ข่าว

หารือห้าง-ผู้ผลิตมั่นใจสินค้าไม่ขาดแคลนช่วงม็อบ

หารือห้าง-ผู้ผลิตมั่นใจสินค้าไม่ขาดแคลนช่วงม็อบ

11 มี.ค. 2553

กรมการค้าภายในหารือห้าง-ผู้ผลิต มั่นใจไม่มีปัญหาสินค้าขาดแคลน เตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนก ด้านผู้ส่งออกเตรียมแผนรองรับหากปิดเส้นทางขนส่ง ขณะที่แบงก์ชาติหารือแบงก์พาณิชย์เตรียมความพร้อม

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงผลการหารือร่วมกับผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในหมวดของใช้ประจำวัน ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านค้าสะดวกซื้อ และสมาคมการค้าที่เกี่ยวข้องประมาณ 40 ราย เพื่อสอบถามสถานการณ์ และเตรียมมาตรการดูแลราคาและปริมาณสินค้าไม่ให้ขาดแคลนในช่วงสถานการณ์การชุมนุมว่า ผู้ผลิตและผู้ค้าทุกส่วนยืนยันว่าจะเปิดบริการจำหน่ายสินค้าตามปกติ และมีปริมาณสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยเบื้องต้นมีปริมาณสินค้าสำรองไว้จำหน่ายนานถึง 1 เดือน

 อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าอาจเกิดปัญหาด้านการขนส่งสินค้าบ้างหากผู้ชุมนุมปิดเส้นทางบางจุด อาจทำให้การกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคช้าลง แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ผู้ผลิตสามารถจัดการได้ แต่หากเกิดสถานการณ์รุนแรงห้างสรรพสินค้าอาจจะพิจารณาปิดห้างบางแห่งที่เป็นจุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย

 "ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกแห่ซื้อสินค้าตุน เพราะผู้ผลิตและผู้ค้ายืนยันว่ามีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ ทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมันพืช ขณะที่สมาคมผู้ค้ายืนยันว่ายอดการซื้อขายสินค้ายังเป็นไปตามปกติ ไม่มีการซื้อสินค้ากักตุน ส่วนยอดขายสินค้าบางรายการเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะช่วงปิดเทอมทำให้ความต้องการสินค้ามากกว่าปกติ รวมทั้งประชาชนบางส่วนซื้อของในปริมาณมากขึ้น เพราะกลัวมีปัญหาไม่สามารถเดินทางออกมาซื้อสินค้าได้ในช่วงหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการชุมนุม” นางชุติมากล่าว

 นอกจากนี้ห้างสรรพสินค้าบางแห่งได้เตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนที่จะเข้าไปซื้อสินค้าด้วย โดยมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิด และออกมาตรการด้านความปลอดภัยมาบังคับใช้แล้วหลายมาตรการ เช่น เข้มงวดตรวสอบบุคคลที่เข้ามาใช้บริการ เปลี่ยนถังขยะเป็นพลาสติกใส

 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการกักตุนสินค้าจนทำให้ปั่นป่วน กรมการค้าภายในได้กำหนดมาตรการป้องกันการกักตุนสินค้า หรือการครอบครองสินค้าเกินปริมาณกำหนด การสั่งห้ามยักย้ายข้าวจากสถานที่เก็บหรือเปลี่ยนแปลงสภาพข้าว รวมทั้งประสานองค์การคลังสินค้าบริหารจัดการด้านการจัดหาและกระจายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างทั่วถึง

ห้าง-ผู้ค้ายันไม่ขึ้นราคาสินค้า

 นายสุกิตติ กิตติภัสสร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานวิเคราะห์และพัฒนาระบบ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) และรองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ดิสเคาท์สโตร์ คอนวีเนียนสโตร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลอดจนผู้ผลิตต่างๆ ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของสินค้าวางจำหน่ายให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ในราคาปกติ รวมทั้งลดราคาจากแคมเปญส่งเสริมการขายต่างๆ และเปิดบริการตามปกติ ยกเว้นกรณีมีเหตุการณ์รุนแรง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไปตามนโยบายของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ที่ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการค้าปลีก ผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ ต่อการดูแลสินค้าในช่วงสถานการณ์ไม่ปกตินี้

 “ผู้ขายทุกรายทั้งเครือซีอาร์ซี โรบินสัน เดอะมอลล์ แม็คโคร คาร์ฟูร์ เทสโก้ โลตัส ยืนยันว่าจะเปิดบริการตามปกติ สินค้ามีเพียงพอ ไม่ปรับราคา ไม่มีการกักตุนสินค้า” นายสุกิตติกล่าว

 ส่วนธุรกิจค้าปลีกในเครือเซ็นทรัลรีเทล ได้แก่ ห้างเซ็นทรัล โรบินสัน ฯลฯ ได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์เป็นศูนย์กลาง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานร่วมด้วย พร้อมกันนี้ได้แบ่งสาขาหรือร้านค้าปลีกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ สาขาบริเวณชุมนุม สาขาบริเวณใกล้เคียง หรือทางผ่านของการชุมนุม และสาขารอบนอกหรืออื่นๆ เซ็นทรัลรีเทลยังได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ระดับผู้จัดการรับผิดชอบทุกระดับชั้นห้ามหยุด ห้ามลา อย่างเคร่งครัดในเบื้องต้นตั้งแต่วันนี้-15 มีนาคม และเมื่อมีข้อมูลสำคัญ สามารถรายงานตรงศูนย์ติดตามสถานการณ์ทันที และหากพิจารณาว่าสถานการณ์นั้นๆ ไม่ปลอดภัยต่อลูกค้าจะปิดบริการร้านสาขานั้นๆ ทันที

 นายสุกิตติกล่าวด้วยว่า กรณีภาครัฐเป็นห่วงเรื่องการกักตุนสินค้า เชื่อว่าในระบบค้าปลีกสมัยใหม่ มีระบบซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพต่อการป้อนสินค้าสู่ร้านค้าปลีกได้อย่างต่อเนื่องตามความต้องการซื้อ ยกเว้นมีการปิดถนนหลายวัน ทำให้การจัดส่งสินค้ามีปัญหา แต่โดยภาพรวมแล้วเชื่อว่าไม่มีการกักตุนสินค้า 

ผู้ส่งออกเตรียมรับมือ-เชื่อไม่รุนแรง

 นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวภายหลังการประชุมประเมินสถานการณ์การชุมนุม และผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ 11 องค์กรภาคเอกชน เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และสมาคมส่งออกสินค้าต่างๆ ว่า แม้ว่าจะมีความกังวลต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น แต่เชื่อว่าจะไม่ลุกลามถึงขั้นมีความรุนแรง และจะไม่กระทบต่อการขนส่งสินค้าทั้งทางเรือ ทางบกและทางอากาศ อีกทั้งสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ยังให้ความเชื่อมั่นว่า แม้จะมีปัญหารุนแรงก็ไม่น่ามีปัญหาต่อการขนส่งสินค้า จนเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ เนื่องจากมีบทเรียนจากเหตุการณ์ปิดสนามบิน และการปิดท่าเรือครั้งที่ผ่านมา จึงใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมา

เตรียมความพร้อมเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับการส่งออก

 นอกจากนี้ ทางผู้ส่งออกและนำเข้ายังสื่อสารไปยังลูกค้าต่างประเทศบางรายให้คลายความกังวลต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ว่าจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ในส่วนของสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศเองก็ชี้แจงให้ลูกค้าในต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอและไม่มีความกังวลเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หากมีการปิดถนนเกิดขึ้น ก็อาจมีปัญหาด้านการจราจรบ้าง หรือหากมีเหตุการณ์รุนแรงกว่านี้ทางภาครัฐก็ไม่นิ่งนอนใจในการเข้าให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการ

 อย่างไรก็ตาม กรมได้ตั้งศูนย์เฝ้าระวังและประสานงานเพื่อเป็นตัวกลางรับเรื่องราวปัญหาจากผู้ค้าในต่างประเทศ และผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ และผู้ส่งออกกับหน่วยงานภาครัฐ หากมีปัญหาเกี่ยวกับการขนส่งหรือการค้าก็จะมาหารือร่วมกัน

 นายสุวิทย์ รัตนจินดา นายกสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า เชื่อว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาจะสามารถแก้ปัญหาการชุมนุมไปได้ เช่น หากมีการปิดท่าเรือกรุงเทพ ก็จะสามารถไปใช้บริการที่ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือลาดกระบังได้ หรือการปิดสนามบินที่สุวรรณภูมิ ก็สามารถย้ายไปที่สนามบินแห่งอื่นๆ เช่น เชียงใหม่ หรือที่อู่ตะเภา ซึ่งสามารถรองรับการบริการขนส่งสินค้าได้

 “มาตรการที่ว่านี้เป็นการรองรับกรณีเกิดเหตุการณ์เลวร้าย แต่เราเชื่อว่าจะไม่น่าจะเกิดขึ้น” นายสุวิทย์กล่าวและว่า ปัจจุบันมีการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือแหลมฉบัง 5-6 ล้านตู้ต่อปี ส่วนที่ท่าเรือกรุงเทพ 1.3 ล้านตู้ต่อปี ส่วนการขนส่งผ่านทางสนามบินมีปริมาณ 1.2 ล้านตันต่อปี

ธปท.ถกแบงก์เตรียมความพร้อม

 นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ประสานงานกับธนาคารพาณิชย์เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกลุ่มผู้ชุมนุม 3 เรื่องหลัก คือ ดูแลด้านความปลอดภัยรวมถึงการเปิดหรือปิดสาขา การให้บริการในส่วนของเครื่องกดเงินอัตโนมัติ (เอทีเอ็ม) และการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับความต้องการการใช้เงินสด โดยการเปิดหรือปิดสาขาของธนาคารพาณิชย์นั้น ธปท. อนุญาตให้ธนาคารสามารถตัดสินใจได้เองหากพิจารณาแล้วว่าไม่มีความปลอดภัย

 ส่วนการนำเงินใส่ตู้เอทีเอ็ม ก็สามารถงดดำเนินการได้ หากเห็นว่าอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยไม่ต้องขออนุญาต ธปท. ล่วงหน้า เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์เอง ขณะที่เรื่องการเตรียมสภาพคล่อง ธปท.ได้ขอให้ธนาคารพาณิชย์สำรองเงินสดไว้ให้มากพอกับความต้องการที่อาจมีมากขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ก็มีการเตรียมการในเรื่องนี้เป็นอย่างดี

งานเฟอร์นิเจอร์เข้มความปลอดภัย

 ด้านผู้จัดงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ หรือทีไอเอฟเอฟ 2010 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-14 มีนาคม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี มั่นใจว่า การชุมนุมทางการเมืองไม่กระทบต่อการจัดงาน เนื่องจากสถานที่จัดงานไม่ได้อยู่ในบริเวณที่ชุมนุม รวมทั้งผู้เข้าร่วมงานสามารถเดินทางได้สะดวก โดยไม่ต้องผ่านพื้นราบ อย่างไรก็ตาม หากมีกรณีฉุกเฉิน เช่น มีการชุมนุมเกิดขึ้นในพื้นที่ทางผู้จัดได้เตรียมรถรับส่งไว้พร้อม สำหรับการส่งผู้ร่วมงานไปสถานที่ต่างๆ ทั้งโรงแรม สถานีรถไฟฟ้า และสนามบินสุวรรณภูมิ

 นอกจากนี้ผู้จัดงานได้เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว โดยได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ในการรักษาความปลอดภัยกว่า 100 นาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและรปภ. สำหรับติดตามข่าวอีกกว่า 30 นาย มีการจัดเตรียมจุดรวมพลสำหรับเคลื่อนย้ายคนสำหรับกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น รวมทั้งภายในบริเวณจัดงานยังมีกล้องซีซีทีวีอยู่อีกประมาณ 300 จุด ซึ่งสามารถจับตาสถานการณ์ความปลอดภัยได้อย่างทั่วถึง

 ทั้งนี้ มั่นใจได้ว่าผู้เข้าร่วมงานจะได้รับความปลอดภัย รวมทั้งมั่นใจว่าสถานการณ์การเมืองจะไม่กระทบต่อการจัดงาน โดยคาดว่าผู้เข้าชมงานจะเป็นไปตามเป้าหมายคือ 3.3 หมื่นคน