
ข้าวราคาตก ทางหลวงถูกปิด
นับตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2553 นี้ ผู้คนที่จำเป็นต้องสัญจรไปมาในภูมิภาคต่างๆ มักจะประสบปัญหาในการเดินทางโดยรถยนต์โดยไม่รู้ตัว เพราะถ้าหากราคาข้าวตกต่ำชาวนาก็ออกมาเดินขบวนปิดถนนห้ามผู้คนสัญจรผ่านไปมา บ้านเมืองก็ได้แต่ส่งเจ้าหน้าที่ยืนดูตาปริบๆ ไม่รู้จะท
พฤติการณ์เช่นนี้ชาวบ้านคงต้องถามตัวเองว่า เป็นกรรมเวรมาตั้งแต่ชาติใด เมื่อใครไม่พอใจอะไรทำไมเราต้องถูกจับเป็นตัวประกันทุกที
อันที่จริงแล้วการที่รัฐบาลปล่อยให้มีเหตุการณ์ล่วงล้ำสิทธิของชาวบ้านโดยทั่วไปขึ้นบ่อยๆ ย่อมแสดงถึงความอ่อนแอในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างแจ้งชัดและอย่าพยายามใช้คำพูดกลบเกลื่อนที่ว่าในระบอบประชาธิปไตยประชาชนย่อมมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นรวมทั้งเดินขบวนคัดค้านเรื่องต่างๆ ได้โดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่ท่านจะต้องสำนึกอยู่เสมอว่าจะต้องไม่ปล่อยให้ขบวนการเหล่านั้นล่วงล้ำสิทธิอันชอบธรรมของผู้อื่น ถ้าปล่อยให้ล่วงล้ำก็ถือว่ารัฐบาล
บกพร่องต่อหน้าที่ (โปรดทำความเข้าใจใหม่ตามนี้ด้วย)
อันว่าสาเหตุแห่งการประท้วงของชาวนาบ่อยๆ ในระยะนี้นั้น เป็นเพราะราคาข้าวตกต่ำซึ่งอย่างเคย คนของรัฐบาลก็ออกมาหาตัวคนผิดได้ว่ามีไอ้โม่งตัวหนึ่งหรือหลายตัวปล่อยข่าวว่ารัฐบาลจะนำข้าวค้างสต็อกเป็นล้านตันออกขาย ข่าวลือไปถึงตลาดค้าสินค้าเกษตรในอเมริกาทำให้ราคาข้าวตกต่ำกระเทือนมาถึงราคาข้าวในเมืองไทย
ฟังดูก็มีเหตุผลดีแต่ดูเป็นเรื่องแก้ตัวมากกว่าการแก้ปัญหา
ต่อมามีการสร้างกระแสข่าวขึ้นมาอีกว่า ฝ่ายตรงข้ามยุยงให้เกษตรกรกระด้างกระเดื่องถึงกับจะรวมตัวยกพลเข้ามาถึงหน้าทำเนียบ
ก็อย่างว่าเป็นเรื่องจะแก้สถานการณ์ด้วยวิธีการเมืองไม่ใช่การแก้ไขปัญหาข้าวราคาตก
ปัญหาเรื่องราคาข้าวหรือพืชผลเกษตรอย่างอื่นนี้ดูเป็นปัญหาโลกแตกที่ทุกประเทศต้องประสบ ทั้งนี้เพราะโลกส่วนใหญ่อยู่ภายใต้ระบบการค้าเสรีซึ่งราคาสินค้าทุกอย่างนั้นมีมือที่มองไม่เห็น (อุปสงค์และอุปทาน) เป็นคนกำหนดราคาอยู่และด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ที่ยืดยาว รัฐบาลของทุกประเทศก็ต้องดูแลเกษตรกรเป็นพิเศษด้วยการเข้าไปขัดขวางมือที่มองไม่เห็นทำงานได้เต็มที่ เช่นในอดีตรัฐบาลไทยได้แก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำด้วยวิธีรับจำนำในราคาสูงกว่าตลาด(ซึ่งที่จริงก็คือการรับซื้อเพราะหากรับจำนำราคาสูงกว่าตลาดแล้วคนจำนำหน้าโง่ที่ไหนจะมาไถ่ถอนคืน สรุปว่าเรียกว่ารับจำนำแก้เขินไปอย่างนั้นเอง)
พอมาถึงรัฐบาลชุดนี้ก็เปลี่ยนวิธีสู้กับมือที่มองไม่เห็นด้วยโครงการประกันราคาพืชผลทางการเกษตรโดยมีสาระสำคัญว่าจะประกันราคาให้แก่เกษตรกรจำกัดจำนวนแต่ละครัวเรือนไม่เกิน 1 หมื่นกิโลกรัม (ประมาณใช้ที่นาปลูก 12.5 ไร่) ซึ่งรัฐบาลคิดว่าเป็นไม้เด็ดดีกว่าวิธีรับจำนำชุดเดิม แต่พอเอาเข้าจริงชาวนาจำนวนมากก็ไม่พอใจแสดงออกด้วยการเดินขบวนปิดถนนจนรัฐบาลต้องยอมตั้งโต๊ะซื้อข้าวในราคาที่สูงกว่าตลาดก็คือวิธีการเก่าที่เคยทำเป็นแต่เปลี่ยนเป็นคนละอย่าง
ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นเพื่อขอให้คนทางรัฐที่เกี่ยวข้องเลิกใช้วิธีแก้ตัวแล้วหันมาใช้การมุ่งแก้ปัญหาอย่างจริงจังคงจะช่วยให้บ้านเมืองสงบได้มากกว่านี้
นายหนูใหญ่ [email protected]



