ข่าว

"ซูจี"เรียกร้องให้ตอบโต้กม.เลือกตั้งไม่เป็นธรรม

"ซูจี"เรียกร้องให้ตอบโต้กม.เลือกตั้งไม่เป็นธรรม

12 มี.ค. 2553

อองซาน ซูจีเรียกร้องให้ตอบโต้อย่างเป็นหนึ่งเดียวกันกับกฏหมายเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม

(12มี.ค.) นายเนียน วิน ทนายความและโฆษกพรรคแนวร่วมสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตยในพม่าของนางอองซาน ซูจี เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี หลังเข้าเยี่ยมเธอผู้ถูกกักบริเวณในบ้านพักมารวมถึง 14 ปีในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาระบุว่า นางซูจีวัย 64 ปีได้บอกว่าแปลกใจแต่ไม่ได้หมดกำลังใจกับกฏหมายเลือกตั้ง 5 ฉบับที่รัฐบาลทหารพม่าออกมาใช้ ที่ห้ามเธอลงสมัครหรือแม้แต่จะใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และยังมีข้อกำหนดให้พรรค NLD ต้องตัดความเป็นสมาชิกภาพของเธอทิ้งด้วย ถึงจะมีสิทธิ์จดทะเบียนเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง

 เธอได้เรียกร้องให้ประชาชนและพลังทางการเมืองตอบโต้อย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน กับกฏหมายที่เธอเรียกว่า"ไม่เป็นธรรม" และ"กดขี่"ที่รัฐบาลทหารพม่าออกมาใช้ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันจันทร์ เพื่อตัดสิทธิ์เธอจากการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปีที่คาดว่าจะมีขึ้นในตุลาคม-
พฤศจิกายน แต่เธอยังไม่ได้ระบุว่าพวกเขาสมควรทำเช่นใด  

 นายเนียน วิน กล่าวด้วยว่า เขาเองก็ยังไม่อาจบอกได้ว่าการตอบโต้จะอยู่ในรูปใด พรรค NLD ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมในการเลือกตั้งหรือไม่ โดยนับจากวันจันทร์ที่ผ่านมา พรรคการเมืองมีเวลา 60 วัน ที่จะไปจดทะเบียนเพื่อเข้าร่วมในการเลือกตั้ง

 กฏหมาย 5 ฉบับที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้สร้างความไม่พอใจให้กับนานาชาติ และนายพี เจ ครอวเลย์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐโจมตีว่าเป็นการก้าวไปในทิศทางที่ผิดเป็นกฏหมายที่"เย้ยหยัน"ต่อกระบวนการประชาธิปไตย  สหรัฐฯกับกลุ่มสิทธิมนุษยชนได้เตือนว่า รัฐบาลทหารพม่าใกล้จะหมดโอกาสแล้วที่จะทำให้การเลือกตั้งดูน่าเชื่อถือ มาตราต่างๆในกฏหมายทำให้พวกเขาแน่ใจแล้วว่ารัฐบาลทหารพม่าเจตนาจะกุมอำนาจต่อไปดังเดิม และตัดสิทธินางซูจีที่จะมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล

 ฟิลิปปินส์เป็นชาติแรกในอาเซียนที่ออกมาแสดงความเห็นอย่างเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี โดยเรียกกฏหมายเลือกตั้งว่าเป็นละครตลก ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนซึ่งลงทุนมหาศาลในประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่ายืนยันว่าการออกฏหมายเป็นกิจการภายในของพม่า จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเหมาะสมโดยรัฐบาลและชาวพม่าเอง

 ทางด้านนายโทมัส ควินตาน่า ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ซึ่งไปเยือนพม่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ระบุในรายงานฉบับหนึ่งที่จะมีการวิเคราะห์กันในสภาสิทธิมนุษยชน(the Human Rights Council.)ในวันจันทร์หน้าว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่าอาจถึงขั้นเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ที่สหประชาชาติอาจเข้าสอบสวนได้