
ร่วมต่อต้านความรุนแรง
ณ เวลานี้หัวข้อที่ถูกพูดถึงในวงสนทนาและตามโซเชียลเน็ตเวิร์กมากที่สุดคงเป็นเรื่อง "การต่อต้านความรุนแรง"
เป็นที่รู้กันดีว่าระหว่างการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง 12-14 มีนาคมนี้ โอกาสจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นมีสูงมาก
รองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง คาดว่าจะมีเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ถึง 40 จุด
แม้รัฐบาล ตำรวจ ทหาร จะวางมาตรการควบคุมเข้มงวดอย่างไร ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าสิ่งที่คาดการณ์ไว้จะไม่เกิดขึ้น
ตามการข่าวแล้วเชื่อว่ามีนายทหารระดับ เสธ.อย่างน้อย 2 คน ที่อยู่ในข่ายเฝ้าจับตามองเป็นพิเศษ
เพราะมีศักยภาพสามารถสร้างความปั่นป่วนได้
ด้วยเหตุนี้คนส่วนใหญ่แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมก็อดคิดถึงประเทศชาติไม่ได้
ทุกครั้งที่การเมืองขัดแย้งจนถึงขั้นระดมประชาชนมาเผชิญหน้าอำนาจรัฐ เราจะย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ยังจุดเดิมทุกครั้ง
จุดแห่งความคร่ำครวญ โหยไห้ และตระหนักคิดถึงสิ่งผิดพลาด ทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของชาติ
ประเทศไทยนั้นเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสรรพสิ่งที่หลายประเทศไม่มี
หลายประเทศตอนนี้เผชิญหน้ากับวิกฤติภัยธรรมชาติอย่างหนักหน่วง
แผ่นดินไหวเฮติ แผ่นดินวิปโยคและสึนามิที่ชิลี และแผ่นดินไหวที่ตุรกี
ประเทศแถบยุโรปและจีนเผชิญหน้ากับอากาศหนาวเย็นสุดในรอบหลายสิบปี
ในขณะที่คนเหล่านั้นกำลังประสบชะตากรรมอันเลวร้ายจากภัยธรรมชาติ ทุกคนสามัคคีปรองดอง ประคองชีวิตและชาติให้พ้นวิกฤติ
ส่วนประเทศไทยไม่มีทั้งภัยแผ่นดินไหว สึนามิ หรือแม้แต่วิกฤติภัยหนาว แต่กลับต้องมามัวหมกมุ่นอยู่กับเรื่องการเมืองคละสี
กลุ่มนี้จะสร้างสถานการณ์ป่วนเมือง กลุ่มนั้นจะสร้างความรุนแรงป่วนชาติ แล้วปากก็พร่ำเพรียกว่า "รักชาติ"
สัตว์เดรัจฉานเวลาเกิดภัยพิบัติขึ้นมา แม้จะเป็นศัตรูคู่อาฆาต เป็นอาหารตามห่วงโซ่อาหาร มันยังเอื้ออาทรต่อกัน
อาศัยพักพิงร่วมโพรงร่วมรังกันได้
เราเองเป็นมนุษย์แท้ๆ ทำไมถึงไม่เอาเยี่ยงอย่างมัน
วันนี้จะเรียกได้ว่าเป็นวิกฤติได้หรือไม่ ถ้าใช่ก็ช่วยกันร่วมต่อต้านความรุนแรง
ถ้าทุกคนคิดได้ ประเทศชาติและประชาชนก็จะไม่บอบช้ำเกินไปกว่านี้ ?!!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



