
อดีตผัวสาดน้ำกรดผช.พยาบาลแค้นแชตนัดพบฝรั่ง
ผัวเก่ามือจ้างเด็กส่งน้ำดื่ม หิ้วถังน้ำกรดสาดใส่ผู้ช่วยพยาบาล อ้างแชตกับฝรั่งจนครอบครัวพัง แถมพาลูกไปพบที่ กทม. แฉสร้างบ้านสองหลัง-รถสองคัน จนหมดตัวแล้วถีบหัวส่งหาผัวใหม่ที่รวยกว่า
เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 11 มีนาคม 2553 พล.ต.ต.ฉลองชัย บุรีรัตน์ ผบก.ภ.จว.แพร่ พ.ต.อ.สิโรฒน์ ภาคพิชเจริญ ผกก.สภ.เมืองแพร่ พ.ต.ท.พินิจ คำบุญมา รอง ผกก.(สส.)สภ.เมืองแพร่ พ.ต.ท.ประชัน เขื่อนเก้า สว.สส.สภ.เมืองแพร่ แถลงข่าว กรณีคนร้ายสาดน้ำกรดใส่น.ส.จันทร์จิรา พิณเพชร ผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลแพร่-ราม เมื่อเช้าวันที่ 10 มีนาคม 2553 โดยคนร้ายก่อเหตุเป็นชาย 2 คน และต่อมาคนร้ายที่ก่อเหตุได้เข้ามอบต่อ พล.ต.ต.ฉลองชัย บุรีรัตน์ ที่ ภ.จว.แพร่
โดยคนร้ายทั้งสองราย คือ นายพัดยา ปานฉาย หรือโก ปานฉาย อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ 10 ต.เหมืองหม้อ อ.เมือง จ.แพร่ อดีตสามีของ น.ส.จันทร์จิรา ซึ่งรับสารภาพเป็นคนขับขี่จักรยานยนต์ในวันที่ก่อเหตุและเป็นผู้ชี้เป้า และนายศรายุทธ อุดทา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/2 หมู่ 5 ต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ซึ่งรับจ้างส่งน้ำดื่ม เป็นคนร้ายที่ใช้น้ำกรดใส่ถังน้ำสาดหน้าน.ส.จันทร์จิรา โดยทั้งสองรายรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันนำน้ำกรดสาดหน้า น.ส.จันทร์จิรา จริง
นายศรายุทธ อุดทา เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำไปเพราะไม่รู้ว่าน้ำในถังเป็นน้ำกรด แต่นายพัดยา ได้มาว่าจ้างให้นำน้ำในถังไปสาดใส่หน้า น.ส.จันทร์จิรา อดีตภรรยา โดยบอกว่าเป็นเพียงน้ำยาล้างห้องน้ำผสมน้ำ มีความเจือจางอย่างมาก และยังได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 500 บาท
นอกจากนี้นายพัดยา ยังเป็นผู้มีพระคุณ เนื่องจากหากเดือดร้อนเรื่องเงินก็จะให้การช่วยเหลือ ให้หยิบยืมทุกครั้ง จึงคิดว่าคงไม่มีอะไรร้ายแรง วันก่อเหตุก็ไปดักรอ น.ส.จันทร์จิรา ตั้งแต่เช้า เมื่อเห็นขับขี่รถจักรยานยนต์มาจึงหยิบถังน้ำที่ใส่น้ำกรดเต็มถังเข้สาดหน้าและร่างกายน.ส.จันทร์จิรา แล้วซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ที่นายพัดยา เป็นผู้ขับขี่หลบหนีไป แต่เมื่อกลับถึงบ้าน พบว่าน้ำดังกล่าวกระเด็นมาถูกตามบริเวณใบหน้าและมือ กลับพบมีรอยไหม้บวมอย่างรุนแรง จึงคิดว่าน.ส.จันทร์จิรา เมื่อถูกทั้งถังคงได้รับบาดเจ็บอย่างมาก จึงสำนึกผิดเข้ามอบตัวกับตำรวจ
ด้านนายพัดยา ปานฉาย กล่าวว่า ที่ทำไปเพราะความแค้นต่อน.ส.จันทร์จิรา อดีตภรรยา ซึ่งรู้จักกันตั้งแต่ที่อยู่ที่ กรุงเทพฯ โดยตนเปิดเต็นท์รถและจัดไฟแนนซ์ หลังพบรักกันจึงมาอยู่ที่ จ.แพร่ และมีลูกสาวร่วมกัน 2 คน อายุ 15 และ 12 ปี ตนเปิดร้านโทรศัพท์มือถือ ที่ อ.เด่นชัย ส่วนน.ส.จันทร์จิรา ทำงานที่โรงพยาบาลแพร่-ราม
สำหรับปัญหาก่อนเลิกรานั้นเกิดจาก คือ น.ส.จันทร์จิรา เล่นอินเทอร์เน็ตแล้วมีการแชตกับฝรั่ง ตนจับได้หลายครั้งจนมีการทะเลาะวิวาทกันทำให้เกิดความเครียดเข้ารักษาตัวเองกับแพทย์ ซึ่งลงความเห็นว่าตนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว กระทั่งได้เลิกกันเมื่อเดือนกรกรฎาคม 2552 ที่ผ่านมา แต่ตนยังดูแลลูกทั้งสองคนอยู่ โดยให้เงินใช้ทุกสัปดาห์ แม้ว่าตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 น.ส.จันทร์จิรา จะหนีไปอยู่ที่โรงพยาบาลแพร่-รามแล้วก็ตาม
นายพัดยา ให้การว่า ในระยะที่น.ส.จันทร์จิรา แชตกับฝรั่ง ตนได้ร้องเรียนไปยังรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข เพื่อให้สังคมรับรู้พฤติกรรมของน.ส.จันทร์จิรา ว่าเป็นอย่างไร แต่ไม่เป็นผล ทำให้ต้องกินยานอนหลับในทุกวัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2552 น.ส.จันทร์จิรา ได้พาลูกสาวทั้งสองไปพบกับฝรั่งที่ติดต่อกันที่ กทม. แล้วกลับมาวันที่ 25 ธันวาคม 21552 ทำให้เกิดความแค้น
จนกระทั่งสบโอกาส จึงได้ใช้น้ำยาเคมีกัดสนิม ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำกรด ใส่ในถังน้ำพลาสติมีฝาปิด แล้วชวนนายศราวุธ บอกว่าเป็นน้ำยาล้างห้องน้ำผสมน้ำ ไม่เป็นอันตราย ไปสาดใส่น.ส.จันทร์จิรา ดังกล่าว
"ผมปลูกบ้านสองหลัง ซื้อรถสองคันให้ จนไม่มีอะไร ก็จะถีบหัวส่ง แถมสอนลูกว่า หากมีผัวให้หาผัวรวยๆอีก ผมเสียใจที่ได้กระทำอย่างนี้ "นายพัดยา กล่าว
พล.ต.ต.ฉลองชัย บุรีรัตน์ ผบก.ภ.จว.แพร่ กล่าวว่า เรื่องนี้น่าเห็นใจผู้หญิงที่ต้องเลี้ยงลูกอีกสองคน จึงไม่ควรกระทำเพราะมีการบาดเจ็บอย่างมาก แค่นายศรายุทธ ที่รับจ้างถูกน้ำกรดกระเด็นใส่ไม่มากยังไหม้บวม ทางตำรวจได้ตั้งข้อการทำร้ายร่างกายให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสในเบื้องต้นไว้ก่อน และจะมีการเพิ่มข้อหาภายหลังอีกตามอาการของ น.ส.จันทร์จิรา ที่อยู่ในห้องไอซียู อยู่ในขณะนี้ประกอบร่วมไปด้วย



