
พอแล้วรวย - ถึงวาระคืนชีวิตให้แผ่นดิน คืนลมหายใจให้ประเทศ
ข่าวคราวด้านเศรษฐกิจในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้สร้างความวิตกให้แก่ประชาชนไม่ว่าจะเป็นการประเมินเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะติดลบถึง 9%
อัตราการว่างงานจากที่ประเมินว่าแค่หลักแสนก็เพิ่มเป็นหลักล้าน รัฐบาลก็ออกมายอมรับว่าสถานการณ์เศรษฐกิจหนักหนาสาหัสสากรรจ์มากกว่าที่คิด การอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นการบริโภคก็ไม่ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นสักเท่าใด ในขณะที่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับ “ความเป็นทุนนิยม” โดยเฉพาะกลุ่มการเงิน หุ้น การส่งออก กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวด
แต่ภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องกับ “เศรษฐกิจพอเพียง” กำลังเบิกบานใจมีความสุข เพราะรอดพ้นจากหายนะ เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิเป็นของจริง วลีทองที่ผู้คนเคยหัวเราะเยาะว่าเชย โบร่ำโบราณก็เริ่มได้รับการยอมรับ และผู้คนที่บากบั่นพากเพียรผลิตข้าวปลาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงก็เริ่มเป็นที่ชูหน้าชูตา ให้เป็นแบบอย่างของความสำเร็จที่สมควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงมาบเอื้องของอาจารย์ยักษ์ปัจจุบันได้แปรสภาพจากโรงเรียนสอนชาวนาชาวไร่ มาเป็นโรงเรียนสอนคนมีปริญญาระดับดอกเตอร์ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะคนระดับดอกเตอร์ก็เห็นแล้วว่า ระบบทุน ที่กำลังดำเนินไปกำลังเจอทางตัน นอกจากจะพาประเทศล่มสลายแล้วยังสร้างความทุกข์ระทมให้แก่ผู้คนทุกระดับชั้น ผิดกับคนที่ดำเนินชีวิตแนวเศรษฐกิจพอเพียงที่ไม่ได้ยึดเอาทุนเป็นสรณะ นอกจากจะไม่เดือดร้อนกับวิกฤติแล้ว ยังพบว่าชีวิตรวยขึ้นเรื่อยๆ
ในวันที่ 17-18 มีนาคม ที่จะถึงนี้ ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง จ.ชลบุรี เป็นวาระที่คนที่มีความสุขจากการใช้ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะมาชุมนุมกันและทำให้ดูเป็นตัวอย่างว่า การใช้ชีวิตตามรอย “พ่อ” โดยยึดคุณธรรม และความรู้ เป็นธงนำในทางรูปธรรมทำอย่างไร พวกเขาจะแสดงให้เห็นในงาน “คืนชีวิตให้แผ่นดิน” ชี้ให้เห็นว่า คุณธรรมของการรู้จักพึ่งตนเอง รู้จักสร้างข้าวปลาอาหารที่ปราศจากสารพิษได้เอง มีความสามารถในการสร้างพลังงาน สร้างสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นได้เอง และพึ่งพาเงินเท่าที่จำเป็นนั้น นอกจากจะช่วยรักษาโลกใบนี้แล้วยังทำให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้นมีความสุขขึ้น และรวยขึ้นกว่าสมัยที่ชีวิตยังวนเวียนอยู่กับการพึ่งเงินเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ พวกเขายังเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของคนที่อยู่ใน “ระบบการศึกษาใหม่” ที่ภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษของตน ไม่ทิ้งถิ่น ตระหนักว่าความก้าวหน้าของท้องถิ่นก็คือความก้าวหน้าของตนเอง นี่คือมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ที่ได้กลายมาเป็นเป้าหมายสำคัญที่คนในวงการการศึกษากำลังแสวงหาอยู่ ขอเชิญชวนผู้ใคร่รู้ให้มาสัมผัสบัณฑิต มหาลัยคอกหมู ว่ากำลังกระทำการคืนชีวิตให้แผ่นดิน และคืนลมหายใจให้แก่ประเทศอย่างไร
และมาร่วมเป็นสักขีพยานร่วมกับท่านรองนายกรัฐมนตรีที่จะมาประกาศปฏิญญามาบเอื้อง ชูธงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางหลักในการนำพาประเทศให้พ้นวิกฤติ นำรอยยิ้มและความสุขที่ยั่งยืนให้กลับมาสู่ประเทศสยามอีกครั้ง พบกันวันที่ 17-18 มีนาคม ที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.บ้านบึง จ.ชลบุนี้ นี้นะครับ อาจารย์ยักษ์จะคอย ถ้าอยากรู้ว่างานนี้มีอะไรดีก็ลองคลิกไปที่ www.agrinature.or.th
"อาจารย์ยักษ์ มหาลัยคอกหมู"



