
เพื่อไทย"เดินเครื่องกดดันนายกฯยุบสภา
เด็กเพื่อไทย"เริ่มกดดันนายกฯยุบสภา หากไม่อยากให้เกิดนองเลือด ด้านส.ส.ปชป.เปิดตัวรถไฮเทครักสันติ ด้านเก่ง การุณกร่างอีกแล้ว สวมบทนักเลงจอดรถขวาง ตะโกนลั่น มึงจอดได้กูก็จอดได้
(11มี.ค.) นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม. แถลงข่าวถึงการเคลื่อนไหวการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ว่า ได้รับรายงานมีการจ้างประชาชนในแถบหนองแขม ภาษีเจริญมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดง โดยให้ค่าจ้างกลางคืน 600 บาท และกลางวันให้ 600 บาท นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่ามีแนวโน้มจะมีการใช้ระเบิดเพลิง ซึ่งตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะคนกทม.รักสงบ ดังนั้นตนจึงได้ทำรถไฮเทคที่จะเปิดภาพแสดงถึงความรักความสามัคคีของคนในชาติ พร้อมทั้งจะเปิดเพลงรักกันไว้เถิด เพื่อนำรถดังกล่าวเข้าไปรณรงค์ไม่ให้ใช้ความรุนแรง นอกจากนี้หากประชาชนคนใดสามารถถ่ายภาพผู้ที่กระทำผิดและกำลังก่อเหตุได้ตนจะบริจาคเงินเดือนตนให้รางวัลภาพละ 10,000 บาททันที ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าเป็นภาพที่ผู้กระทำผิดก่อการ
นายวัชระ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีข่าวกรองว่าจะระเบิดอาคารใหญ่ 2 แห่ง และมีระเบิดดาวกระจายในกทม.อีก 30 - 40 จุด ซึ่งข่าวที่ตนได้มานั้นตรงกับที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯพูดในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์และตามที่หน่วยข่าวกรองบอกไว้ ดังนั้นประชาชนที่จะมาร่วมชุมนุมก็ขอให้คิดให้ดี
นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมว่าอย่าตกเป็นเหยื่อกับบางกลุ่ม ที่ต้องการใช้ความรุนแรงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คนที่ได้ประโยชน์ก็คือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ดังนั้นขอให้ประชาชนที่มาชุมนุมใช้ความระมัดระวัง อย่าตกเป็นเหยื่อ และขณะนี้มีสัญญาณบางอย่างที่ลูกและเมียของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ได้ออกนอกประเทศไปแล้ว
จากนั้นทั้ง 2 ส.ส.ได้เดินไปขึ้นรถไฮเทคและเคลื่อนมาจอดที่บริเวณฝั่งตรงข้ามทางเข้าอาคาร 1 รัฐสภา เพื่อให้ผู้สื่อข่าวได้บันทึกภาพ แต่ปรากฎว่าระหว่างนั้นได้มีรถตู้ทะเบียน จฐ 4 กทม.ที่มีนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยเป็นข่าวกระโดดถีบนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว ได้เข้ามาจอดเพื่อเข้าประชุมสภาฯ โดยนายการุณได้เดินออกมาจากรถและไปตะโกนใส่ 2 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ว่า “มึงจอดได้ กูก็จอดได้” จากนั้นได้เดินกลับไปนั่งบนรถ และทำทีว่าหาของในรถ ทำให้เกิดการจราจรติดขัดออกไปนอกรั้วรัฐสภา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวใช้เวลา 10 นาที อย่างไรก็ตามระหว่างนั้นนายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.แม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยมีประวัติถูกพล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตส.ว.กทม. ชกกลางห้องประชุมสภาฯได้เดินเข้าไปยื่นเอกสาร 1 แผ่นให้กับนายวัชระพร้อมกับบอกว่า “เอกสารดังกล่าวเป็นสิ่งที่นายกฯเคยพูด ตอนนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ มีอำนาจแล้วก็น่าจะยุบสภาตามที่เคยเรียกร้องเอาไว้”
ทั้งนี้ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายนายวัชระได้เคลื่อนรถออกจากบริเวณดังกล่าว นายการุณจึงยอมลงจากรถพร้อมกับตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้ไม่พอใจนายวัชระ และไม่รู้ว่านายวัชระทำอะไร แต่ที่ตนไม่ได้ลงจากรถเพราะกำลังหาของอยู่ และที่เคลื่อนรถไปหาของที่อื่นไม่ได้ เพราะผู้สื่อข่าวมายืนขวางหน้ารถ นอกจากนี้หลังจากที่นายการุณเอารถไปจอดแล้วและได้เข้ามายังตัวอาคารรัฐสภา ก็ได้พบกับนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ และได้กล่าวว่า “ผมมาหาของไม่ได้รู้เรื่อง”
จากนั้นเมื่อเวลา 10.30 น. นายสุรพงษ์ โตจักษณ์วิชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายกฯตัดสินใจยุบสภา ประชาชนไม่อยากเห็นการนองเลือดเกิดขึ้น แต่รัฐบาลพยายามประโคมข่าวต่างๆ ซึ่งความเสียหายเกิดขึ้นในด้านต่างๆ คนที่จะหยุดความเสียหายได้คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ทางเดียวที่จะไม่ให้เกิดความวุ่นวายและแตกแยกในสังคมคือขอให้นายกฯตัดสินใจยุบสภา เพราะสมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ นายอภิสิทธิ์พูดเสมอว่ามีคนคนเดียวมาเรียกร้องหรือคนแสนคนมาเรียกร้อง รัฐบาลทำงานไม่ได้ก็ควรจะยุบสภา วันนี้นายกฯรู้ว่าคนเสื้อแดงมาชุมนุมกันเป็นแสนเพราะไม่ต้องการให้รัฐบาลนี้ทำงานต่อไป ดังนั้นนายกฯควรยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่จบ จบแน่ แล้วให้ประชาชนเลือกว่าจะเลือกใครเป็นรัฐบาลทุกอย่างก็จบ และนายกฯไม่ควรลืมคำพูดที่ให้ไว้
ด้านนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ต้องถอยกันคนละก้าว อย่าปล่อยให้ปัญหาลุกลามจนแก้ไม่ได้ วันนี้ทุกอย่างจะยุติได้ด้วยการที่นายกฯยุบสภา แม้รัฐบาลจะแพ้หรือชนะรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ จึงขอให้รัฐบาลคืนสิทธิ์ให้กับประชาชน ฝ่ายค้านเสียโอกาส ฝ่ายรัฐบาลเสียหน้า ทุกคนก็ต้องเสียเหมือนกันหมด ดังนั้นยังมีเวลาไม่สาย สามารถนัดประชุมฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อมาหารือร่วมกันในการยุบสภาได้
เมื่อถามว่าทำไมไม่บอกให้พ.ต.ท.ทักษิณ ยุติบ้างเรื่องก็จบเหมือนกัน นายสุรพงษ์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ทำอะไร ถ้าร่วมมือกันยุบสภาทุกอย่างก็จบ เมื่อถามต่อว่ามองอย่างไรว่าขณะที่ประชาชนเดินทางมาร่วมชุมนุม แต่ครอบครัวของพ.ต.ท.ทักษิณกับหนีออกนอกประเทศ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการทอดทิ้ง แต่ยืนยันว่าการเดินทางออกนอกประเทศของครอบครัวพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เอาตัวรอด แต่ขอถามกลับว่าหากเป็นครอบครัวของนายอภิสิทธิ์ที่ถูกเล็งเป้าว่าเป็นชนวนให้เกิดความรุนแรง นายอภิสิทธิ์จะทำแบบนี้หรือไม่ จึงควรเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง



