
วางมาตรการเข้มสกัดล่าสัตว์ป่าพื้นที่ห้วยขาแข้ง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เก็บเศษซากสัตว์ที่ถูกวางยาพิษออกจากป่าเกรงสัตว์อื่นไปกินซ้ำ พร้อมตั้งฐานลอยลาดตระเวนบริเวณใจกลางป่า วอนทุกภาคส่วนร่วมกันแจ้งเบาะแสซื้อขายสัตว์ป่า
นายสุนทร ฉายวัฒนะ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เปิดเผย ในช่วงฤดูแล้งปีนี้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเข้ม โดยเฉพาะในจุดที่มีแหล่งน้ำ โป่งดิน และแหล่งที่มีสัตว์ป่าชุกชุม เพื่อสกัดกั้นและป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ป่าในระยะนี้แล้ว ความอุดมสมบูรณ์ดังกล่าว อาจจะเป็นแรงจูงใจให้มีผู้คนที่เห็นแก่ได้พยายามเข้าไปลักลอบล่าสัตว์เพิ่มขึ้นก็อาจเป็นได้ เนื่องจากการเข้มงวดในการอนุรักษ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาส่งผลให้ปริมาณของสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้ง เสือ และสัตว์ที่เป็นอาหารของเสือ เช่น เก้ง กวาง ฯลฯ
เหตุการณ์ล่าเสือโคร่งที่เกิดขึ้น นับโชคดีที่เจ้าหน้าที่ไปพบก่อน เนื่องจากมีการลาดตระเวนอย่างเข้มงวดทั่วพื้นที่ ทำให้สามารถวางแผนป้องกันการกระทำซ้ำได้ คาดว่าพรานกลุ่มนี้เป็นมืออาชีพ สังเกตจากพฤติกรรม แม้พบเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สะทกสะท้าน ช่วงนี้ได้ระดมเจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่
เพื่อเก็บชิ้นส่วนของสัตว์ที่ถูกยาเบื่อ ป้องกันสัตว์อื่นไปกินและอาจตายเพิ่ม พร้อมทั้งขอสนับสนุนจากกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในการจัดตั้งฐานปฏิบัติการลักษณะฐานลอยบริเวณใจกลางป่าห้วยขาแข้ง เพราะพื้นที่ดังกล่าวไม่มีเส้นทางเข้าถึง การเดินทางและส่งเสบียงจึงทำได้ยากลำบาก แต่มีความจำเป็นเพื่อป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ป่าในแหล่งชุกชุม
สำหรับยาพิษที่ใช้เบื่อเสือทั้ง 3 ตัว มีลักษณะเป็นเกร็ดสีม่วง อยู่ระหว่างการตรวจสอบของสถาบันตรวจสุขภาพสัตว์ กรมปศุสัตว์ เป็นสารพิษชนิดใดคาดรู้ผลวันนี้ "การที่จะป้องกันปัญหาลักลอบล่าสัตว์และค้าสัตว์ป่าให้ได้ผลทุกภาคส่วนต้องมีบทบาทร่วมกันทั้งผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาป่าไม้และสัตว์ป่า ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่ดูแลพื้นที่รอบนอก รวมถึงประชาชน ถ้าร่วมมือกันหาข่าว และสกัดกั้น การซื้อการขายได้สัตว์ป่าได้ การล่าสัตว์ก็จะลดลงตามไปด้วย"นายสุนทร กล่าว



