ข่าว

เลขาฯสภาฯยันญัตติซักฟอกไร้ปัญหายื่นคนละมาตรา

เลขาฯสภาฯยันญัตติซักฟอกไร้ปัญหายื่นคนละมาตรา

13 มี.ค. 2552

“ลุงชัย” ปูด อภิปรายส่อแววล่ม ชี้เสนอญัตติซ่อนญัตติ เล็งตีความ ระบุอาจต้องส่งกลับฝ่ายค้านแก้ไข เลขาธิการสภาฯยันฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอกคนละมาตราไร้ปัญหา "รองปธ.สภาฯ”ติง“ปู่ชัย”ด่วนสรุปเร็วไปว่าญัตติซักฟอกมีปัญหา

       (13มี.ค.) นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมน ตรี 5 คนว่า ขณะนี้มีข้อสังเกตอยู่ 2 ประเด็น โดยฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติตามมาตรา 158 เป็นการขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และได้ยื่นญัตติตามมาตรา 159 เป็นการขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซึ่งตรงนี้นักกฎหมายได้ตั้งข้อสังเกตว่าส.ส. 1 คนจะเสนอ 2 ญัตติรวมกันได้หรือไม่ เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนก่ำกึ่งอยู่ 
       กรณีนี้ต้องรอบคอบ ซึ่งหากมีปัญหาจริงอาจต้องเสนอให้ตีความในข้อกฎหมาย ความจริงแล้วฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องเสนอญัตติมา 2 ญัตติ เพราะเมื่อเสนอญัตติให้มีการอภิปรายนายกฯแล้วเมื่อนายกฯถูกถอดถอน คณะรัฐมนตรีก็จะหลุดไปทั้งคณะ แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นตัวญัตติมีเพียงแต่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบ อย่างไรก็ตามทางสภาฯมีเวลาพิจารณาภายใน 7 วัน หลังจากนั้นก็จะแจ้งให้ฝ่ายค้านทราบภายในวันที่ 19 มี.ค.นี้หากพบว่าญัตติมีปัญหาไม่ถูกต้องก็จะส่งให้ไปแก้ไขแล้วให้ฝ่ายค้านเสนอญัตติเข้ามาใหม่ แต่หากญัตติเรียบร้อยก็จะแจ้งให้รัฐบาลทราบเพื่อเตรียมตัวภายใน 15 วัน 
       “การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นญัตติธรรมดา ทุกอย่างมันอยู่ที่มือ แล้วก็เสียงโหวตว่ามีเสียงถึง 234 เสียงหรือไม่ หากเสียงเกินก็ได้เป็นนายกฯต่อ หากเสียงต่ำกว่า 234 ก็ถูกปลดออก มือครบก็ได้เป็นนายกฯต่อไป”นายชัย กล่าว

เลขาธิการสภาฯยันฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอกคนละมาตราไร้ปัญหา
 นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านว่า ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านเสนอมาคนละฉบับ เป็นการยื่นญัตติคนละมาตรากัน ซึ่งสามารถทำได้ ไม่มีอะไรห้ามไว้ว่า คนที่ลงชื่อในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 จะมาลงชื่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ไม่ได้
 ทั้งนี้ ในอดีตก็เคยมีการยื่นญัตติในลักษณะนี้มาแล้ว แต่ถ้าเป็นการแยกยื่นญัตติในมาตราเดียวกันผู้ที่ลงชื่อเสนอญัตติจะมีรายชื่อซ้ำกันไม่ได้

"รองปธ.สภาฯ”ติง“ปู่ชัย”ด่วนสรุปเร็วไปว่าญัตติซักฟอกมีปัญหา
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า ปัญหาเรื่องญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านถือเป็นดุลยพินิจของประธานสภาฯในการตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งเชื่อว่าปัญหาเกิดจากการที่เราเริ่มใช้รัฐธรรมนูญใหม่ แต่ส่วนตัวอยากให้การยื่นญัตติดังกล่าวเป็นไปตามปกติ โดยยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมชี้แจงในวันที่ 26-27 มี.ค.นี้
 ด้าน นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าวถึงกรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจมีปัญหาว่า เร็วเกินไปที่จะบอกว่ามีปัญหา เพราะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบก่อนว่าการเข้าชื่อส.ส. 1 คน สามารถเซ็นชื่อได้ 2 ญัตติหรือไม่ หากพบว่ามีปัญหาจริง ก็สามารถส่งให้ทางพรรคเพื่อไทยแก้ไขให้ถูกต้องได้ ภายใน 7 วัน
 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวโน้มที่จะเลื่อนวันอภิปรายฯ ออกไปจากวันที่ 26-27 มี.ค.ที่รัฐบาลบอกว่าพร้อมชี้แจงหรือไม่ รองประธานสภาฯ กล่าวว่า ความพร้อมหรือไม่ต้องอยู่ที่ขั้นตอนการตรวจสอบด้วย แต่ตนเชื่อว่าคงไม่มีปัญหา เพราะการแก้ไขคงใช้เวลาไม่นาน
 ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์โจมตีพรรคเพื่อไทย ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างลุกลี้ลุกลนนั้น นายสามารถ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเราต้องปรับตัวให้เข้ากับรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นกติกาที่ไม่เคยใช้มาก่อน อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้บ้าง ดังนั้นจึงไม่ควรวิจารณ์อะไรกันมาก เพราะการตอบโต้กันไปมาจะทำให้บรรยากาศไม่ค่อยดี ทั้งสองฝ่ายควรทำตามบทบาทหน้าที่ของตนเองจะดีกว่า

"เฉลิม”เผยตั้งวอร์รูมเล็งซักฟอกนายกฯ 1 วันเต็ม

 ร.ต.อ.เฉลิม   อยู่บำรุง  ส.ส.สัดส่วน  ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย หัวหน้าทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจ กล่าวว่าหลังจากยื่นเรื่องถอดถอนนายกรัฐมนตรีและ 5 รัฐมนตรีร่วมรัฐบาล และยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแล้ว ในส่วนของพรรคจะมีการประชุมหารือจัด ส.ส.ที่จะเป็นผู้อภิปรายเพื่อมาแบ่งทีมอภิปรายให้เนื้อหาสาระกำชับชัดเจนประเด็นอภิปรายต่อเนื่อง จะคัด ส.ส.ที่สมัครใจพร้อมอภิปราย ทั้งนี้ จะใช้ห้องประชุมบนชั้น 10 ที่ทำการพรรคฯ เพื่อใช้เป็น วอร์รูม ในการเตรียมความพร้อมของทีมอภิปรายครั้งนี้
 นายพีระพันธ์  พาลุสุข  ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย คณะทำงานอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าในส่วนของผู้อภิปรายครั้งนี้ จะต้องมาพิจารณาให้เหมาะสมกับเวลาในการอภิปรายซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2 วันน่าจะเพียงพอ โดยเบื้องต้น ในส่วนของนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะใช้เวลาอภิปราย 1 วันเต็ม ๆ ถือว่าเป็นการให้เกียรตินายกรัฐมนตรี เพราะท่านนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแลในการบริหารราชการแผ่นดินมีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง จะมีร.ต.อ .เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมอภิปราย พร้อมคณะ ส.ส. จะร่วมอภิปราย ส่วนอีกวัน จะเป็นการอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 5 คนซึ่งพรรคจะจัดทีมอภิปรายให้กำชับชัดเจน

เพื่อไทยแนะปชช.ฟังอภิปรายให้ได้ประโยชน์ 
 นายประเกียรติ  นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าสำหรับการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีครั้งนี้ พรรคฝ่ายค้านอยากทำความเข้าใจกับประชาชนเพื่อฟังอภิปรายอย่างเข้าใจโดยรูปแบบอภิปราย มี 2 รูปแบบในกรณีแรก เป็นการยื่นอภิปรายในกรณีรัฐบาลบริหารราชการผิดพลาด และบริหารไม่มีประสิทธิภาพ การยื่นอภิปรายส่วนนี้จะไม่มีการยื่นถอดถอนแต่กรณีที่ยื่นอภิปรายรัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด บกพร่องและมีการกระทำผิดกฎหมาย จรรยาบรรณอย่างร้ายแรง ส่วนนี้จะต้องยื่นถอดถอนจากตำแหน่งด้วยและจะสามารถพูดครอบคลุมไปถึงในส่วนแรกได้ด้วย ถือว่าเป็นรูปแบบที่ไม่เหมือนการอภิปรายในอดีตที่ผ่านมา หากประชาชนเข้าใจการอภิปราย เมื่อฟังแล้วจะสามารถวินิจฉัยด้วยตัวเองได้ว่าการอภิปรายครั้งนี้ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งตรงนี้จะเกิดประโยชน์อย่างมาก
 “หากในการอภิปรายเชื่อจะมีการลุกประท้วงจาก ส.ส.ซีกรัฐบาลอย่างแน่นอนเพื่อทำให้อภิปรายไม่ราบรื่นและไม่มีความต่อเนื่อง แต่ประชาชนจะรู้ว่าประท้วงไม่ตรงกับข้อกฎหมาย ถือว่าเป็นการก่อกวน หรือตีรวนซึ่งพรรคได้เตรียมผู้ที่จะประท้วง ผู้ลุกประท้วงที่ทำให้การอภิปรายไม่ราบรื่นโดยประธานในที่ประชุมสภาจะต้องมีความเข้มแข็งในการควบคุมการประชุมสภา อย่าปล่อยให้มีการประท้วงก่อกวน ไม่เป็นไปตามข้อบังคับ และอภิปรายไม่ได้ หากมีการประท้วง ประธานที่ประชุมจะต้องรีบวินิจฉัยทันที”นายประเกียรติ กล่าว
 เมื่อถามถึงกรณีที่มีตัดสินใจการเปลี่ยนยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายชวรัตน์  ชาญวีรกูล  รมว.มหาดไทย นายประเกียรติ กล่าวว่า เป็นเรื่องในกรณีการโยกย้ายข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเดิมคิดว่ามีการมอบหมายให้รมช.มหาดไทย แต่เมื่อตรวจสอบแล้ว รมว.มหาดไทย เป็นผู้ที่มีอำนาจโดยตรง
 ดังนั้นการโยกย้ายดังกล่าว เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 266 และมาตรา 268 ในการใช้อำนาจไปการแทรกแซงการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะข้าราชการประจำ เพื่อประโยชน์ของตัวเอง อย่างในกรณีการสั่งการให้รวบรวมงบประมาณจากอีกส่วนนำเอามารวมกับงบอีกกลุ่ม เมื่อข้าราชการยึดตามข้อกฎหมาย ไม่สนองตามนโยบายจึงอาจสั่งโยกย้าย