ข่าว

'เทือก'ลั่นแดงบุกที่สำคัญ-ปิดสื่อสลายทันที

'เทือก'ลั่นแดงบุกที่สำคัญ-ปิดสื่อสลายทันที

11 มี.ค. 2553

“สุเทพ" ย้ำ ทหาร-ตร.-พลเรือน 5 หมื่น รับมือนปช. กร้าวบุกสถานที่สำคัญ-ปิดสื่อ สั่งสลายทันที ตั้งกองบัญชาการศอ.รส. ที่ราบ 11 อยู่เซฟเฮาส์เดียวกับ"อภิสิทธิ์" สั่ง “หน่วยสวาท”แต่งกายและเขียนป้ายติดที่อกเห็นชัดเจนว่าเป็น“ตร.” หวั่นใครแอบอ้างเป็น “จนท.รัฐ ”

(11มี.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รศ.)ว่า ได้หารือกันถึงการอำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุมที่ต้องการใช้สถานที่ต่าง ๆ ในการชุมนุม โดยยอมให้ใช้สถานที่ตามที่ต้องการ แต่จะมีข้อห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติ คือ จะต้องไม่กระทำการใดที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องชุมนุมโดยสงบ ก็จะได้รับการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่รัฐ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 แต่หากผู้ชุมนุมไปบุกรุกเคหะสถาน บ้านพักของผู้ใด หรือบุกรุกสถานที่ราชการ ก็จะถือว่าไม่ได้ชุมนุมโดยสงบ ก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่รัฐ

 “ ถ้ามีพฤติกรรมบุกรุกที่ใด เราจะเข้าทำการสลายการชุมนุมทันที ซึ่งการสลายการชุมนุมนั้น ก็จะทำตามหลักสากลคือ เข้าไปเจรจา ตักเตือนให้ทราบว่ากำลังจะมีการฝ่าฝืนกฎหมาย และแต่ยังฝ่าฝืนอีกก็จะเข้าไปจับกุม ถ้าขัดขืนก็จะใช้น้ำฉีดและใช้แก๊สน้ำตา ” รองนายกฯ กล่าว

 รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตั้งแต่มีการประกาศพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เป็นพื้นที่ความมั่นคง รถอีแต๋นจะเข้ามาไม่ได้เด็ดขาด รถกระบะที่บรรทุกขนคนเข้ามาก็เข้ามาไม่ได้ ยกเว้นรถกระบะของประชาชนธรรมดาที่มาเยี่ยมลูกหลาน หรือมาติดต่อธุรกิจปกติก็เข้ามาได้ แต่ขอความร่วมมือประชาชนเหล่านี้ ไปขอหนังสือรับรองจากอำเภอในภูมิลำเนาติดตัวมาด้วย จะได้ทราบว่าไม่มีเจตนาจะนำรถมากีดขวางการจราจร รวมถึงรถขนผักหรือพืชผลการเกษตรที่ค้าขายใช้ชีวิตปกติ ซึ่งหลักการของ ศอ.รส. คือ ทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ส่วนผู้ชุมนุมที่โดยสารรถกระบะมา ก็จะต้องหยุดที่จุดตรวจ โดยจะอำนวยความสะดวกรับผู้ชุมนุมส่งต่อไปยังพื้นที่ชุมนุมได้ ส่วนรถกระบะที่จอดอยู่จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลไว้ให้ แต่ถ้านำเข้ามาและจอดกีดขวางจราจรก็จะถูกยกแน่นอน ซึ่งก็จะทำให้เกิดความเสียหาย ประกันก็ไม่จ่าย ดังนั้นอย่าเสี่ยงดีกว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะนำแผนที่แสดงการตั้งจุดตรวจรวมถึงจุดที่จะให้รถกระบะจอด มาให้สื่อได้รับทราบ และหลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ทยอยออกมา แถลงเป็นระยะเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจ

 นายสุเทพ กล่าวว่า เมื่อคืนได้มีการสั่งการให้เคลื่อนย้ายกำลัง ที่จะต้องทำหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยประมาณ 5 หมื่นคน ทั้งข้าราชการพลเรือน อาสาสมัคร อพปร. ตำรวจ ทหาร ซึ่งทั้ง 5 หมื่นคนนี้จะไม่มีคนใดเลยที่พกอาวุธ มีแต่เครื่องที่ป้องกันตัวเองเท่านั้น และจะแต่งเครื่องแบบเรียบร้อยเห็นชัดเจน โดยจะมีเครื่องหมายบอกฝ่ายชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้ใครแปลกปลอม มาแต่งเครื่องแบบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ซึ่งใครที่แต่งเครื่องแบบเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ก็จะถูกดำเนินการทันที เราดูรู้ทันทีว่าใครเป็นของจริง ของปลอม

 รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ช่วงที่มีการชุมนุม หากมีกลุ่มที่แฝงมาแล้วบุกรุกไปในที่ตั้งของทหาร หรือสถานีตำรวจ หรือกองบัญชาการตำรวจ ซึ่งสถานที่เหล่านั้นมีอาวุธของทางราชการเก็บเอาไว้ ถ้าใครบุกรุกเข้าไป เราจะใช้อาวุธในการปราบปราม เพราะถือว่าพวกนี้เป็นพวกผู้ก่อการร้าย มุ่งที่จะเข้าไปปล้น ชิงเอาอาวุธของราชการเพื่อมาทำร้ายประชาชน อย่างนั้นต้องดำเนินการเด็ดขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่จะสามารถถืออาวุธได้จะมีจำนวนจำกัด คือจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือที่เรียกว่าหน่วยสวาท มีเครื่องแต่งกายและเขียนป้ายติดที่อกเห็นได้ชัดว่าเป็นตำรวจ เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครไปแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วไปทำร้ายประชาชน ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยสวาทที่ติดอาวุธนี้ จะมีจำนวนไม่มาก แค่นับร้อยเท่านั้น และจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่แยกออกมาจากเจ้าหน้าที่ 5 หมื่นนาย ที่ไม่พกพาอาวุธ

 “สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษก็คือ ประชาชนทั้งประเทศมีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ประชาชนมีความเป็นห่วงกังวลซึ่งทาง ศอ.รส.ได้วางมาตรการดูแลถวายการรักษาอย่างดีที่สุด และขอความร่วมมือไปถึงผู้ชุมนุมทุกท่านว่าถนนทุกสาย ทุกเส้นทางที่จะไปสู่ รพ.ศิริราช ที่ประทับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพักรักษาพระองค์อยู่นั้น ห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมไปโดยเด็ดขาด ไม่ให้ไปกระทำการใด ๆ ที่เป็นการใด ๆ ที่เป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ไม่ว่าจะไปทางบก หรือ ทางน้ำ ถ้าผู้ชุมนุมมีเจตนาจะมาเรียกร้องประชาธิปไตย หากเป็นประชาธิปไตย หัวใจของนักประชาธิปไตยก็คือการเคารพกฎหมาย ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย” รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีการตรวจอาวุธ จะตรวจเฉพาะการขนอาวุธ จากรอบนอกเข้ามาหรือไม่ เพราะอาวุธจากข้างในก็มีมากมาย นายสุเทพ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะตรวจทั้งข้างนอกและข้างใน เมื่อมีการประกาศพรบ.ความมั่นคงฯแล้ว ประชาชนจะพกพาอาวุธออกจากเคหะสถานของตัวเองไม่ได้ หากพบจะถูกดำเนินคดีและถูกลงโทษสถานหนัก เพราะฉะนั้นแม้จะอยู่ใน กทม.จะพกอาวุธไปไหนมาไหนไม่ได้เด็ดขาด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะที่รัฐบาลวางกำลังเข้มข้น แต่ฝ่ายเสื้อแดงประกาศไม่กลัวจะดำเนินทุกอย่างตามที่ตั้งใจ และจะแหกเมาทุกด่าน รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เขาไม่ต้องกลัว เพราะรัฐบาลไม่ได้ทำอะไรให้น่ากลัว แต่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องชุมนุมโดยสงบ และไม่ควรจะฝ่าด่าน หากเขาฝ่าด่านเข้ามาก็แสดงว่าเขาไม่ยอมให้เราได้ตรวจค้น เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เอาอาวุธหรือคนต่างด้าวเข้ามาร่วมชุมนุม ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายต่อบ้านเมือง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่รัฐบาลตั้งนายกอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ เลขาธิการนายกฯเป็นหัวหน้าคณะผู้ประสานงานกับคนเสื้อแดงจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คราวนี้เป็นกรณีพิเศษที่รัฐบาลตั้งใจที่จะแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ได้แต่งตั้งให้เลขาธิการนายกฯเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายรัฐบาลไปเจรจา

 ผู้สื่อข่าวเมื่อถามว่า มั่นใจหรือว่านายกอร์ปศักดิ์จะเจรจาได้ เพราะไม่ใช่นักเจรจาที่ดี รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า นายกอร์ปศักดิ์ เป็นเลขาธิการนายกฯเวลาจะมีการเจรจาก็ต้องนำคนที่ฝ่ายโน้นมั่นใจได้และดูว่ามีราคาพูดจาเชื่อถือได้ การที่ใช้เลขาธิการนายกฯ จึงถือว่าดีที่สุดแล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีคนที่ประนีประนอมมากนี้แล้วหรือ ความจริงท่านเป็นผู้เจรจาเองน่าจะเหมาะสมกว่า นายสุเทพ กล่าวว่า ความจริงนายกอร์ปศักดิ์ ก็ถือว่ามีความประนีประนอม พูดจามีหลักการ และพูดแทนนายกฯ และศอ.รส. ได้อยู่แล้ว ส่วนตนเองเป็น ผอ.ศอ.รส. ถ้าต้องไปนั่งเจรจากันอยู่ ก็คงไม่สามารถนั่งบริหารงานรักษาความสงบได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินว่าการชุมนุมน่าจะยืดเยื้อยาวไปถึงสัปดาห์หน้า แล้วการประชุม ครม.ในอังคารหน้าจะสามารถประชุมได้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า อย่าเพิ่งคิดเลยไปขนาดนั้นเลย ดูแลไปวันต่อวัน โดยหลักการของ ศอ.รส. ก็คือ ประชาชนต้องสามารถใช้ชีวิตตามปกติสุขได้ ใครจะไปขัดขวางเส้นทางคมนาคม ปิดถนน ปิดสถานีรถไป ปิดสนามบินไม่ได้โดยเด็ดขาด อย่างนี้ต้องสลายทันที ประชาชนต้องไม่ถูกรบกวนด้วยเรื่องอย่างนี้ หากมีการปิดล้อมขั้นตอนการปฏิบัติก็ต้องมีการเจรจา แต่หากเจรจาไม่ได้ก็ต้องมีการสลายการปิดล้อม ซึ่งก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะใช้พื้นที่ใดเป็นกระบอกเสียง ในการชี้แจงกับประชาชนในช่วงที่มีการชุมนุม รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ใช้สถานที่เป็นกระบอกเสียง แต่รัฐบาลจะใช้สถานที่ เพื่อแถลงข่าวคราวผ่านสื่อมวลชน ไปยังประชาชนได้ทราบชัดเจน โดยได้เตรียมสถานที่ที่กรมทหารราบที่ 11 เป็นสถานที่ตั้งกองบัญชาการ ศอ.รส.

 สำหรับสถานที่ที่จะเป็นใช้เป็นศูนย์อำนวยการของ ศอ.รส. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์นั้น รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า จะพยายามจัดตั้งให้เสร็จภายในวันนี้ หากเสร็จตนก็จะย้ายไปทำงานที่ศอ.รส.ในวันพรุ่งนี้เลย พร้อมกับเตรียมสถานที่สำหรับสื่อมวลชนได้ปฏิบัติงานในศอ.รส.ด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ไกลเกินไปหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ความจริงเจ้าหน้าที่เสนอบริเวณใกล้ ๆ แถวนี้ แต่ตนเห็นว่ามันใกล้สถานที่ชุมนุมเกินไป เกรงว่าจะเกิดการเผชิญหน้ากันได้ ควรหลีกไปอยู่ห่าง ๆ หน่อย จึงได้เสนอให้ใช้ที่ราบ 11 เพราะถือว่าอยู่ห่างจากจุดใหญ่ ที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศแล้ว คือ ที่สนามหลวง ถนนราชดำเนิน และมีเวทีใหญ่คือที่สะพานผ่านฟ้า

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางฝ่ายภาคประชาชนหลายฝ่ายได้ออกมาเรียกร้อง ทั้งฝ่ายเสื้อแดงและรัฐบาลให้ยุติความรุนแรง จะให้ความมั่นใจเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่อย่างไร ในการรักษาความสงบโดยจะไม่ลุแก่อำนาจบานปลายกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนได้ซักซ้อมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายแล้วว่า ต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติและประชาชน ต้องอดทนและอดกลั้น ไม่ลุแก่โทสะ และจะไม่ทำร้ายประชาชนเด็ดขาด ตนยืนยัน ว่าเจ้าหน้าที่ จะไม่พกพาอาวุธเลย คนที่จะมีอาวุธ คือ เจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่จะแต่งเครื่องแบบ แต่ละสังกัดพกอาวุธ ซึ่งก็เป็นการปฏิบัติปกติของหน่วยลาดตระเวน ที่ไม่ใช่หน่วยที่มาตั้งประชันหน้ากับผู้ชุมนุม และหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจ หรือหน่วยสวาทที่จะแต่งเครื่องแบบตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษชัดเจน ซึ่งตนจะนำเอาตัวอย่างหน่วยสวาทที่ติดอาวุธครบมาแสดงให้สื่อมวลชนดู นอกนั้นอีก 5 หมื่นคน เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย ก็จะมือเปล่าไม่ติดอาวุธ ซึ่งทั้งหมดนี้ตนกังวลใจเรื่องอาวุธมากที่สุด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ท่านจะพาครอบครัวไปหลบในพื้นที่ต่างจังหวัดหรือเซฟเฮ้าส์หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนก็ยังไม่ได้คุยกันเลย ภรรยาและลูกยังอยู่ที่บ้าน แต่ตนตั้งใจว่าตัวตนเองจะไปอยู่ในที่พักที่เดียวกับนายกฯ ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อที่จะสะดวกในการไปปฏิบัติงานแก้ไขสถานการณ์ ส่วนครอบครัวก็พยายามจะชักชวนอยู่ ส่วน ครม.ชุดเล็ก 9 คนนั้นไม่ได้ไปอยู่รวมกันในเซฟเฮ้าส์ หรือสถานที่ที่ใช้เป็นกองบัญชาการ ที่ราบ 11 อยู่บ้านใครบ้านมันสบายกว่า ขณะนี้จะมีเพียงตนกับนายกฯเท่านั้นที่จะไปอยู่ด้วยกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้นอกจากครอบครัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เดินทางออกไปต่างประเทศแล้ว ล่าสุดยังมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่บินไปสิงคโปร์ โดยระบุว่ามีสิ่งผิดปกติ เพราะมีทหารไปตั้งกำลังที่วัดบางบอนใกล้บ้านของเขา ถือเป็นสัญญาณอะไรหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า มีสัญญาณอะไร ตนยืนยันว่าฝ่ายรัฐบาลไม่มีเจตนาที่จะไปคุกคามสิทธิเสรีภาพของใครเลย ร.ต.อ.เฉลิม เดินทางไปตนไม่ทราบว่าเขาคิดอะไร เรียนแล้วว่าตนเอาทหารอกมาต้องกระจายไปตามจุดต่างๆ ทหารมาจากต่างจังหวัดก็ต้องขอให้อยู่ตามวัดหรือโรงเรียนบ้าง ทหารอาจไปอยู่ข้างบ้านใครบ้าง ข้างบ้านตนก็มี พี่น้องประชานที่อยู่ในกรุงเทพอย่าตกใจถ้าเห็นทหาร ไปอยู่ในวัดหรือโรงเรียนใกล้บ้านท่าน ไม่มีเจตนาไปคุกคาม แต่ตั้งใจไปรักษาความสงบเรียบร้อยปลอดภัยให้ท่าน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่แกนนำพรรคเพื่อไทยต่างพากันพยายามหาเหตุผลข้ออ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง เช่น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ก็เข้าโรงพยาบาลผ่าตัดตา พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ก็บอกว่าไม่ยุ่งเกี่ยว และ ร.ต.อ.เฉลิมก็บินไปต่างประเทศ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ขอให้ท่านทั้งหลายปฏิบัติทุกอย่างอยู่ในกรอบของกฎหมายก็แล้วกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่รัฐบาลวางกำลังอย่างเข้มแข็ง ยังมั่นใจใช่หรือไม่ว่ากองทัพยังอยู่กับรัฐบาลนี้ 100 % และหากมีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นใครจะรับผิดชอบ นายสุเทพ กล่าวว่า “ ผมจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง เขาถึงตั้งให้ผมขึ้นมาดูแลรักษาความสงบของบ้านเมือง ส่วนนายกฯเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ผมก็ขอยืนยันให้พี่น้องประชาชาชนสบายอีกครั้งว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่นำมาปฏิบัติการครั้งนี้ ตระหนักดีว่า เราเป็นข้าราชการของประชาชนและและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทำทุกอย่างเพื่อชาติบ้านเมืองไม่มีเรื่องอื่นมาแอบแฝง แล้วกาลเวลาก็จะพิสูจน์ได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มเครือข่ายสันติวิธีไปเจรจากับเสื้อแดง ที่อิมพีเรียล ซึ่ง นพ.เหวง โตจราการ แกนนำนปช.ระบุว่า หากรัฐบาลยุบสภาฯคืนอำนาจให้ประชาชนก็จะยุติการชุมนุมทันที รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ต้องกราบขอบคุณนายโคทมและกลุ่มต่างๆ ที่ช่วยกันเรียกร้องให้การชุมนุมคราวนี้เป็นไปโดยสันติ รัฐบาลน้อมรับฟังด้วยความเคารพและพยายามที่จะปฏิบัติตามถึงได้ตั้งคณะเจรจาเอาไว้ ส่วนข้อเรียกร้องของ นพ.เหวง ที่จะให้รัฐบาลยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่นั้น การยุบสภาฯเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และมีหลักปฏิบัติที่เป็นสากลกันอยู่ทั่วโลก ในประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยเขาไม่มีการออกมาข่มขู่รัฐบาลให้ยุบสภาแบบที่เราทำ การตัดสินใจยุบหรือไม่ยุบสภาว่าไปตามกลไกกติกา เช่น ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วมีการลงคะแนนเสียง แล้วเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯเห็นว่าฝ่ายค้านพูดจาถูก รัฐบาลปฏิบัติการเสียหาย อย่างนั้นรัฐบาลก็ลาออกหรือยุบสภาฯได้ ก็ควรใช้วิธีการอย่างนั้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุผลอื่นก็มี หากรัฐบาลเห็นว่าตัวเองได้เปรียบก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่เป็นไปตามวิถือทางปกติที่เขาทำกันทั่วโลก รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ถูกต้องแต่ว่าไม่ใช่ทำเพราะว่าถูกใครมาข่มขู่และรัฐบาลต้องพินิจพิจารณาว่า การแก้ปัญหาด้วยการยุบสภาเลือกตั้งใหม่จะมีโอกาสที่จะเกิดความสงบเรียบร้อยได้จริงหรือไม่ แต่บรรยากาศอย่างนี้ก็เห็นได้ชัดว่ามีคนแบ่งฝักแบ่งฝ่ายไม่ยอมรับกฎเกณฑ์กติกา ถ้าขืนไปยุบสภาฯให้มีการเลือกตั้งก็คงไปทุบตีกันในสนามเลือกตั้งเป็นเรื่องวุ่นวาย ต้องแก้ปัญหาตรงนี้ให้เสร็จเสียก่อน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคนในที่ประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง(คตม.) บอกหรือไม่การเตรียมการครั้งนี้ยิ่งกว่าการมีการปฏิวัติรัฐประหารที่ผ่านมาเสียอีก รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า “ ผมเรียนตรง ๆ นะ ผมรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ที่เตรียมในครั้งนี้ น้อยเกินไปด้วยซ้ำ ถ้ามีกำลังมากกว่านี้ ผมก็จะใช้ให้มากกว่านี้ ผมยอมรับว่าผมกังวลใจจริง ๆ และอยากจัดเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ให้ทั่ว ” นายสุเทพ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าในพื้นที่ภาคอีสาน มีการกว้านซื้อชุดทหารออกไปเป็นจำนวนมาก นายสุเทพ กล่าวว่า ก็อย่างนี้แหล่ะ ตนถึงต้องการให้เจ้าหน้าที่มีการจัดแบ่งกำหนดเครื่องหมาย ที่แบ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐให้ชัดเจน โดยมีรหัสเฉพาะที่จะสามารถป้องกันการปลอมแปลงได้

 เมื่อถามว่า มีการเตรียมกำลังสำรองเอาไว้เท่าไหร่ หาก 5 หมื่นแรก ไม่เพียงพอในการดูแล นายสุเทพ กล่าวว่า ก็มีบ้าง เมื่อถามย้ำว่า เป็นหลักหมื่นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่หรอก

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออาจเกิดเหตุวุ่นวายเหมือนเหตุการณ์เม.ย.52 จะฝากเตือนสติทุกฝ่ายในบ้านเมืองอย่างไร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ประชาชนทั้งประเทศคือเจ้าของประเทศตัวจริง ต้องออกมาแสดงว่าต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่ต้องการให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมาทำอะไรที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองโดยส่วนรวม พี่น้องไม่ต้องพาตัวเองเข้ามาคู่ต่อสู้หรือคู่ขัดแย้งและขอความกรุณาจากแกนนำผู้จัดการชุมนุมต้องดูแลให้การชุมนุมเป็นไปตามกฎหมาย ท่านก็จะได้รับการคุ้มครองตาม ม. 63 แห่งรัฐธรรมนูญ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(11มี.ค.) ซึ่งเป็นวันแรกของการประกาศพรบ.ความมั่นคงฯ มีกำลังเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบแล้ว ซึ่งกำลังทหารเหล่านี้เริ่มเข้ามาในพื้นที่ต่างๆตั้งแต่เมื่อคืนวานนี้ (10มี.ค.)