ข่าว

ธปท.คงดบ.ห่วง"การเมือง-มาบตาพุด"ยันเศรษฐกิจรวมฟื้นตัวดีขึ้น-เกาะติดปัญหาภัยแล้ง

ธปท.คงดบ.ห่วง"การเมือง-มาบตาพุด"ยันเศรษฐกิจรวมฟื้นตัวดีขึ้น-เกาะติดปัญหาภัยแล้ง

11 มี.ค. 2553

กนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% เท่าเดิม ชี้การเมืองและมาบตาพุดยังมีความเสี่ยง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง เกาะติดสถานการณ์ภัยแล้ง ห่วงผลผลิตลดลงดันราคาพืชผลแพงขึ้น

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2553 มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตร (อาร์พี) ระยะ 1 วัน ไว้ที่ 1.25% ซึ่งการคงอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 7 ติดต่อกันนับตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2552 เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่ โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านการเมืองและปัญหาโครงการมาบตาพุด ขณะที่เศรษฐกิจโลกก็ยังมีความไม่แน่นอนในการฟื้นตัว

 อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในภาพรวมปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นมาก ซึ่ง กนง.เห็นว่าความเสี่ยงของการฟื้นตัวได้ปรับลดลง เมื่อเทียบกับการประชุมครั้งก่อน เพียงแต่ยังมีความเสี่ยงบางตัวที่อาจมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภคอยู่

 “ความเสี่ยงของการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ลดลง ทำให้ความจำเป็นที่ต้องมีนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษเช่นในปัจจุบันน้อยลงไปมาก แต่เมื่อพิจารณาถึงความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลกที่ยังมีอยู่ รวมถึงปัจจัยเสี่ยงภายในประเทศที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและผู้บริโภค คณะกรรมการจึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ต่อไปอีก ก่อนที่จะพิจารณาปรับให้เข้าสู่ภาวะปกติต่อไป” นายไพบูลย์ กล่าว

 ส่วนแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อนั้น แม้ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จะมีอัตราเร่งตัวขึ้น โดยล่าสุดเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 3.7% ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันและอาหารสด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ระดับต่ำ ซึ่ง กนง.ได้ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะต่อไปตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ปัญหาภัยแล้ง ธปท.ก็มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน เพราะเกรงว่าปัญหาดังกล่าวอาจกระทบในเรื่องของผลิตผลทางการเกษตรที่ลดลง ทำให้ราคาพืชผลแพงขึ้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลกระทบดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจมาก

 นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง พร้อมด้วยนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ที่กำกับดูแลกรมที่ดิน แถลงข่าวถึงการเปิดให้บริการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในวันหยุดราชการ โดยนายกรณ์กล่าวว่า เนื่องจากมาตรการกระตุ้นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จะสิ้นสุดลงในวันที่ 28 มีนาคมนี้ คาดว่าจะมีผู้ต้องการใช้บริการในการจดทะเบียนสิทธิและทำนิติกรรมจำนวนมาก ดังนั้นจึงได้ประสานไปยังนายถาวร เพื่อสั่งให้กรมที่ดินขยายเวลาการให้บริการในวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. และวันสุดท้าย วันที่ 28 มีนาคม หากมีผู้มาขอรับบริการจำนวนมากกรมที่ดินจะขยายเวลาให้บริการจนถึงเวลา 24.00 น.