ข่าว

กลุ่มชินแถลงปรามคนวิพากษ์อยู่ในกรอบ

กลุ่มชินแถลงปรามคนวิพากษ์อยู่ในกรอบ

11 มี.ค. 2553

กลุ่มชินยันทำธุรกิจสุจริตถูกต้องตามกฎหมาย โต้ถูกนักวิชาการพิพากษาให้ต้องรับผิดชอบทั้งที่ศาลไม่ได้ชี้ขาด เล็งให้ฝ่ายกฎหมายฟ้องละเมิด ด้าน สคร.สรุปความเสียหาย 1.34 แสนล้าน เตรียมส่งต่อให้อัยการฟ้องร้อง

 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา ทีมผู้บริหารบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำโดยนายสมประสงค์ บุญยะชัย รองประธานกรรมการ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงผลกระทบจากคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชิน พร้อมยืนยันว่า บริษัททำทุกอย่างถูกต้องตามสัญญาและไม่ขัดต่อกฎหมาย ประกอบธุรกิจด้วยความสุจริต

 นายสมประสงค์ย้ำว่า คำตัดสินของศาลไม่ได้ระบุว่าบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องกรณีที่ทำให้ภาครัฐเกิดความเสียหาย หรือมีความผิดใดๆ และยังไม่มีคู่กรณีใดๆ ออกมาเรียกร้องความเสียหาย แต่ที่ต้องออกมาชี้แจง เพราะมีนักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์หรือเขียนถึงกลุ่มชิน โดยพิพากษาแล้วว่าอาจต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นแสนล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และเป็นการกระทำที่ไม่มีมารยาท ไม่มีจริยธรรม หากบริษัทเห็นว่าเป็นการกระทำที่มากจนเกินไปก็จะให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบว่าเป็นการละเมิดหรือไม่ 

 กรณีที่จะมีการเรียกความเสียหายจากบริษัทนั้น ต้องมีการเจรจาระหว่างคู่สัญญา ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการหารือกัน อีกทั้งเวลานี้ยังไม่มีใครเรียกร้องความเสียหายจากบริษัท หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นบริษัทก็พร้อมใช้กระบวนการอนุญาโตตุลาการเหมือนกรณีของภาษีสรรพสามิตที่ดำเนินการแล้ว 2 ปี หรืออาจให้ศาลสูงสุดตัดสินมา บริษัทพร้อมจะดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) สรุปตัวเลขความเสียหายตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยคิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่รวมดอกเบี้ยจ่ายอีก 7.5% นับจากวันที่เริ่มต้นความเสียหายจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2553 เป็นเงิน 1.34 แสนล้านบาท ซึ่งรายงานให้นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังรับทราบแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะส่งข้อมูลความเสียหายทั้งหมดให้อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อคู่สัญญาสัมปทานของหน่วยงานรัฐ และฟ้องร้องบุคคลที่ทำให้เกิดความเสียหาย รวมทั้งพนักงานรัฐที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 "เราจะดำเนินการฟ้องร้องตัวบริษัท ไม่ใช่ผู้ถือหุ้น เพราะเราทำสัญญากับบริษัท ปัจจุบันบริษัทยังได้ประโยชน์จากการแก้ไขสัญญาสัมปทาน ส่วนใครจะชดเชยความเสียหายจำนวนเท่าใด ต้องไปชี้แจงในศาล" รายงานข่าวกล่าวและว่า ในส่วนของหน่วยงานรัฐที่ทำสัญญาสัมปทานกับเอกชนต้องเร่งพิจารณาหยุดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรัฐตามคำพิพากษา เพราะสัญญาที่ทำให้รัฐเสียหายยังเดินหน้าอยู่