
นักวิชาการ-เอ็นจีโอ.อีสานหวั่นรัฐให้ข่าวตั้งรับยิ่งแรง
นักวิชาการและนักพัฒนา หวั่นคนเสื้อแดงทะลักกรุง ตัวต้นเหตุความรุนแรง เหตุรัฐคุมไม่ได้ จวกรัฐให้ข่าว สร้างมาตรการป้องกัน คล้ายปลุกกระแสคนกรุงต้านม็อบ ยิ่งจะราดน้ำมันบนไฟ ทำให้เกิดรุนแรงซ้ำอีก
จากสถานการณ์การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่จะบุกเข้ากรุงเทพฯนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายนิรันดร์ กุลฑานันท์ นักวิชาการอิสระจากมหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นนั้น อาจจะไม่ใช่จากคนเสื้อแดงทั้งหมด เพราะทางกลุ่ม นปช. ประกาศแล้วว่า จะชุมนุมด้วยสันติวิธีตามรัฐธรรมนูญ ถ้าวิเคราะห์ตามนี้ คนเสื้อแดงเองก็ไม่อยากจะรุนแรง เพราะเกรงว่าคะแนนนิยมจะลดลง แต่ถ้าจะเกิดความรุนแรง ก็เป็นห่วงว่าตัวจุดชนวนจริงๆ จะเป็นภาครัฐ โดยเฉพาะทหารที่ค่อนข้างเป็นเอกภาพในขณะที่ตำรวจไม่ห่วงเนื่องจากตำรวจบางกลุ่มเป็นเหลือง บางกลุ่มเป็นแดง อาจจะคานอำนาจกัน แต่คนที่จะสร้างความรุนแรงเกรงจะเป็นทหารมากกว่า และมาตการของรัฐก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ยิ่งจะตอกย้ำให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น
"ผมประเมินความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นนั้น น่าจะมาจากมือที่สามมากกว่า และหากมีมือที่สามเกิดขึ้นรัฐใช้มาตรการในการปราบปรามแล้วฝ่ายเสื้อแดงก็จะตอบโต้นั่นหมายถึงความรุนแรงเกิดขึ้นแน่นอนส่วนคนเสื้อแดงบุรีรัมย์จะมีมากในเขตพื้นที่เลือกตั้งของคุณโสภณ เพชรสว่าง เขต 1 ที่อ.นางรอง หนองกี่ ประคำ โดยบอกว่าจะมีประมาณหมื่นคน แต่อย่างไรแดงบุรีรัมย์ก็คงจะน้อยกว่าแดงหนองคาย แดงอุดรธานี ซึ่งทางโน้นจะเป็นแดงทางสายเลือดแต่แดงบุรีรัมย์ก็ยังไม่ยกจังหวัดเพราะมีเสื้อน้ำเงินปนอยู่ด้วย"นายนิรันดร์ บอก
ด้านนายวิพัฒนาชัย พิมพ์หิน ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรเอกชนพัฒนาชนบทภาคอีสาน(กป.อพช.)อีสาน กล่าวว่า ขณะนี้ในระดับพื้นที่ถ้าพูดถึงการตื่นตัวของประชาชนมีสูงมาก เหตุผลเพราะสื่อต่างๆได้เข้าไปถึงไม่ว่าจะเป็นทีวีและวิทยุ ขณะเดียวกันเรื่องการเดินทางครั้งนี้บางหมู่บ้านบางตำบลทางกำนผู้ใหญ่บ้าน เปิดทางให้ด้วยการใช้หอกระจายข่าวกระจายข่าวในหมู่บ้านขอบริจาคข้าวสารอาหารแห้ง เดินทางโดยมีเป้าหมายบอกว่าเพื่อทวงถามประชาธิปไตยคืนมา จึงทำให้คนสนใจเรื่องนี้มาก การบริจาคข้าวสารอาหารแห้ง ในแต่ละพื้นที่ได้เป็นจำนวนมาก
ประการที่ 2 เรื่องการไปครั้งนี้รุนแรงหรือไม่นั้น ถ้าในเรื่องรุนแรง คือรถเยอะรถติดการจราจรก็จะต้องมีปัญหาแน่นอน ล่าสุดลองไปถามๆดูพบว่ารถทัวร์จากขอนแก่นลงกรุงเทพฯทุกบริษัทเต็มหมด ส่วนการเดินทางจากหมู่บ้านไปรวมกันที่อ.ปากช่อง นครราชสีมาในคืนวันที่ 12 มี.ค.ถนนหนทางจากอีสานมุ่งสู่มิตรภาพเพื่อไปที่อ.ปากช่องคงติดแน่นอน นี่คือเรืองการจราจร และหากมีการตั้งด่านนั้น แกนนำเสื้อแดงบอกแล้วว่าให้ฝ่าด่านทุกด่านอยู่แล้ว เพราะนั่นก็จะยิ่งอันตรายและรุนแรงมากยิ่งขึ้น
จากนั้นพอเข้าไปถึงกรุงเทพฯแล้ว ตอนนี้การหวาดวิตกของกลุ่มประชาชนในกรุงเทพฯ ก็ยิ่งจะเพิ่มทวีขึ้น เนื่องจากการกระจายข่าว การปลุกข่าวส่วนหนึ่งของรัฐด้วย การกระจายข่าวของรัฐเพื่อให้ชาวกรุงเทพฯนำบทเรียนจากเดือนเมษายนมาใตร่ตรองดูยิ่งทำให้คนกรุงเทพฯซึ่งเป็นกลุ่มกันชนในการป้องกันไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาในพื้นที่ ก็จะยิ่งสร้างความรุนแรง ถ้ารัฐทำอย่างนี้ต่อไปก็คงจะต้องรุนแรง และขณะเดียวกันกลุ่มคนที่จะไปบอกต้องบุกไปกรุงเทพฯให้ได้ และเอาประชาธิปไตยกลับคืนมา มันฝังหัวอยู่แล้วเพราะการประชาสัมพันธ์ การปลุกระดมของเสื้อแดงค่อนข้างได้ผล
"ประเมินทั้งหมดแล้วรุนแรงไหมมันหมิ่นเหม่มาก คนเยอะเป็นแสนหมิ่นเหม่เรื่องความรุนแรง จุดยืนของประชาชนที่สังเกตการณ์ โดยเฉพาะกป.อพช.เราไม่สนับสนุความรุนแรง การชุมนุมเป็นสิทธิอยู่แล้วแต่ทั้งสองฝ่ายอย่าใช้เงื่อนไขความรุนแรงเพื่อจะให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพ้หรือชนะ วิธีการชุมนุมมีอยู่แต่การชุมนุมต้องทำภายใต้การเจรจาด้ยเหตุผลไม่ใช่ความรุนแรง แม้แต่เรื่องบนเวทีไม่ควรยั่วยุและรุนแรงทุกคนแสวงหาประชาธิปไตย แต่บทเรียนที่ผ่านมาของไทยประชาธิปไตยมันรุนแรงและทำให้คนหวาดกลัว"นายวิพัฒนาชัย กล่าว
ส่วนพี่น้องประชาชนของกป.อพช.เราวางตัวดูสถานากรร์อยู่เราไม่ได้ประกาศเข้ารวมเพราะมีบางสว่นแง่มุมในเรื่องนี้ กลุ่มเสื้อแดงเรามีบางอย่างร่วมได้แต่บางอย่างหมิ่นเหม่เราจึงได้วางท่าทีนิ่งเฉยรอฟังท่าทีอยู่ แต่ถ้าสถานากรร์มันพลิกผันอย่างรุนแรงและทำให้พี่น้องผู้ชุมนุมมีการรุนแรงล้มหายตายจากไปเราก็จะพิจารณษอีกครั้งหนึ่ง



