ข่าว

วีระลั่นไม่นำม็อบล้อมสภากมม.เตือนวินาศกรรม

วีระลั่นไม่นำม็อบล้อมสภากมม.เตือนวินาศกรรม

13 มี.ค. 2553

“วีระ” ลั่น ไม่เคลื่อน “ม็อบแดง” ล้อม “สภาฯ” วัน “ประชุมร่วมฯ” “ประสพสุข”โบ้ยชัยตัดสินใจเลือก 16 มี.ค.ประชุมร่วมรัฐสภา”เชื่อไร้“ม็อบล้อมสภาเผยรอประเมินสถานการณ์ 14 มี.ค.ก่อน กมม.เตือนจราจล-วินาศกรรม

 (13มี.ค.) นายวีระ มุกสิกพงศ์ ประธาน นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เรียกประชุมร่วมรัฐสภาอย่างแร่งด่วนในวันที่ 16 มีนาคมว่า คนเสื้อแดงจะไม่เคลื่อนพลไปที่อาคารรัฐสภาในวันที่มีการประชุมรัฐสภาอย่างแน่นอน เมื่อถามว่าการประกาศจะเคลื่อนพลเพื่อบีบรัฐบาลนั้นจะเคลื่อนไปที่จุดไหน นายวีระ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ เมื่อถามว่าได้กำหนดวันเคลื่อนไหวหรือยังว่าจะจบเกมภายในกี่วัน นายวีระ กล่าวว่า ไม่มีการกำหนด

“ประสพสุข”ประเมิน14 มี.ค.ก่อนประชุมร่วมรัฐสภา

 นายประสพสุข  บุญเดช  ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการเรียกประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 16 มี.ค.ว่า ได้หารือร่วมกับนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาซึ่งนายชัยประมินว่าสถานการณ์การชุมนุมน่าจะเรียบร้อย อย่างช้าวันจันทร์ที่ 15 มี.ค. ก็น่าจะเลิกชุมนุมไปแล้ว จึงเชื่อว่าในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 16 มี.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมจะไม่เคลื่อนมาปิดล้อมรัฐสภา อย่างไรก็ตามได้มอบให้นายชัย ตัดสินใจเลือกวัน เพราะส.ว.ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

 “ สำหรับผมจะรอประเมินสถานการณ์ในวันอาทิตย์ที่ 14 มี.ค.ก่อน หากเห็นว่าสถานการณ์รุนแรงก็จะเลื่อนวันประชุมวุฒิสภาออกไปก่อนและจะหารือกับประธานรัฐสภาอีกครั้งว่าจะเลื่อนการประชุมรัฐสภาออกไปหรือไม่ ” ประธานวุฒิสภากล่าว

วอร์รูมกมม.เตือนจราจล-วินาศกรรม

 ศูนย์ติดตามและประเมินสถานการณ์การชุมนุม(วอร์รูม)พรรคการเมืองใหม่(กมม.)ได้ประชุมและประเมินสถานการณ์การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ณ วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2553 แล้วมีข้อสรุปและความเห็นดังนี้

สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง

 1. แม้ว่าจำนวนผู้ชุมนุมจะไม่เป็นไปตามที่กลุ่มแกนนำเคยประกาศไว้ว่าจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมนับล้านคนก็ตาม ซึ่งจากการประเมินของศูนย์ฯ กมม. เชื่อว่าจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมเพียงแค่ประมาณ 5 หมื่นคน ถึงสูงสุดไม่เกิน 1 แสนคน ทำให้แกนนำอาจเลือกใช้วิธีรุนแรงหรือก่อความไม่สงบเป็นจุดๆ เพื่อเพิ่มแรงกดดันรัฐบาลแทนการชุมนุมโดยสันติวิธี ทั้งนี้ศูนย์ กมม. เห็นว่าการชุมนุมโดยปกตินั้นไม่น่าเป็นห่วง แต่อาจจะมีกลุ่มที่นิยมความรุนแรงที่ถูกฝึก อบรมโดยแกนนำ นปช.หรือกองกำลังที่ปกปิดสร้างสถานการณ์รุนแรงขึ้นได้

 2.การตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจตราอาวุธที่อาจมีผู้พกพา ซุกซ่อนมาได้และยังไม่อาจเป็นหลักประกันที่ป้องกันเหตุรุนแรง การยกเลิกด่านตรวจไปโดยปริยายอาจส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมฮึกเหิม เฮิมเกริมจนยากที่จะควบคุม และจะทำให้แกนนำง่ายต่อการปลุกระดมให้กระทำการละเมิดกฎหมายในกรณีอื่น ๆ ได้

 3. จากหลักฐานทางคลิปวีดีโอ ที่พบว่ามีการแจกจ่ายเงินว่าจ้างให้คนเข้าร่วมชุมนุมนั้น ตอกย้ำชัดเจนว่าการชุมนุมครั้งนี้มีการใช้เงินจำนวนมากเพื่อว่าจ้างคนมาชุมนุมเพียงเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน โดยไม่สนใจว่าจะส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อสังคมโดยรวมอย่างไร

 4. มีการปล่อยข่าวลือโดยสื่อในเครือของนปช.ทั้ง PTV และวิทยุชุมชนในเครือ โดยเฉพาะการระบุว่ามีแดงเทียมเตรียมบุก รพ.ศิริราชบ้าง ใส่ชุดทหารเตรียมสร้างสถานการณ์ความรุนแรงบ้าง การปล่อยข่าวแบบนี้ก็เพื่อหนีความรับผิดชอบหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นจริง

 5.การประกาศของแกนนำนปช.ที่จะจัดการชุมนุมโดยต้องการเผด็จศึกให้ได้ภายใน 3 วัน โดยไม่บอกวิธีการและรูปแบบว่าจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นการส่งสัญญาณให้กลุ่มที่เข้าร่วมชุมนุม และกลุ่มที่นิยมความรุนแรงต่างๆให้เผด็จศึกภายในเวลาที่กำหนดโดยไม่เลือกวิธีการนั่นเอง

ปฏิบัติการณ์รุนแรงที่ต้องจับตา

 1. กลุ่มจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งจะใช้โมเดลพฤษภาทมิฬ จัดกำลังออกเป็นกลุ่มกระจายทั่วเมืองเพื่อก่อความไม่สงบโดยเฉพาะในเวลากลางคืนอาจจะทำลายทรัพย์สินทางราชการให้เกิดความเสียหายและลวงเจ้าหน้าที่ออกจากจุดเฝ้าระวังสถานที่สำคัญทางราชการเพื่อเปิดทางให้มีการก่อวินาศกรรมโดยคนอีกกลุ่มหนึ่ง

 2. กลุ่มแท็กซี่ในขณะนี้มีการว่าจ้างแท็กซี่หลายพันคันเพื่อระดมปิดถนนสำคัญๆ หลายจุดเพื่อให้
การจราจรเป็นอัมพาต

 3. การบุกจับเครื่องยิง M79 ได้กว่า 100 ชุดและมีการยืนยันว่าได้ทยอยส่งไปยังผู้ว่าจ้างแล้วจำนวนหนึ่งนั้น มีความเป็นไปได้ที่อาวุธหนักดังกล่าวจะถูกนำมาปฏิบัติการณ์ก่อวินาศกรรมในช่วงการชุมนุมของ นปช.

 จึงตือนมายังหน่วยงานต่างๆที่มีหน้าที่รักษากฎหมายและป้องกันปราบปรามผู้กระทำผิด และพี่น้องประชาชนเพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง เตรียมรับมือต่อสถานการณ์ดังกล่าว

ภท.ขู่ฟ้องพท.หาปลุกเสื้อน้ำเงินต้านม็อบแดง

 นายศุภชัย  ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุว่า มีกลุ่มคนเสื้อสีน้ำเงินที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยออกมาต่อต้านเสื้อสีแดงไม่ให้เข้ามาชุมนุม ว่า ถ้าเป็นการใส่เสื้อสีน้ำเงินซึ่งปกป้องสถาบันก็ถือเป็นสิทธิ์ของคนไทยทุกคนที่ไม่อยากเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย  แต่ขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคภูใจไทย เพราะพรรคมีเจตนารม์ชัดเจนไม่อยากให้เกิดเหตุร้าย อีกทั้งเวลานี้ส.ส.พรรคทุกคนก็อยู่ในพื้นที่เขตเลือกตั้ง หากยังกล่าวหาว่ากลุ่มเสื้อสีน้ำเงินหมายถึงคนของพรรคภูมิใจไทยอีก พรรคก็จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ออกมากล่าวหาให้ถึงที่สุด

 “วันนี้รัฐบาลดำเนินการอย่างเต็มที่ ไม่ได้มีเหตุร้ายเกิดขึ้น แต่ถ้ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม อยากถามว่าผู้ไปปลุกระดมชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร   นายจตุพร และพวก รวมถึงส.ส.พรรคเพื่อไทยจะรับผิดชอบหรือไม่ หรือจะออกมาปฎิเสธความรับผิดชอบเหมือนเหตุการณ์เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาอีก” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว