ข่าว

ทุกข์ของเกษตรกร สวน "พริก" จมน้ำ ที่เหลือรอดก็ไม่รู้จะขายได้ราคาเท่าไหร่

ทุกข์ของเกษตรกร สวน "พริก" จมน้ำ ที่เหลือรอดก็ไม่รู้จะขายได้ราคาเท่าไหร่
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ชาวสวนพริก ระบุ น้ำท่วมสวนพริก เครียดมาก ลูกก็จะต้องไปโรงเรียน ต้องใช้เงิน และยังเป็นหนี้ค่าปุ๋ยค่ายาอีก ไม่รู้ว่าจะเอาเงิน ที่ไหนมาใช้หนี้

เมื่อวานนี้ (24 พ.ค.65) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ตรวจสอบผลกระทบจากฝนตกน้ำท่วมที่ผ่านมา โดยเฉพาะบริเวณชายแดนบ้านหมื่นฤาชัย ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ฝนตกหนัก ทำให้น้ำป่า และแม่น้ำเมย ล้นตลิ่ง ทะลักเข้าท่วมแปลงสวนพริก จมน้ำไป กว่า 500 ไร่ ซึ่งไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ เริ่มเน่าและส่งกลิ่น เหม็น

 

แต่ก็ยังมีพริกบางส่วน อยู่พื้นที่สูงน้ำท่วมเล็กน้อย ยังพอเก็บได้ แต่ก็ได้ผลกระทบเช่นกัน พริกเริ่มเหี่ยวเฉา เนื่องจากดินเป็นดินเหนียว ฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง ทำให้รากเน่าเหี่ยวเฉา ชาวบ้านจึงช่วยกันเร่งเก็บเพื่อส่งขายให้พ่อค้า เพราะหากไม่รีบเก็บภายใน 2 วัน พริกก็เน่าจะเสีย ขั่วจะดำ พ่อค้าจะไม่รับซื้อ  

ทุกข์ของเกษตรกร สวน "พริก" จมน้ำ ที่เหลือรอดก็ไม่รู้จะขายได้ราคาเท่าไหร่

 

สอบถาม นางตง แซ่ย่าง อายุ 48 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 บ้านคีรีน้อย ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก บอกว่า ตนเองปลูกพริก จำนวน 5 ไร่ วันนี้ได้นำคนงาน มาเก็บพริก ซึ่งเป็นพริกเขียว ถ้าไม่รีบเก็บวันนี้ ก็จะเสียหาย เพราะว่าพริกจมน้ำมาแล้วหลายวัน ต้นเริ่มเหี่ยว โดยลงทุนไป กว่า 2 แสนบาท หวังว่าจะขายพริกได้เงิน แต่ก็มาถูกน้ำท่วม เสียหายเกือบหมด

 

ครั้งนี้เก็บไปก็ไม่รู้ว่าจะขายได้กิโลละกรัมละกี่บาท แล้วแต่พ่อค้าจะให้ ยอมรับว่าเสียใจมาก เคยปลูกบริเวณนี้มา 3 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แต่ปีนี้หนักมาก โดยพื้นที่ดังกล่าว ตนเองเช่าที่ ปลูกพริก ไร่ละ 7,000 บาท ทำเลดีใกล้แหล่งน้ำติดกับแม่น้ำเมย  แต่ก็ต้องประสบกับอุทกภัยดังกล่าว 

 

ด้านนางเป้ายี่ แซ่ม๊า อายุ 43 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 บ้านเก้ารวมไทย ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเองก็ปลูกพริก จำนวน 5 ไร่ ลงทุนไปมาก ใช้เงินสดตัวเอง แต่ก็ยังเป็นหนี้ ทั้งค่าปุ๋ยค่ายา แสนกว่าบาท ไม่รู้ว่า จะหาเงิน ที่ไหนมาใช้หนี้ค่าปุ๋ยค่ายา เครียดและลำบากมาก ปีนี้ผลผลิตพริกสวยมาก หลังจากฝนตกติดต่อกันหลายวัน ดินเป็นดินเหนียว น้ำท่วมขัง ทำให้พริกเริ่มเหี่ยว ต้องเร่งเก็บพริกขายเป็นพริกเขียว

 

โดยจ้างแรงงานกิโลกรัมละ 4 บาท ยังไม่รู้เลยว่านำพริกไปขาย จะได้ราคากิโลกรัมละกี่บาท แต่จำเป็นจะต้องทำ ไม่อย่างนั้น อีก 2-3 วันก็เก็บไม่ได้ พริกใบแห้งและเน่าตาย และปีนี้ก็เป็นปีแรกที่ตนเองมาทำ ปุ๋ยยาก็แพงมาก ต้นทุนก็สูง ค่าเช่าที่ก็แพง น้ำมันก็แพง ตนเองเครียดมาก อีกทั้งลูกก็จะต้องไปโรงเรียน ต้องใช้เงิน และยังเป็นหนี้ค่าปุ๋ยค่ายาอีกแสนกว่าบาทไม่รู้ว่าจะเอาเงิน ที่ไหนมาใช้หนี้

 

ทุกข์ของเกษตรกร สวน "พริก" จมน้ำ ที่เหลือรอดก็ไม่รู้จะขายได้ราคาเท่าไหร่

ทุกข์ของเกษตรกร สวน "พริก" จมน้ำ ที่เหลือรอดก็ไม่รู้จะขายได้ราคาเท่าไหร่

 

นางเป้ายี่ แซ่ม๊า บอกด้วยว่า ในพื้นที่บริเวณนี้ บ้านหมื่นฤาชัย ตำบลพบพระ ปลูกพริกประมาณพันกว่าไร่ ปลูกบริเวณติดกับลำน้ำเมย และที่เสียหายจมน้ำ กว่า 500 ไร่ เจ้าของบางส่วนได้มา รื้อท่อขนเครื่องมือกลับบ้านแล้ว เพราะว่า พริกจมน้ำ เริ่มส่งกลิ่นเหม็น และอีก 1 หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบคือ เกษตรกรที่ปลูกพริกในพื้นที่บ้านมอเกอไทย หมู่ที่1ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก อีกจำนวนหลายร้อยไร่

      
ทางด้าน นายสมพงษ์ ฟุ้งทวีวงศ์ นายอำเภอพบพระ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอพบพระ เจ้าหน้าที่ อบต.สมาชิกอบต.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เร่งดำเนินการสำรวจพื้นที่การเกษตร และพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับความเสียหาย ที่เกิดจากอุทกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือต่อไป ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ขณะนี้ น้ำได้ลดกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว คงเหลือไว้แต่ความเสียหายโดยเฉพาะพื้นที่ทางการเกษตร 

 

ทุกข์ของเกษตรกร สวน "พริก" จมน้ำ ที่เหลือรอดก็ไม่รู้จะขายได้ราคาเท่าไหร่

 

ไพฑูรย์ สุขแว่น ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ตาก

 

 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด