ข่าว

ส่วยแหลมฉบัง.."ขวางตาย"

ส่วยแหลมฉบัง.."ขวางตาย"

10 มี.ค. 2553

ในท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี มีผลประโยชน์เคลือบแฝงมากมายมหาศาล แม้จะเป็นที่รับรู้โดยถ้วนทั่ว แต่ไม่เคยมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ กระทั่งผู้ประกอบการธุรกิจรีไซเคิลน้ำมัน ถูกชายฉกรรจ์ตามล่าเอาชีวิต เพราะปฏิเสธที่จะจ่ายเงินสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่บางกลุ่ม

 ท่าเรือแหลมฉบังมีเนื้อที่กว่า 6,430 ไร่ มีท่าเรือพาณิชย์หลายแห่ง บริษัทส่วนใหญ่จะเชิญข้าราชการตำรวจ ทหาร ระดับนายพลเข้ามาเป็นที่ปรึกษา เพื่อป้องกันการเรียกหาผลประโยชน์จากข้าราชการในพื้นที่ ตลอดจนคอยอำนวยความสะดวกเวลาติดต่อกับทางราชการ หรือเพื่อต้องการอภิสิทธิ์บางประการ ตลอดจนเป็นข้อต่อรองกับท่าเรือในการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ

 แต่การอำนวยความสะดวกลักษณะนี้มีค่าใช้จ่าย เลยเกิดกลุ่ม ขบวนการ เรียกรับผลประโยชน์แลกกับการเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ในบางกรณี ?!!

 ที่ท่าเรือแห่งนี้มีท่าขนส่งสินค้าการเกษตร ทั้งนำเข้าและส่งออก ท่าส่งออกรถยนต์ และส่งออกสินค้าประเภทอื่นๆ อีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่บางหน่วยงานมีหน้าที่เก็บเกี่ยวดอกผลจากสินค้าบางประเภท ที่ไม่อาจสำแดงได้ที่นำปะปนเข้ามาออกจากท่าเรือ โดยได้ค่าตอบแทนเป็นรายเดือน

 ที่ผ่านมาการทำธุรกิจลักษณะเคลือบแฝงนี้ลงตัวทั้งผู้ให้และผู้รับ จึงไม่มีการร้องแรกแหกกระเชอ เพราะต่างฝ่ายต่างบรรลุประสงค์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ทว่าเรื่องมาแดงก็เมื่อ "ประสงค์ สุขกร" วัย 42 ปี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พลูตาหลวงรีไซเคิล จำกัด ได้ออกมาระบุว่าเขาถูกตามล่าหมายเอาชีวิตภายในท่าเรือแหลมฉบัง เพราะไม่จ่ายเงินสินบาทคาดสินบน

 บริษัท พลูตาหลวงรีไซเคิล จำกัด ทำธุรกิจรับซื้อน้ำมันเก่าในท่าเรือแหลมฉบัง และเมื่อไม่นานมานี้ประสงค์ในฐานะรองกรรมการผู้จัดการ ได้นำเงินไปจ่ายค่าสินค้าให้แก่คู่ค้า บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.แยกท่าเรือแหลมฉบัง ถนนสุขุมวิท หมู่ 3 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ระหว่างขับรถเข้าไปในปั๊มมีชายฉกรรจ์ 3-4 คนนั่งอยู่ในศาลาข้างห้องน้ำ ชี้มือชี้ไม้มาที่เขาผิดปกติวิสัย ประกอบกับเคยมีปัญหาขัดแย้งกับบริษัทคู่แข่งจึงเกรงจะเกิดปัญหา เลยโทรแจ้งเปลี่ยนสถานที่จ่ายเงินไปเป็นทางเข้าหมู่บ้านการเคหะแหลมฉบัง

 แต่แล้วชายฉกรรจ์กลุ่มเดิมได้ขับรถไล่ตามและปาดหน้า จนประสงค์ต้องขับรถเข้าไปแจ้งความต่อตำรวจ สภ.แหลมฉบัง เพราะรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกปองร้ายหมายชีวิต ?!!

 ประสงค์อธิบายว่า บริษัทดำเนินธุรกิจรีไซเคิลน้ำมันบนเรือสินค้าต่างชาติถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน ก่อนเรือจะเทียบท่ากัปตันเรือจะประสานมาที่การท่าเรือ สำนักงานขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี เพื่อแจ้งให้ทราบถึงขั้นตอนและระยะเวลา พร้อมกับน้ำมันเสียที่ต้องนำไปรีไซเคิล จากนั้นการท่าเรือก็จะแจ้งให้บริษัทของเขาเข้าไปดำเนินการตามขั้นตอน

 ขั้นตอนที่ว่าจะเสียเวลาประมาณ 3-4 วัน หลังจากนั้นก็จะขนถ่ายน้ำมันเสียไปสู่กระบวนการบำบัด ประสงค์ บอกว่า ทุกหน่วยงานทราบดีว่าบริษัทของเขาทำถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน แต่เจ้าหน้าที่บางคนที่แสวงหาประโยชน์ก็ยังมาเรียกเก็บเงิน หากไม่ให้ก็ถูกตรวจสอบที่มาที่ไปของสินค้า เป็นการเตะถ่วงเวลาให้เสียไปเปล่าๆ ปลี้ๆ

 "หากสินค้าถูกกักหรือตรวจสอบ จะต้องเสียเวลาอีก 2-3 วัน ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าเช่ารถบรรทุก หากคุณสมบัติของน้ำมันที่จะนำไปรีไซเคิลเปลี่ยนไปก็จะไม่มีราคาเลย ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายจึงต้องจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่บางคน หรือมาเฟียบางกลุ่มที่คอยดูแลผลประโยชน์ในท่าเรือ แต่ปัญหาก็ไม่จบ เมื่อจ่ายไปแล้ว 1 จุด ก็จะต้องจ่ายจุดอื่นต่อๆ ไปอีก" ประสงค์กล่าวทิ้งท้าย

 ด้าน "ยุทธนา หยิมการุณ" ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง บอกว่า เพิ่งเดินทางมารับตำแหน่งเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากนี้จะเน้นการพัฒนางานบริการให้สามารถอำนวยความสะดวกกับหน่วยงาน หรือบุคคลที่เข้ามาเสียภาษีศุลกากร รวมทั้งภาษีที่จัดเก็บแทนหน่วยงานอื่น เพื่อให้เป้าหมายการจัดเก็บภาษีศุลกากรในปี 2553 เติบโตเพิ่มอีก 3,000 ล้านบาท จากยอดการจัดเก็บที่ทำได้ในปีก่อนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้นยังจะเดินหน้ามาตรการป้องกันและปราบปรามผู้หลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร หลังจากปี 2552 มียอดการจับกุมผู้หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรสูงถึง 100 ล้านบาท

 "ที่ผ่านมาหากดูจากจำนวนเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปรามพบว่า อัตรากำลังยังไม่เพียงพอ จึงเกิดการหลีกเลี่ยงภาษีได้ง่าย ดังนั้น ในปีนี้นอกจากจะต้องเพิ่มทีมสืบสวนปราบปรามแล้ว เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคณะทำงานยังจะต้องอยู่ปฏิบัติงานในพื้นที่ จ.ชลบุรี ทั้งหมด ในกรณีที่มีการสืบทราบว่า มีบริษัทใดหลีกเลี่ยงการชำระภาษีศุลกากร เราก็จะใช้มาตรการเชิงรุกเข้าจัดการทันที่ ไม่ว่าบริษัทนั้นจะอยู่ใน จ.ชลบุรี หรือไม่" ผอ.ยุทธนากล่าว

 นอกจากงานด้านภาษีแล้ว ปัญหาการรับส่วยนอกระบบในท่าเรือ ยังเป็นอีกปัญหาที่เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงานในท่าเรือแหลมฉบัง จะต้องให้ความสำคัญกวาดล้างให้สิ้นซาก หรืออย่างน้อยแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาให้มากสักหน่อย