ข่าว

จับตาคืนแดงเดือด 14 มี.ค.

จับตาคืนแดงเดือด 14 มี.ค.

13 มี.ค. 2553

สร้างความแปลกใจไม่น้อยสำหรับการชุมนุมของ "คนเสื้อแดง" เมื่อวันที่ 12 มีนาคม

 หลังการทำกิจกรรมในแต่ละจุดเมื่อเวลา 12.00 น. ต่างแยกย้ายเดินทางกลับ

 แกนนำแต่ละคนต่างพูดตรงกันว่า การนัดชุมนุมในวันที่ 12 มีนาคม เพียงแค่ "โหมโรง" หรือตีกลองเตรียมรวมพลเรียกความพร้อมเท่านั้น

 วันที่นัดชุมนุมจริงคือ วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม !

 6 จุดทั่วเมืองหลวงที่วางเอาไว้ หากเอาจำนวนคนเป็นที่ตั้ง ก็เรียกได้ว่า เสื้อแดงพลาดเป้าทั้ง 6 จุด

 1.บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือวงเวียนใหญ่ กลุ่มเสื้อแดงไม่ต่ำกว่า 5 กลุ่ม กำหนดเดินรณรงค์ตามถนนหลายสาย อาทิ ถ.เพชรเกษม-แยกท่าพระ-บางแค, ถ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, ถ.พระราม 2, ถ.อิสรภาพ, ถ.เจริญนคร, ถ.จรัญสนิทวงศ์

 แต่เอาเข้าจริง กิจกรรมส่วนใหญ่มีขึ้นที่วงเวียนใหญ่เท่านั้น และจำนวนคนก็มีเพียง 300 คน

 2.บริเวณอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หรือ "อนุสาวรีย์ปราบกบฏ" บริเวณเหนืออุโมงค์ทางลอดแยกบางเขน จุดนี้ถือว่าเป็นจุดใหญ่ เพราะมี 21 กลุ่มย่อย และนายวีระ มุสิกพงศ์ มาเป็นประธานพิธีเผาพริกเผาเกลือ อ่านโคลงศรีปราชญ์

 จุดนี้ พอจะกู้หน้าให้แก่เสื้อแดงได้บ้าง เพราะจำนวนคนค่อยๆ เพิ่มขึ้นราว 2,000 คน จนเดินไปปิดประตูทางเข้า "ราบ 11" ได้ แต่ก็ไม่อาจสกัดให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ ออกจาก ราบ 11 ไป อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ แต่จุดนี้ก็สลายการชุมนุมไปในเวลา 16.30 น.

 3.พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี จุดนี้มีเสื้อแดงราว 5 กลุ่ม รวมพลแล้วเดินรณรงค์ไปตาม ถ.สาทร สีลม พระราม 4 แต่เอาเข้าจริง คนเสื้อแดงก็เดินทางมาประมาณ 500 คน

 4.บริเวณหน้า สน.ทุ่งสองห้อง ถ.กำแพงเพชร 7 เขตหลักสี่ จากเดิมวางเอาไว้ว่าจะมีเสื้อแดงจากเขตหลักสี่ บางเขน จตุจักร แต่มาจริง แค่ 100 กว่าคน

 5.บริเวณทางแยกบางนา เขตบางนา เดิมทีคาดการณ์กันว่า เสื้อแดงย่านนี้จะหนาแน่น เพราะมีคนจากสมุทรปราการมาสมทบ รวมทั้งเสื้อแดงจากภาคตะวันออก แต่เอาเข้าจริงก็มีกลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมกันแค่ 200 กว่าคน

 6.บริเวณสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) ประตู 2 ถ.มิตรไมตรี เขตดินแดง จุดนี้ก็เช่นกัน เดิมมีนัดกับกลุ่มเสื้อแดงถึง 7 กลุ่ม ซึ่งก็รวมทั้งกลุ่มแท็กซี่ แต่ก็มีการชุมนุมราว 500 คน เดินทางไปบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง และยาวไปที่สถานีวิทยุเอ็นบีที ซึ่งก็ทำให้การจราจรติดขัดบ้างเท่านั้น

 ทั้ง 6 จุด ทยอยยุติการชุมนุมไปในเวลา 15.30 น. ยกเว้น ที่ "อนุสาวรีย์ปราบกบฏ" ที่มีพิธีบวงสรวง ที่ยังยืดเยื้อกันอยู่

 "พายัพ ปั้นแกน" แกนนำเสื้อแดง ซึ่งเตรียมความพร้อมทั้งทัพบกที่ จ.อ่างทอง และทัพเรือที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ยืนยันว่า การชุมนุมวันที่ 12 มีนาคม เป็นเพียงการบวงสรวงบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยก่อนทำงานใหญ่เท่านั้น แต่ในช่วงค่ำจะมีเวทีปราศรัยในบางจุด

 "การบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ทำเฉพาะจุดนัดหมายในกรุงเทพฯ เท่านั้น ในพื้นที่ต่างจังหวัดก็มีการประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับแกนนำในกรุงเทพฯ ด้วย ก่อนจะเคลื่อนพลเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ในวันที่ 13 มีนาคม และรวมกันเป็นทัพใหญ่ในวันที่ 14 มีนาคมนี้" พายัพ กล่าว

 "พายัพ" กล่าวว่า คืนวันที่ 12 มีนาคนนี้ แต่ละภาคจะมีการตั้งเวทีปราศรัยขึ้นหลายจุด เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของผู้ร่วมชุมนุม เช่น ภาคอีสาน จะตั้งเวทีที่ จ.นครราชสีมา เพราะเป็นทางผ่านของ 19 จังหวัดในภาคอีสาน

 สำหรับตนเองรับผิดชอบกองทัพเรือและกองทัพบก กองทัพบกจะเคลื่อนพลในวันที่ 13 มีนาคม โดยมีจุดนัดพบกันที่ใต้สะพานทางด่วน จ.อ่างทอง โดยจุดนี้มีทั้งหมด 15 จังหวัด คาดว่าจะมีผู้มาร่วมชุมนุมประมาณ 1 แสนคน

 ส่วนการเคลื่อนพลทางน้ำ "พายัพ" บอกว่า จะเริ่มออกเดินทางเช้าวันที่ 14 มีนาคม ที่ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา คาดว่าจะมีประมาณ 5,000 คน โดยจะไปขึ้นที่บริเวณสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า จากนั้นจะมีเรือรับจ้างมารับคนเสื้อแดงไปขึ้นที่ท่าศิริราช

 ข้อมูลนี้ตรงกับการประเมินสถานการณ์ของหน่วยงานด้านความมั่นคง ที่เชื่อว่าคนเสื้อแดงกำลังรอทัพใหญ่จากต่างจังหวัดมาเสริม ลำพังกำลังคนจากเมืองหลวงนั้น คงจะเป็นอย่างที่ ณัฐวุฒิ ใสpเกื้อ ยอมรับว่า "โหรงเหรง"

 สิ่งบอกเหตุอย่างหนึ่งที่หน่วยงานด้านความมั่นคงมองเห็นก็คือ การเร่งสร้างห้องส้วมห้องน้ำที่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ใกล้กระทรวงศึกษาธิการ กลางดึกคืนวันที่ 11 มีนาคม บ่งชี้ว่า น่าจะเป็นการรองรับผู้ชุมนุมจำนวนมาก และอาจมีแผนอื่นเพิ่มเติม

 อยางไรก็ตาม สถานการณ์ที่ประเมินกันนั้น ระหว่างวันที่ 12-13 และเช้าวันที่ 14 มีนาคม อาจจะไม่เกิดเหตุร้ายแรงอะไรขึ้น
 แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ตั้งแต่ค่ำวันที่ 14 มีนาคม เป็นต้นไป ถึงแม้ว่าจะมีกำลังทหารเต็มพรืดไปหมดทุกแยก ทุกซอยก็ตามที

 สมถวิล เทพสวัสดิ์/ศรุติ ศรุตา