกว่า 100  ถุง   เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวคนขับรถ ไปสอบสวนที่สน.บางนา

 พ.ต.อ. คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผกก.สน.บางนากล่าวว่า การตั้งจุดตรวจเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงโดยจะเน้นตรวจค้นอาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมายส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลอำนวยความสะดวกการจราจรโดยไม่สกัดกั้นหากไม่พบสิ่งผิดกฎหมายโดยจะตั้งจุดตรวจตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าเหตุการณ์การชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงจะยุติ

สัณฐานเตือนเสื้อแดงอย่าเชื่อผู้ไม่หวังดียั่วยุ

 พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า ปริมาณผู้ชุมนุมเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนหนาตา โดยในส่วนของต่างจังหวัดที่เดินทางเข้ากรุงเทพมหานครก็ยังไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายหรือรุนแรงใดๆ ทั้งนี้ อยากร้องขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมอย่าเชื่อกลุ่มที่ยั่วยุ หรือมือที่สาม ที่ไม่หวังดี ชักชวนก่อสถานการณ์ความรุนแรง

 ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังได้กำชับหน่วยจู่โจมชุดอรินราช และชุดเคลื่อนที่เร็ว ให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการดูแลและควบคุมสถานการณ์การชุมนุม หากเกิดเหตุการณ์รุนแรง

 ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงจากภาคเหนือ ล่าสุดได้ทยอยเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยบริเวณทางต่างระดับ จ.อ่างทอง การจราจรติดขัดอย่างหนัก มีรถกระบะบรรทุกคนเสื้อแดงจำนวนมากทยอยเดินทางเข้าอย่างไม่ขาดสาย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

 ขณะที่ถนนวิภาวดีขาเข้า การจราจรติดขัดเช่นกัน ส่วนบางนา-ตราดขาเข้า มีกลุ่มคนเสื้อแดงขึ้นรถกระบะทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อร่วมชุมนุมใหญ่

 ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดการจราจรบริเวณถนนประชาธิปไตยทั้ง 2 ช่องทางแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กลุ่มผู้ชุมนุมและรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

 อย่างไรก็ตามพล.ต.ท.สัณฐาน ได้กำชับตำรวจ และทหารให้ใช้ความอดทน หากผู้ชุมนุมขว้างปาอาวุธชีวภาพ ทั้งสิ่งปฏิกูล หรือปลาร้า พร้อมประสานกับแกนนำเสื้อแดง ให้เข้มงวดกับผู้ชุมนุมไม่ให้ดื่มสุรา เนื่องจากเกรงว่า สภาพอากาศที่ร้อนหากดื่มสุราเข้าไป จะก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้น

สันติบาลระบุนปช.เคลื่อนพลเป็นระยะ

 รายงานข่าวจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ระบุว่า ตลอดทั้งวันมีความเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.เป็นระยะ โดยทุกเส้นทางสายที่มุ่งสู่กรุงเทพ กลุ่ม นปช.ทยอยเดินทางเข้า กรุงเทพอย่างต่อเนื่องโดยเส้นทางสายพหลโยธินบริเวณแยกวังน้อยหรือ กิโลเมตรที่66 ซึ่งเป็นด่านสกัดหลักของหน่วยงานความมั่นคง มีกลุ่ม นปช.รวมตัวกันมากที่สุด จนเส้นทางติดขัด ในบางเวลาคือเวลา 11.30น. มีกลุ่ม นปช.จากภาคอีสาน รวมตัวกันถึง 2 หมื่น3พันคน ก่อนที่จะเริ่มทยอยเข้ากรุงเทพ

 ส่วนทางภาคตะวันออกบริเวณถนนบางนา-ตราด กลุ่ม นปช.ได้ทยอยเดินทางมารวมกันที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง โดยในเวลาประมาณ 13.30 น.มีการรวมตัวทั้งจาก จังหวัด ตราด จันทบุรี ระยองชลบุรี ประมาณ 1200 คน รถยนต์รถกะบะ150 คัน เตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพต่อไป ส่วน กลุ่ม นปช.ที่มาจากภาคตะวันตก ทั้งจาก กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี ได้มีการรวมตัวกันที่ บริเวณแยกอำเภอนครชัยศรี ส่วนภาคใต้ เริ่มทยอยมารวมกันที่ แยกเขาย้อย จ.เพชรบุรี ประมาณ 500 คน ในเวลา 14.00 น. ส่วนขบวนเรือของกลุ่ม นปช.จะเริ่มเคลื่อนขบวนมาในวันที่ 14 มี.ค.โดยขบวนจะเริ่มออกจาก จ.อยุธยา ล่องลงมาสมทบขบวนเรือที่ รออยู่ที่ ท่าน้ำ จ.ปทุมธานี ที่มีเรือรอรับอยู่3ลำ พร้อมกลุ่ม นปช.จำนวน300 คน

 ส่วนในพื้นที่ กรุงเทพฯ กลุ่ม นปช.เริ่มตั้งเวทีปราศรัย ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า เมื่อเวลา 11.30 น. โดยมีกลุ่ม นชป.เข้าร่วมบริเวณถนนราชดำเนินประมาณ 3000 คน โดยมีพระสงฆ์เข้าร่วมการชุมนุม ประมาณ 200 รูป ซึ่งส่วนมากมาจากวัดชัยมงคล จ.สมุทรปราการ

 รายงานข่าวกล่าวอีกว่าจากการประเมินของหน่วยข่าวทั่วประเทศคาดว่าจะมีปริมาณผู้ชุมนุม เข้ามาในกรุงเทพมหานครสูงสุดประมาณ 8 หมื่นคน ซึ่งจำนวนสูงสุดจะอยู่ในช่วงเวลา 20.00 น.ของวันที่ 13 มี.ค. ซึ่งในวันที่14ช่วงเช้า จะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางเข้ามาสมทบอีกส่วนหนึ่ง โดยมาทางเรือ จำนวนไม่เกิน5000 คน ส่วนสถานการณ์ทั่วไปอยู่ในสภาพปกติ แต่เจ้าหน้าที่ก็จับตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่อาจจะใช้ความรุนแรงคือ กลุ่มของนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ,กลุ่มของนายทหารในสังกัดของ แกนนำ จปร.7 และกลุ่มของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง