
เสื้อแดง17จว.เหนือเคลื่อนขบวนเข้ากรุง
เสื้อแดง 17 จว.เหนือ เคลื่อนจากสนามกีฬากลางนครสวรรค์ ระหว่างผ่านเข้าเขตพยุหะคีรีเจอมาตรการาสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นรถ ก่อนที่จะยอมปล่อยให้ผ่านไปได้
(13มี.ค.) สายวันนี้กลุ่มเสื้อแดง 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่ปักหลักชุมนุมที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยเวลา 09.09 น. กลุ่มเสื้อแดงถือฤกษ์ เดินทางออกจากสนามกีฬากลางจังหวัดนครสวรรค์ด้วยขบวนรถยนต์กระบะ กว่า 700 คัน มีผู้ร่วมเดินทางกว่า 30,000 คน ส่วนหนึ่งได้เดินทางออกจากนครสวรรค์ตั้งแต่ 05.00 น.จำนวนหนึ่งแล้ว
ทั้งนี้ก่อนเคลื่อนขบวนช่วงเวลา 08.00 น. แกนนำได้นิมนนต์ ท่านเจ้าคุณไกร เจ้าคณะอำเภอหนองบัว ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเดิมเกจิดังเมืองสีแคว มาสวดชะยันต์โต ประพรหมน้ำพระพุทธมนต์ก่อนเคลื่อนขบวนปลุกขวัญกำลังใจ จากนั้นขบวนรถได้ออกจากสนามกีฬากลางจังหวัดด้วยริ้วขบวนธงสีแดงยาวเหยียด
ลักษณะการเคลื่อนขบวน แกนนำได้จัดขบวนริ้วมีรถนำสวยงาม โดยจัดรถนำเป็นขบวนรถสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีพระสงฆ์นั่งนำหน้า ตามด้วยรถฆ้องชัย รถ กลองสะบัดชัย และการ์ดนปช. โดยระหว่างการเคลื่อนขบวนก็ได้มีการยิงพลุ ตีฆ้อง ตีกลองไปตลอดเส้นทาง ซึ่งหลังจากขบวนกลุ่มเสื้อแดงเคลื่อนออกจากสนามกีฬาแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นแผงเหล็กใช้การจราจรจำนวน 2 เลน เพื่อเร่งระบายรถป้องกันปัญหารถติดช่วงสะพานเดชาติวงศ์ ตลอดเส้นทางที่กลุ่มคนเสื้อแดงผ่านนั้นได้รับความสนใจจากประชาชนทั้ง2ข้างทาง มีการมอบสิ่งของให้กำลังใจ ส่วนกลุ่มเสื้อแดงได้มีการพูดเชิญชวนประชาชน2ข้างทางเข้าร่วมไปชุมนุมที่กรุงเทพมหานครด้วย
จากนั้นขบวนได้มาติดที่ด่านตรวจยาเสพติด อ.พยุหะคีรี เพราะด่านนี้ ทหาร ตำรวจสนธิกำลังกว่า 600 นาย คอยตรวจอาวุธ ยาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำรถบัส ขสมก.จำนวนกว่า 10 คันมาจอดไว้ 3 เลน บีบให้รถคนเสื้อแดงต้องขับผ่านด่านเพียงเลนเดียว โดยมีทหาร ตำรวจยืนเรียงแถวตรวจสอบคนในรถ จดทะเบียนรถ นับจำนวนรถ จำนวนคน ทำให้สภาพการจราจรช่วงนั้น ที่มุ่งหน้าเข้า กทม.ติดยาว นับ 10 กิโลเมตร
ต่อมาแกนนำ นายสุนัย จุลพงศธ สซส.สัดส่วนเพื่อไทยที่นำขบวนมา ได้มาเจราจากับทหาร ตำรวจให้เปิดช่วงทางเพิ่ม แต่ไม่เป็นผล ทำให้เกิดความตึงเครียด และเสียเวลาตรวจช่วงด่านนานนับชั่วโมง รถติดหนึบไม่สามารถเข้า กทม.ได้ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ยอมให้ผ่านด่านไปได้ ซึ่งเมื่อรถที่ผ่านด่านได้จอดรอตั้งขบวนบนนถนน ช่วงอ.พยุหะคีรี จัดริ้วขบวนมุ่งหน้าเข้า กรุงเทพฯต่อไป



