
สุขุมพันธุ์บอกคนนางเลิ้งให้ระวังตัวตั้งทีมดูแลแดง
"สุขุมพันธุ์" บอกคนนางเลิ้งให้ระวังตัว ไม่เชื่อ รบ.ดูแลประชาชนได้หมด กทม.ตั้ง 4 ทีมพยาบาลเข้าดูแลคนเสื้อแดง ใช้ศาลาว่าการกทม. ซุกคอมมานโด
เมื่อวันที่ 12 มี.ค. เวลา 10.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าเยี่ยมข้าราชการ และลูกจ้าง สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายประชาชนเพื่อให้กำลังใจและมอบนโยบายการทำงานช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า นอกจากเจ้าหน้าที่จะต้องให้การดูแลประชาชนในพื้นที่แล้ว ตนมีนโยบาย 2 ข้อที่ผู้ปฏิบัติงานต้องทำคือ
1.ดูแลชุมชน ประชาชนในพื้นที่ให้ดีที่สุด ด้วยการบอกกับประชาชนในชุมชนว่าต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ด้วยการใช้ความอดทนกรณีมีเหตุวุ่นวายในพื้นที่ แม้ว่ารัฐบาลจะจัดกำลังทหาร ตำรวจมาดูแลประชาชน แต่ประชาชนต้องช่วยดูแลสถานการณ์และระวังความปลอดภัยของตัวเองด้วย 2.ต้องบอกประชาชนว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงเป็นสิทธิที่ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ 2550 แต่หากผู้ชุมนุมทำพฤติกรรมใดที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย คือ ใช้ความรุนแรง ต้องเตือนคนรอบข้างว่าอย่าใช้ความรุนแรงตอบโต้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเหตุที่คณะผู้บริหารกทม. ลงพื้นที่ชุมชนนางเลิ้งเป็นครั้งที่ 2 นั้นเนื่องจากมีรายงานว่าทางคนชุมชนได้หารือและมีมติว่าหากกลุ่มเสื้อแดงเข้ามารุกรานพื้นที่เหมือนเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อเดือนเม.ย. 2552 คน ชุมชนนางเลิ้งพร้อมจะตอบโต้ทุกรูปแบบ
กทม.ตั้ง4ทีมพยาบาลเข้าดูแลคนเสื้อแดง
ด้านพญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ พยาบาลว่า กทม.เตรียมหน่วยพยาบาลไว้ 4 ทีมใหญ่ คือ 1.ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน(ศูนย์เอราวัณ) 2.วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล 3.สภากาชาดไทย และ4.กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะนำรถพยาบาลฉุกเฉินประจำไว้ภายนอกพื้นที่ชุมนุมตามจุดต่างๆ เมื่อมีเหตุพร้อมที่จะเข้าพื้นที่ได้ทันที ส่วนการให้การช่วยเหลือผู้ชุมนุมที่อาจจะเป็นลมแดด เนื่องจากอากาศร้อนนั้นได้เตรียมอุปกรณ์แพทย์ พยาบาลไว้แล้ว ทั้งนี้จะเข้าพื้นที่ชุมนุมได้ก็ต่อเมื่อผู้ชุมนุมร้องขอ หรือผู้ชุมนุมมีเหตุที่จำเป็นต้องรับการพยาบาล เช่น พบผู้เป็นลม สามารถแจ้งได้ที่หน่วยพยาบาล หรือที่ศูนย์เอราวัณ หมายเลข 1669
ใช้ศาลาว่าการกทม. ซุกคอมมานโด
ส่วนบรรยากาศที่ศาลาว่าการกทม. ซึ่งเป็นจุดเสี่ยง 1 ใน 33 จุด เมื่อช่วงเวลา 11.42 น. มีประกาศผ่านวิทยุตามสายภายในศาลาว่าการกทม. ระบุว่าให้ข้าราชการนำรถออกจากจุดจอดรถของศาลาว่าการกทม. ภายในเวลา 13.00 น. โดยไม่ระบุเหตุผล ทำให้ข้าราชการส่วนใหญ่ๆ ทยอยเดินทางกลับที่พัก และเมื่อเวลา 13.15 น. เจ้าหน้าที่ได้ปิดประตูทางเข้า เพื่อสร้างความปลอดภัย ทั้งนี้เปิดเพียงประตูทางออก ด้านข้างของศาลาว่าการกทม. ให้เจ้าหน้าที่ได้ใช้เท่านั้น นอกจากนั้นแล้วภายในห้องรัตนโกสินทร์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล จำนวนหนึ่งได้เข้ามาพักผ่อนด้วย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของกทม. ระบุว่าจะมีเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลจำนวน 500-600 นายจะเข้ามาประจำการในพื้นที่ศาลาว่าการ กทม. ด้วย
ปลัดกทม. สั่ง เฝ้าระวังสถานที่ก่อสร้าง
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง (กทม. 2) นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม. ประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงาน กทม. เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. โดยในที่ประชุมนั้น ปลัด กทม.ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ตลอดเวลา รวมทั้งการเตรียมรถพยาบาลที่จะต้องมีการกระจายตัวไปยังจุดต่างๆ เนื่องจากเกรงว่าหากการจราจรติดขัด รถพยาบาลจะไปถึงที่หมายได้ช้า อีกทั้งจะต้องประสานกับโรงพยาบาลที่เป็นแนวร่วมเพื่อนำรถพยาบาลมาให้ความสะดวกหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
นายพงศ์ศักติฐ์ กล่าวว่า หัวหน้าหน่วยงานจะต้องจัดทำบัญชีรายชื่อ ผู้รับผิดชอบในหน่วยงานต่างๆ เพื่อสามารถติดตามการทำงานได้ตลอดเวลา โดยแต่ละหน่วยงานจะต้องมีผู้ดูแลตลอด 24 ชม. ส่วนข้าราชการและลูกจ้างที่ไม่มีภารกิจแล้วผู้บังคับบัญชาก็สามารถพิจารณาให้กลับบ้านได้ในช่วงบ่าย และในช่วงวันที่ 13-14 มี.ค.นี้หัวหน้าหน่วยงานต้องมาปฏิบัติงานตลอดทั้ง 2 วัน และรอฟังคำสั่งการปฏิบัติราชการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณ ศาลาว่าการ กทม.2 เป็นจุดที่ใกล้กับการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ในจุดสามเหลี่ยมดินแดง และเป็นช่วงการก่อสร้างอาคาร ซึ่งมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นจำนวนมาก จึงกำชับให้ผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่ จัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ให้เรียบร้อยเนื่องจากเกรงว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้เป็นอาวุธ และขอกำชับไปถึงสถานที่ก่อสร้างอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงด้วย
ทั้งนี้สำหรับสถานที่ราชการ เช่นที่ศาลาว่าการ กทม.1 และ 2 ให้มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ส่วนสถานที่ที่ผู้ชุมนุมจะใช้ในการชุมนุม คือ ศูนย์เยาวชน ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กทม.ได้ปิดทำการระหว่างวันที่ 12-14 มี.ค.ส่วนที่สวนลุมพินีนั้นไม่สามารถปิดทำการได้ แต่ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่จะมาใช้บริการเลี่ยงใช้บริการออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัย



