ข่าว

คำพูดไร้ความน่าเชื่อถือ

คำพูดไร้ความน่าเชื่อถือ

12 มี.ค. 2553

คำพูดและพฤติกรรมของเครือข่ายคนเสื้อแดง เริ่มต้นจากหัวขบวน คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนถึงแกนนำ ว่าการชุมนุมช่วงสุดสัปดาห์นี้จะไร้ความรุนแรง คงเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้ยาก เปรียบเสมือนมีคนพูดให้ฟังว่าพระอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตก

เพราะเหตุร้ายหลายอย่างที่เกิดขึ้น ทำให้คนบาดเจ็บล้มตายโดยอันธพาลและม็อบเสื้อแดง ไม่เคยได้รับการยอมรับ แต่มักอ้างว่าเป็นการกระทำของผู้อื่น ทั้งๆ ที่มีหลักฐานเป็นภาพถ่ายวิดีโอให้เห็นทุกขั้นตอนก็ตาม

 ครั้งนี้ก็เช่นกัน คนเสื้อแดงถูกมองว่าเป็นเหมือนยักษ์มาร เป็นตัวการป่วนเมือง สร้างความเดือดร้อน และความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บล้มตายของผู้เกี่ยวข้องและเหยื่อของผู้ถูกหลอก รู้เท่าไม่ถึงการณ์ การชุมนุมใหญ่ในสงครามครั้งสุดท้ายถูกมองว่าเป็นการทุ่มทุกอย่าง สรรพกำลังและทรัพยากร หวังล้มรัฐบาล ชิงอำนาจรัฐคืน แม้จะต้องเกิดความรุนแรง เผาบ้านเผาเมือง ก่อการจลาจล วินาศกรรม และก่อการร้ายก็ตาม

 นับเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกที่เอกอัครราชทูตต่างประเทศ คืออังกฤษ ได้ออกมาแสดงความห่วงใย และไปเยือนถึงพรรคเพื่อไทยหวังไม่ให้เกิดความรุนแรง คงเป็นเพราะรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น และใครมีส่วนเกี่ยวข้อง นับเป็นการแสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์บ้านเมือง ต่างจากตัวการซึ่งอยู่หัวแถวแต่หนีไปอยู่ต่างประเทศ และให้ครอบครัวหลบภัย ขณะที่ปล่อยให้ประชาชนเสื้อแดงเสี่ยงต่อการบาดเจ็บล้มตาย

 นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ได้พยายามยืนยันต่อเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ที่สถานทูตอังกฤษ อ้างว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงครั้งนี้จะเป็นไปด้วยสันติ สงบปราศจากอาวุธ และไม่มีการยึดทำเนียบรัฐบาล สนามบินสุวรรณภูมิ สถานที่ราชการหรืออาคารสำนักงานเอกชน เพราะคนเสื้อแดงชิงชังในสิ่งที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้กระทำไว้ ดังนั้นจะไม่มีการกระทำในสิ่งที่กลุ่มพันธมิตรเคยทำเป็นอันขาด การพูดเช่นนี้นายจตุพรคงไม่ลืมว่าตัวเองถูกสังคมมองว่ามีพฤติกรรมเป็น “เด็กเลี้ยงแกะ” ค้าข่าวโคมลอย ปล่อยข่าวลวง โดยเฉพาะการอ้างว่าจะมีคนชุมนุมมากถึง 1 ล้านคน ซึ่งคนสติดีเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้

 ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง อ้างว่าอยากสื่อสารกับคน กทม.หลายล้านคนว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงไม่มีเจตนาสร้างความวุ่นวายหรือก่อวินาศกรรม แต่เราต้องการอำนาจประชาธิปไตยคืนมา จึงหวังว่าการชุมนุมครั้งนี้จะได้รับการต้อนรับด้วยอัธยาศัยที่ดีจากคน กทม.และคนเสื้อแดงจะอำนวยความสะดวกให้คน กทม.ได้รับความสะดวกให้มากที่สุด แต่น่าเสียดายคำพูดนี้มาจากคนไร้ความน่าเชื่อถือ โดยพฤติกรรมและเจตนา ถูกมองว่าเป็นขบวนการ “สู้แล้วรวย” มีฐานะมั่งคั่งจากการเป็นแกนนำ ดังนั้น ประชาชนต้องยิ่งระวังอย่างมาก เพราะไม่แน่ใจว่าคนกลุ่มนี้จะสามารถควบคุมพวกเดียวกันได้หรือไม่ เพราะมีแต่ความแตกแยก แก่งแย่งผลประโยชน์ การระมัดระวังสถานการณ์และความไม่วางใจเท่านั้นจะทำให้ตัวเองปลอดภัย