
ศธ.เข้มความปลอดภัยจุฬาฯปิดทุกประตู2ทุ่ม-เช้า
ศธ.แจกใบปลิวขอความร่วมมือข้าราชการห้ามนำรถส่วนตัวจอดในศธ. พร้อมสั่งปิดประตูเข้า ออก ฝั่งถ.ราชดำเนิน ตรงข้ามทำเนียบ และด้านข้างทุกประตู เปิดใช้แค่ประตูฝั่งคุรุสภาเท่านั้น ด้านพ่อค้าแม่ค้าบ่นพรุ่งนี้อาจไม่มาขาย หวั่นข้าราชการหนี ม็อบแดง ขณะที่ จุฬาฯ สั่
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2553 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการดูแลรักษาความปลอดภัยภายในกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ภายหลังมีการประกาศใช้พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค.นี้ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ซึ่งการรักษาความปลอดภัยยังเป็นไปตามปกติ มีเพียงการตรวจเข้มรถยนต์ทุกคันที่เข้ามาในบริเวณกระทรวงฯ เท่านั้น
นอกจากนี้ ฝ่ายงานอาคารสถานที่และยานพาหนะ ได้แจกใบปลิวประกาศขอความร่วมมือให้ข้าราชการ ศธ. ห้ามนำรถยนต์ส่วนตัวมาจอดในกระทรวงฯ ซึ่งหากจะจอดให้ติดต่อโดยตรงที่ สน.ดุสิต โดยในวันพรุ่งนี้(12 มี.ค.) ได้กำหนดเส้นทางเข้า – ออก กระทรวงฯ เพียงแค่ช่องทางเดียวคือประตูฝั่งคุรุสภา ขณะที่จะมีการปิดประตูด้านหน้ากระทรวงฯ ฝั่งถนนราชดำเนินซึ่งตรงข้ามกับทำเนียบรัฐบาล และประตูด้านข้างทุกประตู จนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง
ขณะเดียวกันพ่อค้า แม่ค้า หลายรายที่ขายอาหารอยู่ภายในโรงอาหารของกระทรวงศึกษาธิการ และบริเวณโดยรอบกระทรวงฯบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าในวันพรุ่งนี้อาจจะไม่มาขาย เพราะทราบมาว่าข้าราชการอาจมีส่วนน้อยที่มาทำงานตามปกติ จึงหวั่นกระทบต่อยอดขาย
ส่วนการรักษาความปลอดภัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้จุฬาฯได้ออกมาตรการด้านความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ดังนี้ ปิดประตูมหาวิทยาลัยทุกประตู ตั้งแต่เวลา 20.00-07.00 น. ระหว่างวันที่ 12-15 มีนาคม 2553 ห้ามบุคคลภายนอกเข้าพื้นที่มหาวิทยาลัย ในวันเสาร์ – อาทิตย์ที่ 13-14 มีนาคม 2553 ไม่อนุญาตให้รถจักรยานยนต์เข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเข้าออกและเดินทางโดยรอบมหาวิทยาลัยในยามวิกาล นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังขอความร่วมมือให้ผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ รวมถึงบุคคลและวัตถุต้องสงสัย โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โทร. 0-2218-0000, 0-2218-3572-6
ด้าน รศ.ดร.นำยุทธ์ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้มีมาตรการป้องกันความปลอดภัยแก่นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัย โดยได้มีการจัดแบ่งเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย เพื่อคอยสอดส่องดูแลนักศึกษา ทั้งใน และนอกมหาวิทยาลัย ส่วนในวันที่ 12 มี.ค.นี้ ที่ทางมหาวิทยาลัยได้มีการสอบรับตรงเข้ามทร.ธัญบุรี ซึ่งมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้เลื่อนวันสอบนั้น เรื่องนี้เชื่อว่าแนวทางการป้องกันของมหาวิทยาลัยสามารถดูแลนักศึกษาได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้นักเรียนทุกคนที่ต้องมาสอบ ช่วงวางแผนในการเดินทาง เพราะอาจมีเหตุการณ์รถติดเกิดขึ้นได้
"ประชา”เก็บของออกจากสภาชี้รบ.ต้องยุบสภา
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (12 มี.ค.)ตนจะไปอยู่ที่วอร์รูมของพรรคเพื่อไทย เพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดง ยืนยันไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ และตอนนี้ตนก็เก็บของออกจากห้องทำงานที่รัฐสภาแล้ว เนื่องจากการชุมนุมครั้งนี้ เป็นการชุนนุมใหญ่และทราบว่าจะมีการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความชอบธรรแก่รัฐบาลในการปราบปราม แต่สุดท้ายรัฐบาลจะควบคุมไม่ได้ และต้องยอมลาออกหรือยุบสภา แต่หากรัฐบาลยังคุมสถานการณ์ให้ผ่านการชุมนุมไปได้ ตนก็เชื่อยังไงรัฐบาลต้องยุบสภาอยู่ดี เพราะจะต้องเจอกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน
“ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้วิกฤตครั้งนี้ ผมอยากให้รัฐบาลเสียสละซึ่งจะเป็นการเสียสละครั้งใหญ่ ไม่ต้องคิดว่ากฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ขอให้ยุบสภาเสียทุกอย่างจะได้จบด้วยความเรียบร้อย” นายประชา กล่าว
รองผบช.น.ติวเข้มรับมือ"ม็อบเสื้อแดง"
พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) รับผิดชอบงานสอบสวนในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย กล่าวถึงการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมที่กระทำการผิดกฎหมายภายหลังเรียกประชุมพนักงานสอบสวนจำนวน 150 นายในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 ทำหน้าที่สอบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมายและสอบสวนกณีที่มีผู้แจ้งความในความผิดต่างๆว่า เป็นการนโยบายแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ให้กับพนักงานสอบสวนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยพนักงานสอบสวนจะทำหน้าที่รับแจ้งความ และวิเคราะห์คำพูด ภาพและเสียงของผู้ที่ขึ้นปราศรับบนเวทีรวมถึงบันทึกภาพเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆไว้เป็นหลักฐานทางคดี
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวยืนยันว่า ตำรวจจะดำเนินการทุกอย่างไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ ด้วยความโปร่งใสยุติธรรม ตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมาย ไม่มีสองมาตรฐานแต่อย่างใด หากว่าการชุมนุมมีการฝ่าฝืนกฎหมายก็จะถูกดำเนินคดีทุกรายไปไม่มีละเว้น โดยพนักงานสอบสวนทั้งหมดที่มอบหมายให้ทำหน้าที่นั้นจะเข้าประจำที่ศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้า 3 จุดคือ 1. ภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาล 2. ภายในห้องประชุม สน.ลุมพินี และ 3. ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 แต่ละจุดจะมีพนักงานสอบสวนประจำตลอด 24 ชั่วโมง ผลัดละ 12 นาย
นอกจากนี้จะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ไปบันทึกภาพและเสียงทุกคำพูด ในจุดที่มีการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง และทุก 2 ชั่วโมงจะส่งภาพและเสียงมายังศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้าเพื่อวิเคราะห์คำพูด ภาพ และเสียง หากพบว่ามีการกระทำผิด เช่นการใช้คำพูดยั่วยุ บังคับให้ใช้ความรุนแรง หมิ่นประมาทบุคคล หรือสถาบัน เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีทางกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้ขู่ แต่เพื่อบังคับใช้กฎหมายให้มีความศักสิทธิ์ และใช้อย่างเป็นธรรมที่สุด
“ตำรวจไทยมีประสบการณ์มากที่สุดในโลกเรื่องของการชุมนุม เพราะมีการชุมนุมติดต่อกันนานถึง 2 ปี ควรให้ต่างประเทศมาดูงานกับเรา อย่างไรก็ตามบ้านเมืองต้องมีขื่อมีแปร หากกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์บ้านเมืองก็จะเกิดความวุ่นวาย ” พล.ต.ต.อำนวย กล่าวในที่สุด



