
ศอ.รส.แจกคู่มือม็อบให้สื่อย้ำฝืนกม.โทษจำ-ปรับ
ศอ.รส.แจกคู่มือม๊อบให้สื่อ กอ.รมน. ย้ำขัดกฎหมายโทษทั้งจำทั้งปรับ ทร.เผยแดงไร้แผนเคลื่อนไหวแม่น้ำเจ้าพระยา ยัน คุมเข้มท่าเรือรอบรพ.ศิริราช ห้ามเรือเหมาลำวิ่งเทียบท่า การ์ดเสื้อแดงปิดถนนอนุสาวรีย์ปชต.แล้วแต่ผู้ชุมนุมยังไม่เต็มพื้นที่
ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์(ร.11รอ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) นำแผ่นพับ 2 ชุดมาแจกให้กับสื่อมวลชนที่แหล่งสมาคมนายทหาร กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์(ร.11รอ.) ซึ่งเป็นศูนย์สื่อมวลชนชั่วคราวของศอ.รส. โดยแผ่นพับชุดแรกเป็นข้อแนะนำในการชุมนุมโดยสันติและคำชี้แจงการปฏิบัติในการชุมนุมที่มิได้ละเมิดต่อกฎหมาย ซึ่งจัดทำโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ที่ระบุด้านหน้าแผ่นพับว่าพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับชนในชาติ มิได้มุ่งหมายที่จะห้ามมิให้มีการชุมนุม นอกจากนี้เนื้อหาภายในยังย้ำถึงกฎหมาย 18 ฉบับ ที่บังคับใช้ในพื้นที่ที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่ตามพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงฯ รวมทั้ง 5 ข้อกำหนดเพิ่มเติม หากผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ยังมีการยกตัวอย่างการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น อาทิ ห้ามปิดการจราจรจนทำให้ผู้ที่ไม่ได้ร่วมการชุมนุมไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้ ห้ามทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น ห้ามตรวจค้นร่างกายของผู้อื่นที่ผ่านเข้าไปในบริเวณที่ชุมนุม ห้ามปิดล้อมบุกรุกเคหะสถาน สถานที่ราชการ ห้ามทำลายทรัพย์สิน ห้ามปลุกระดมยั่วยุให้เกิดความรุนแรง
ขณะที่แผ่นพับอีกชุดเป็นของกองบัญชากรตำรวจนครบาล(บ.ชน.) ที่ใช้สโลแกนว่า “ชุมนุมโดยสงบ เคารพกฎหมาย ไม่เกิดความวุ่นวาย แยกย้ายโดยสันติ” พร้อมทั้งระบุว่าสายด่วนในกรณีที่ประชาชนพบเหตุอันควรสงสัย โดยให้แจ้งที่หมายเลข 191 และ 1555
ทร.เผยแดงไร้แผนเคลื่อนไหวแม่น้ำเจ้าพระยา
พล.ร.ต.นริส ประทุมสุวรรณ เลขานุการกองทัพเรือ แถลงข่าวการจัดการจราจรทางน้ำว่า ตามที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ทางกองทัพเรือได้ร่วมกับกรมเจ้าท่าดูแลความสงบทางน้ำ จัดระเบียบที่ 16/2533 เรื่องกำหนดเขตการจราจรทางน้ำตั้งแต่วันที่ 11- 23 มี.ค. โดยเฉพาะรพ.ศิริราช เนื่องจากเป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายความอารักขาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงกำหนดเขตควบคุมการจราจรทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าถึงสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า และคลองอรุณอัมรินทร์ ถึงคลองบางกอกน้อย และขอให้การเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาเดินเรือเบาและชิดฝั่งพระนคร ส่วนเรือโดยสารประจำทางสามารถเทียบท่าได้ตามปกติ สำหรับเรืออื่นจะไม่อนุญาตให้เดินเรือ เช่น เรือเหมาลำ
พล.ร.ต.นริส กล่าวอีกว่า ส่วนท่าเรือที่จะสามารถใช้ได้สะดวกต่อการสัญจรทางน้ำ คือ ท่าเรือด้านเหนือของสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้ารวม 7 แห่ง ได้แก่ ท่าพระอาทิตย์ ท่าบางลำพู ท่าวัดสามพระยา ท่าพระราม 8 ท่าวิสุทธิ์กษัตริย์ ท่าเทเวศร์ ท่าวัดราชา ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงขณะนี้ยังไม่พบสิ่งบอกเหตุว่าจะมีการเคลื่อนไหวในแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับผู้ที่จะมาใช้บริการของรพ.ศิริราช สามารถมาใช้บริการได้ตามปกติ โดยเฉพาะผู้ป่วย จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูและให้คำแนะนำ หากประชาชนพบเห็นสิ่งผิดปกติ แจ้งได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ(ศปก.ทร.) เบอร์โทรศัพท์ 1696 หรือเบอร์ 02-475- 4521 ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ขณะนี้ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุว่า กลุ่มเสื้อแดงจะมีการเคลื่อนไหวทางแม่น้ำเจ้าพระยาแต่อย่างใด
การ์ดเสื้อแดงปิดถนนอนุสาวรีย์ปชต.แล้วแต่ผู้ชุมนุมยังไม่เต็มพื้นที่
หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมยืนตรงเคารพธงชาติเสร็จเมื่อเวลา 18.00 น. การ์ดเสื้อแดงได้ปิดกั้นถนนบริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อย่างถาวร โดยรถที่จะผ่านเข้ามามุ่งหน้าไปยังสะพานผ่านฟ้าไม่สามารถผ่านได้แล้ว โดยการ์ดได้โบกให้วนรถกลับออกไปทางสนามหลวง อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ผู้ชุมนุมทยอยกันมายังไม่เต็มพื้นที่ โดยท้ายแถวจากเวทีใหญ่ที่สะพานผ่านฟ้ายังมาไม่ถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขณะที่จอโปรเจ็คเตอร์ 2 ตัวที่ติดตั้งบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมถึงสี่แยกคอกวัวอีก 2 ตัว ยังไม่ได้เปิดใช้ เนื่องจากผู้ชุมนุมยังไม่มาก
"ศปก.มท."รายงานเสื้อแดงเคลื่อนทัพขนรถหลายพันเข้ากรุง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย (ศปก.มท.) ได้สรุปสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 13 มี.ค.โดยในส่วนของกรุงเทพนั้น แบ่งเป็น 4 จุดคือ สนามหลวง มีการชุมนุมของกลุ่มแดงสยาม ประมาณ 150 คน พระสงฆ์ 30 รูป บริเวณสะพานผ่านฟ้า มีการจัดตั้งเวที บริเวณสี่แยกคอกวัว อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มีการติดป้ายผ้า “ยกเลิก รธน.2550 ที่มาจากรัฐประหาร เอารธน.2540 ของประชาชนคืนมา จากเครือข่ายประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน” และเริ่มมีการกางเต็นท์ทั้งสองฝั่ง เสียการจราจรข้างละ 1 ช่องทาง บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ได้มีชมรมวิทุย 95.25 นำโดยนายพันศักดิ์ ซาบุ รวบรวมสมาชิกที่รัชดาซอย 20 เดินทางมาถึงลานพระรูปฯ มียอดผู้ชุมนุมประมาณ 800 คน โดยชุมนุมค้างแรม
ในส่วนภูมิภาค ที่ จ.นครสวรรค์ มีกลุ่ม นปช.จากจังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย เชียงใหม่ พะเยา กำแพงเพชร พิษณุโลก ตาก แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ลำพูน ลำปาง เชียงราย และแม่ฮ่องสอน เตรียมขบวนเดินเข้า กทม.มียอดผู้ชุมนุมประมาณ 20,000 คน รถยนต์ 4,000 คัน ที่ จ.อุทัยธานี มีกลุ่ม นปช.ในเขตพื้นที่ อ.ลานสัก อ.ห้วยคต ประมาณ 100 คน รวมตัวหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง อ.เมือง เพื่อเตรียมร่วมเดินทางเข้า กทม.กับกลุ่มที่ จ.นครสวรรค์ ที่ จ.อุตรดิตถ์ มี นปช.ประมาณ 200 คน พร้อมรถอีแต๋น 4 คัน เดินทางไปรวมตัวกันที่ จ.นครสวรรค์ จ.เพชรบูรณ์ มีกลุ่มเสื้อแดง อ.วิเชียรบุรี 70 คน รถกระบะ 12 คัน และกลุ่ม นปช.อ.ศรีเทพ 50 คน รถกระบะ 12 คัน เดินทางไปสมทบกับกลุ่ม นปช.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก จ.สระบุรี มีกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 450 คน รถยนต์ 150 คัน รถจักรยานยนต์ 35 คัน จะไปรวมตัวกับกลุ่มต่างๆ ที่ร้านอาหารบัวชม อ.วังน้อย จ.อยุธยา จ.เพชรบุรี กลุ่ม นปช.30 คน เดินทางไปรวมกันที่ร้านอาหารน้ำเพชร ต.หนองชุมพล อ.เขาย้อย เพื่อรอรับ นปช.จากภาคใต้ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีกลุ่ม นปช.จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมตัวที่แวะพักลานจอดรถตลาดบัวชม อ.วังน้อย ประมาณ 23,000 คน รถยนต์ 3,500 คัน และได้เริ่มเดินทางเข้า กทม. จ.สมุทรสาคร ได้มีกลุ่ม นปช.จาก จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดภาคใต้ ประมาณ 600 คน ออกจากร้านหนึ่งคลองสองทะเล อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยใช้รถบัส 3 คัน รถยนต์ส่วนบุคคลประมาณ 80 คัน รถตู้ 16 คัน เดินทางเข้า กทม. จ.ตราด มีกลุ่ม นปช.ประมาณ 150 คน จ.จันทบุรี มีกลุ่ม นปช.ประมาณ 300 คน พร้อมรถกระบะและรถยนต์ส่วนตัว 32 คัน รวมตัวตรงข้ามสถานที่ก่อสร้าง อบจ.จันทบุรี เข้า กทม.โดยใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท จ.กาญจนบุรี มีกลุ่ม นปช.ประมาณ 100 คน พร้อมรถกระบะ 25 คัน เดินทางไปสมทบกับ นปช.นครปฐม บริเวณสี่แยก ว.อุดร อ.นครชัยศรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี นปช.ประมาณ 100 คน รถกระบะ 20 คัน เดินทางเข้า กทม.ทางถนนเพชรเกษม
“ประสพสุข”ประเมิน14 มี.ค.ก่อนประชุมร่วมรัฐสภา
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการเรียกประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 16 มี.ค.ว่า ได้หารือร่วมกับนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาซึ่งนายชัยประมินว่าสถานการณ์การชุมนุมน่าจะเรียบร้อย อย่างช้าวันจันทร์ที่ 15 มี.ค. ก็น่าจะเลิกชุมนุมไปแล้ว จึงเชื่อว่าในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 16 มี.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมจะไม่เคลื่อนมาปิดล้อมรัฐสภา อย่างไรก็ตามได้มอบให้นายชัย ตัดสินใจเลือกวัน เพราะส.ว.ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
“ สำหรับผมจะรอประเมินสถานการณ์ในวันอาทิตย์ที่ 14 มี.ค.ก่อน หากเห็นว่าสถานการณ์รุนแรงก็จะเลื่อนวันประชุมวุฒิสภาออกไปก่อนและจะหารือกับประธานรัฐสภาอีกครั้งว่าจะเลื่อนการประชุมรัฐสภาออกไปหรือไม่ ” ประธานวุฒิสภากล่าว



