ข่าว

ทูตไทยในเวียดนามชงเปิดเดินรถท่องเที่ยวเชื่อมเว้-มุกดาหาร

ทูตไทยในเวียดนามชงเปิดเดินรถท่องเที่ยวเชื่อมเว้-มุกดาหาร

12 มี.ค. 2553

สมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม ร่วมประชุมหารือด้านธุรกิจการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และด้านวิชาการการศึกษา หวังให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เลขาธิการสมาคมฯ เผยเตรียมนำนักธุรกิจออกสำรวจเส้นทางหมายเลข 9 หวังขจัดปัญหาอุปสรรคการใช้ประโยชน์เส้นทางดังกล่าว ด้านทูตไทยใ

วันนี้ (12 มี.ค.) ที่โรงแรมพูลแมนขอนแก่น ราชาออคิด จ.ขอนแก่น สมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม กับสมาคมมิตรภาพเวียดนาม-ไทย ได้มีการประชุมความร่วมมือระหว่างทั้งสองสมาคม ถือเป็นการจัดประชุมครั้งแรกที่หวังผลให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยในเวทีการประชุมได้มีการหารือใน 3 ประเด็น คือ ด้านธุรกิจการท่องเที่ยว ด้านการส่งเสริมการค้าลงทุน และด้านวิชาการ การศึกษา และวัฒนธรรม

 นายประพันธ์ศักดิ์ แพทยานนท์ อุปนายกสมาคมคนที่ 1 กล่าวว่า นับตั้งแต่ที่ไทยและเวียดนามสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2519 ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศคืบหน้ามาโดยลำดับ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง ด้านการค้า การลงทุน และด้านการศึกษา วัฒนธรรม

 โดยในด้านการค้า พบว่าไทยเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 9 ของเวียดนาม พบว่าในปี 2552 ที่ผ่านมามูลค่าการค้ารวมทั้งไทยและเวียดนาม อยู่ที่ 5,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเวียดนามเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 13 ของไทย ส่วนในด้านการลงทุน ไทยเข้าไปลงทุนในเวียดนามสูงเป็นอันดับที่ 10 จากนักลงทุนต่างชาติทั้งหมด โดยมีโครงการที่เข้าไปลงทุนรวม 216 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 5,749.52 ล้านดอลลาร์ฯ

 ด้านการท่องเที่ยวพบว่าหลังจากที่ได้พัฒนาเส้นทางหมายเลข 9 ทำให้การเดินทางไปมาหาระหว่างสองประเทศสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยในปี 2551 นักท่องเที่ยวเวียดนามเข้ามาไทย 3.34 แสนคน ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยไปเวียดนามจำนวน 3.21 คน

 ส่วนในด้านวัฒนธรรมและวิชาการ ทั้งสองประเทศก็ได้ร่วมมือกันมากขึ้นโดยการขับเคลื่อนของภาครัฐและเอกชน ปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีนักศึกษาเวียดนามมาศึกษาในไทยเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การแลกเปลี่ยนและการสอนภาษาเวียดนามยังมีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นทางสมาคมจึงได้มุ่งเน้นสร้างบุคคลากร โดยจะมีโครงการให้ทุนการศึกษาเพื่อให้นักศึกษาไทยที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกไปฝึกฝนภาษาเวียดนาม ด้วยการให้ทุนศึกษาต่อทางด้านภาษาเวียดนาม

 ด้านนายสวัสดิ์ โสภา เลขาธิการสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม กล่าวว่า แนวทางการขับเคลื่อนของสมาคมฯ ต่อจากนี้ไปเพื่อให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม คือ 1.การจัดกิจกรรมร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 1,000 ปีกรุงฮานอยและการเฉลิมฉลองวันชาติเวียดนาม 2.การสร้างบุคลากรไทยให้มีความเชี่ยวชาญภาษาเวียดนาม 3.การสำรวจเส้นทางหมายเลข 9 และ 4 การจัดค่ายเยาวชนไทย-เวียดนาม

 "ในด้านการสำรวจเส้นทางหมายเลข 9 ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ดังนั้นทางสมาคมฯ ได้เตรียมนำนักธุรกิจร่วมสำรวจเส้นทางดังกล่าวทั้งนี้เพื่อขจัดอุปสรรคที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ประโยชน์จากเส้นทางดังกล่าว เพื่อเอื้อต่อการขยายตัวของภาคการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวระหว่างภาคอีสานของไทย และภาคกลางของเวียดนาม" นายสวัสดิ์ กล่าว

 ขณะที่ นายพิษณุ จันทร์วิทัน เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม  กล่าวว่า ภายหลังการประชุมความร่วมมือและเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เราจะผลักดันให้มีการพบปะระหว่างผู้ว่าราชการตามแนวชายแดนของไทยและเวียดนาม รวมทั้งจะนำธุรกิจในสาขาที่มีศักยภาพร่วมจับคู่ธุรกิจการค้าที่ประเทศเวียดนาม

 "อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ผมได้เสนอเรื่องการเปิดกิจการเดินรถโดยสารท่องเที่ยวชั้นดี (รถโค้ช) ระหว่างเมืองเว้-มุกดาหาร ใช้เวลาในการเดินทางเพียง 6 ชั่วโมงเป็นประจำทุกวัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้นำเข้าสู่ที่ประชุมในระดับชาติ ทั้งไทย-ลาว-มุกดาร แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการผ่านแดน ซึ่งเราจะเดินหน้าขจัดปัญหานี้และคาดว่าในปี 53 การเดินรถในเส้นทางดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นได้แน่นอน"