ข่าว

จุรินทร์ แจง "งบฯ66" ชูพาณิชย์มีแผนบุกตลาดโลก

จุรินทร์ แจง "งบฯ66" ชูพาณิชย์มีแผนบุกตลาดโลก
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

จุรินทร์ ลั่น ไทย "เงินเฟ้อ" ต่ำที่สุดในโลก แจง "งบฯ66" ชูพาณิชย์มีแผนบุกตลาดโลก ส่งออกอาหาร ขยายโอกาสประเทศ ทั้งอาหาร ผลไม้ สินค้าเกษตร พร้อมบริหารจัดการภายในประเทศให้คนไทยไม่ขาดแคลน

วันที่ 1 มิถุนายน 2565 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 หรือ งบฯ66 ว่าโดยเรื่อง "เงินเฟ้อ" เกิดจากราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นเกิดทั่วโลก ราคาเดือนพฤษภาคมปีนี้ เทียบกับปี 64 ราคาดูไบเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 60% ส่งผลต่อต้นทุนสินค้าและการขนส่ง ทำให้ราคาสินค้าและเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทั่วโลก ประเทศไทยเงินเฟ้ออยู่ในเกณฑ์ดี IMF ประเมินใน World Economic Outlookระบุว่าไทยอยู่ในกลุ่มประเทศเงินเฟ้อต่ำที่สุดในโลก และคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อไทยปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3.5% เป็นลำดับที่ 163 จาก 192 ประเทศ

 

สำหรับราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคไม่ได้ราคาขึ้นทั้งหมด มี 3 กลุ่มคือ 1.ราคาสูงขึ้น 2.ราคาทรงตัวและ 3.ราคาลดลง กลุ่มที่ตรึงราคาคือสินค้าที่จำเป็นต่อการอุปโภค-บริโภค 18 หมวด น้ำอัดลมที่มีข่าวว่าจะขึ้นราคายังไม่มีการอนุญาตให้ขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่ปรับระบบบริหารจัดการภายใน ราคาขายปลีกยังซองละ 6 บาทคงเดิม และค่าขนส่งแพลตฟอร์มต่างๆยังไม่มีการปรับขึ้น และหลายตัวที่ราคาลดลง เช่น ATK ลดลง 30% ข้าวสารถุง ลดลง 7% เครื่องใช้ไฟฟ้าลดราคา 10-70% ชุดนักเรียน เครื่องแต่งกายรองเท้าลดราคาลงในโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน และมีการจัดต่อเนื่อง

 แต่มีหลายตัวที่ราคาปรับสูงขึ้น เช่น น้ำมันปาล์มขวด เพราะต้นทุนการผลิตน้ำมันปาล์มขวดสูงขึ้น เพราะมีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง 3 ส่วน 1.เกษตรกรปลูกปาล์มน้ำมัน 2.ผู้ประกอบการโรงสกัดโรงกลั่นและ3.ผู้บริโภค กระทรวงพาณิชย์แก้ปัญหาแบบ วิน-วินโมเดล ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน กำหนดโครงสร้างราคาและขอความร่วมมือลดราคา ซึ่งเราทำสำเร็จราคาต่ำกว่าราคาโครงสร้าง และใช้นโยบายเชิงรุกและเชิงลึกแก้ปัญหาราคาสินค้าตั้งแต่ต้น กำกับราคาสินค้าให้สมดุลกับทุกฝ่าย ทำให้สามารถกำกับตัวเลขเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำได้

 

ส่วนเรื่อง "ปุ๋ยแพง" นั้น รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์จับมือกันช่วยกันแก้ปัญหาทำได้สำเร็จในระดับหนึ่ง คือเรื่องราคาไม่ให้ค้ากำไรเกินควร และปริมาณไม่ให้ปุ๋ยขาดแคลน ซึ่งเรากำกับปริมาณให้เพียงพอต่อการใช้ของเกษตรกรในประเทศ โดยปุ๋ยต้องนำเข้า 100% ราคาขึ้นอยู่กับตลาดโลก ซึ่งปุ๋ยผลิตจากน้ำมัน และค่าขนส่งก็ใช้น้ำมันทำให้ราคาแพงขึ้นทั่วโลก เมื่อเปรียบเทียบราคาปุ๋ยกับหลายประเทศในโลกพบว่าราคาปุ๋ยบ้านเราต่ำกว่าหลายประเทศในโลก 

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ และผู้นำเข้าปุ๋ย จัดปุ๋ยราคาถูก 4.5 ล้านกระสอบถูกกว่าราคาตลาด 20-50 บาทต่อกระสอบ ซึ่งจบโครงการแล้ว และกำกับราคาปุ๋ยไม่ให้ปรับขึ้น ทำให้ผู้นำเข้าจะหยุดนำเข้า และหากปล่อยไว้ต้องมาแก้ปัญหาปุ๋ยขาด จึงต้องสร้างสมดุลทั้งราคาและปริมาณให้นำเข้าได้ พร้อมสั่งการติดตามโดยเคร่งครัด ถ้าพบจะดำเนินคดีจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

 

และในอนาคตจะให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เจรจาผู้ส่งออกปุ๋ยรายสำคัญของซาอุดิอาระเบียซื้อปุ๋ยราคาพิเศษจาก บริษัทยักษ์ใหญ่ลำดับ 1 คือบริษัทซาบิค และลำดับ 3 บริษัทมาเด็น เจรจากับฝ่ายไทย เตรียมผู้นำเข้าหารือเจรจาปุ๋ย 3 ประเภท 1.ปุ๋ยยูเรีย 2.แอมโมเนียมฟอสเฟต 3.ฟอสเฟต รวม 800,000 ตัน จัดให้มีการพบปะกันในสัปดาห์หน้าและมีแผนเจรจาซื้อปุ๋ยราคาพิเศษกับประเทศอื่นๆไม่เว้นแม้แต่กับรัสเซีย ถ้าได้ราคาดีที่สุด

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ชี้แจงสภาฯ

 

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลนี้เข้ามาดูแลบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจ ปรากฏว่าเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดับสนิททุกตัว ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การส่งออก จะโทษนายกฯ ไม่ได้เพราะเป็นทั่วโลกจากการปิดประเทศ แต่เปิดประเทศ มั่นใจว่าการท่องเที่ยวไทยเดินได้ทันที สำหรับการส่งออก ในช่วงโควิด วิกฤตเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าอเมริกา-จีน และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่สามารถผลักดันการส่งออกฝ่าวิกฤตไปได้อย่างงดงาม เป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและ GDP ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ปี 64 ส่งออก +17.1% นำเงินเข้าประเทศ 8.5 ล้านล้านบาท และปีนี้ 4 เดือนแรก ม.ค.-เม.ย. ตัวเลขส่งออก +13.7% นำเงินเข้าประเทศ 3.2 ล้านล้านบาท และตั้งเป้าปีนี้จะทำให้ได้มากกว่าปีที่แล้วอย่างน้อย 500,000 ล้านบาท รวมเป็น 9 ล้านล้านบาท การส่งออกยังเป็นตัวจักรขับเคลื่อนสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนจีดีพีของประเทศไม่ใช่ดับสนิทอย่างที่เพื่อนสมาชิกเข้าใจ

 

สำหรับวิกฤติอาหารขาดแคลนนั้น กระทรวงพาณิชย์ติดตามเรื่องนี้โดยตลอด มองเห็นว่าเป็นโอกาสในการส่งออกอาหารไปทั่วโลก ต้องดูด้วยว่าถ้าส่งออกเพลินสต๊อกอาหารของไทยไม่พอใช้ เกิดวิกฤติขึ้นมาจะแก้ปัญหาอย่างไร ต้องดูทั้งสต๊อกอาหารในประเทศต้องเพียงพอก่อน ถ้าเหลือจึงส่งออก ขณะที่ปาล์มตอนนี้ส่งออกเยอะมาก แต่ถ้าส่งออกมากจะขาดแคลนจึงตั้งอนุกรรมการ 5 ฝ่าย ติดตามให้สต๊อกน้ำมันปาล์มบริโภคสำหรับคนไทยถ้าเหลือจึงส่งออก แบบวิน-วินโมเดล

 

เรื่องข้าว รัฐบาลก็มีแผนยุทธศาสตร์ข้าว บังคับใช้แล้วตั้งแต่ปี 2563-2567 ประเด็นสำคัญเรามีจุดอ่อนเรื่องความไม่หลากหลายของพันธุ์ข้าว 5 ปีนี้ ต้องเพิ่มพันธุ์ข้าวให้ได้อย่างน้อย 12 สายพันธุ์ แต่ไม่ถึง 5 ปี ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย จัดประกวดเมล็ดพันธุ์ข้าว ได้ 6 สายพันธุ์แล้ว และไทยส่งเมล็ดพันธุ์ที่มีทั้งกลิ่นและรสชาติ สีสันคุณประโยชน์แข่งในเวทีโลกจัดประกวดข้าวโลก 13 ครั้ง ประเทศไทยได้แชมป์โลก 7 ครั้งและในรัฐบาลนี้ได้ 2 ปีซ้อน

 

สุดท้ายเรื่อง Soft Power ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับ Soft Power ตนกำหนดเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ ตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ซึ่งมี Soft Power อยู่ในนั้นด้วย กระทรวงวัฒนธรรมทำหน้าที่อนุรักษ์สืบสาน Soft Power กระทรวงพาณิชย์ตนสั่งเป็นนโยบายตั้งแต่ปลายปีที่แล้วให้กรมส่งเสริมการการค้าระหว่างประเทศ ทำแผนส่งออก Soft Power
 

ต่อไปต้องส่งออก Soft Power มีการกำหนดแผนส่งออก 4 สินค้าหลัก 1.อาหารกับร้านอาหารไทยในต่างประเทศ 2.สุขภาพความงาม 3.สินค้าที่มีลักษณะสร้างสรรค์อัตลักษณ์ไทย 4.ดิจิทัลคอนเทนท์ ภาพยนตร์ ละคร เกมส์ อนิเมชั่นใส่ความเป็นไทย

 

Soft Power กำหนด 3 กิจกรรมใหญ่ 1.อบรมให้ความรู้พัฒนาผู้ประกอบการทุกภาค 2.พัฒนาสินค้าให้มีเรื่องราว 3.การเปิดตลาดที่ชื่นชอบอัตลักษณ์ไทยทั้งจีน สหรัฐฯ อาเซียนหรือเอเชียตะวันออก เพื่อให้เห็นภาพว่ารัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ตอบโจทย์การจัดงบประมาณในปีนี้อย่างไร

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด