ข่าว

“สาทิตย์”แจงรัฐตั้งด่านสะกัดกระบะเข้ากรุง

“สาทิตย์”แจงรัฐตั้งด่านสะกัดกระบะเข้ากรุง

11 มี.ค. 2553

“สาทิตย์” ยันตั้งด่านตรวจเข้มรถเข้ากทม. อ้างเพื่อความปลอดภัย หวั่นปัญหาพกอาวุธ-ลักลอบขนต่างด้าว-ทะเบียนปลอม แนะคนที่มีธุระจริงๆต้องไปขอในอนุญาตจากอำเภอมารับรองว่าไม่เกี่ยวการชุมนุม ระบุรบ.จัดเตรียมพื้นที่จอดรถไว้แล้วกว่า 2 พันคัน พร้อมเตรียมนำนักข่าวลงดูก

(11มี.ค.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชี้แจงสิ่งที่ประชาชนควรทราบในช่วงการชุมนุม ว่า ยังมีอีก 2 เรื่องใหญ่ที่ประชาชนต้องรับทราบ คือการปฏิบัติตัวของผู้ชุมนุม ซึ่งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ ได้หารือกันคือประชาชนที่จะเข้ามาชุมนุมทุกคนต้องมีบัตรประชาชน เพราะในทุกด่านจะมีการตรวจบัตรประชาชนเพื่อป้องกันบุคคลต่างด้าวที่อาจลักลอบเข้ามา และรถทุกคันที่จะเข้ามาจะต้องมีทะเบียนที่ถูกต้อง เพราะเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบทุกคันที่เดินทางเข้ามา

 ส่วนกรณีรถบรรทุกขนาดเล็กที่เป็นทะเบียนต่างจังหวัดจะห้ามนำเข้ามาในพื้นที่กทม.ตามพ.ร.บ.มั่นคงฯ แต่ขณะที่รถบางคันเดินทางมาปฏิบัติภารกิจส่วนตัวไม่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง เราก็ได้เตรียมมาตรการไว้ 2 อย่าง คือ รถต่างจังหวัดต้องไปขออนุญาตทางอำเภอเพื่อนำใบรับรองมาแสดง และเมื่อนำรถเข้ามาในกทม.แล้ว หากพบว่าเป็นของกลุ่มผู้ชุมนุม ก็เตรียมที่จอดรถไว้รองรับ ซึ่งในวันนี้ ( 11 มี.ค.) ทางกองทัพภาคที่ 1 จะประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลเพื่อจัดหาสถานที่ จึงขอความร่วมมือให้สื่อมวลชนช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลส่วนนี้ เพื่อป้องกันความสับสน โดยเบื้องต้นจะจัดหาสถานที่ให้จอดรถได้จุดละอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 2 - 3 พันคันยืนยันว่าจะมีสถานที่จอดรถอย่างเพียงพอ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ที่จะมีรถจำนวนมากเข้ามาใน กทม.พร้อมๆกัน เพราะปกติคน กทม.ก็ประสบปัญหารถติดมากอยู่แล้ว และในวันนี้ ( 11 มี.ค.)ก็จะมีการจัดรายการพิเศษเพื่อชี้แจงรายละเอียดให้ประชาชนรับทราบอีกครั้ง โดยเฉพาะเส้นทางการจราจรที่ต้องย้ำและชี้แจงให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน

 เมื่อถามว่า กรณีที่ประชาชนมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องนำรถเข้ามาในกทม.และไปขอใบอนุญาตไม่ทัน จะดำเนินการอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นห่วงเรื่องการใช้ทะเบียนปลอม และที่เจ้าหน้าที่ต้องกำหนดมาตรการให้เจ้าของรถพกสมุดทะเบียนรถและบัตรประชาชนมาด้วย ก็เพื่อแก้ปัญหาในส่วนนี้ เพราะช่วงหลังพบว่าคนเสื้อแดงหลายกลุ่มมีการใช้พาหนะที่มีปัญหาเรื่องการใช้ทะเบียนปลอม

 เมื่อถามว่า พ.ร.บ.มั่นคงฯมีผลใช้บังคับในวันนี้เป็นวันแรก จะต้องมีการจับตาการออกอากาศของวิทยุชุมชนเป็นพิเศษหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องวิทยุชุมชนมีคณะกรรมการติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว ทราบว่าขณะนี้ทางกทช.ได้มอบหมายให้มีคณะทำงานติดตามเรื่องนี้แล้ว โดยจะดูการออกอากาศ หากพบว่าผิดข้อกำหนดในใบอนุญาตชั่วคราวก็จะต้องดำเนินการ ส่วนคนที่พูดดูหมิ่น จาบจ้วง ปลุกระดม กทช.และตำรวจนครบาล ก็มีฝ่ายเฝ้าติดตามอยู่ตลอด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปจ้องปิดวิทยุชุมชนทั้งๆที่ไม่มีความผิด ถ้าไม่มีการยุยง ปลุกปั่นให้คนทำผิดก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าทำผิดก็ต้องดำเนินการ ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นเรื่องของการกลั่นแกล้งอะไร ที่ผ่านมาทั้งวอยซ์ทีวี และพีเพิลแชแนล ก็ดำเนินการมาได้ตั้งนาน รัฐบาลก็ไม่ได้ไปยุ่ง ทั้งนี้โทรทัศน์สีแดงก็ต้องระวังเรื่องการถ่ายทอดสดการชุมนุมจากเวทีปราศรัยและเป็นอย่างเมื่อครั้งวันที่ 11 - 12 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่ปรากฏความผิดชัดเจนก็ต้องดำเนินการ

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า หากมีความชัดเจนเรื่องสถานที่จอดรถ การตั้งด่านตรวจต่างๆ ก็จะนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ไปดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเองว่ารัฐบาลไม่ได้สกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเดินทางมา แต่เพื่อป้องกันเรื่องการพกพาอาวุธ การลักลอบนำคนต่างด้าวเข้าเมือง และการสวมทะเบียนรถปลอม