ข่าว

ร่วมต่อต้านความรุนแรง

ร่วมต่อต้านความรุนแรง

12 มี.ค. 2553

ณ เวลานี้หัวข้อที่ถูกพูดถึงในวงสนทนาและตามโซเชียลเน็ตเวิร์กมากที่สุดคงเป็นเรื่อง "การต่อต้านความรุนแรง"

 เป็นที่รู้กันดีว่าระหว่างการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง 12-14 มีนาคมนี้ โอกาสจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นมีสูงมาก

 รองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง คาดว่าจะมีเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ถึง 40 จุด

 แม้รัฐบาล ตำรวจ ทหาร จะวางมาตรการควบคุมเข้มงวดอย่างไร ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าสิ่งที่คาดการณ์ไว้จะไม่เกิดขึ้น

 ตามการข่าวแล้วเชื่อว่ามีนายทหารระดับ เสธ.อย่างน้อย 2 คน ที่อยู่ในข่ายเฝ้าจับตามองเป็นพิเศษ

 เพราะมีศักยภาพสามารถสร้างความปั่นป่วนได้

 ด้วยเหตุนี้คนส่วนใหญ่แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมก็อดคิดถึงประเทศชาติไม่ได้

 ทุกครั้งที่การเมืองขัดแย้งจนถึงขั้นระดมประชาชนมาเผชิญหน้าอำนาจรัฐ เราจะย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ยังจุดเดิมทุกครั้ง

 จุดแห่งความคร่ำครวญ โหยไห้ และตระหนักคิดถึงสิ่งผิดพลาด ทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของชาติ

 ประเทศไทยนั้นเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสรรพสิ่งที่หลายประเทศไม่มี

 หลายประเทศตอนนี้เผชิญหน้ากับวิกฤติภัยธรรมชาติอย่างหนักหน่วง

 แผ่นดินไหวเฮติ แผ่นดินวิปโยคและสึนามิที่ชิลี และแผ่นดินไหวที่ตุรกี

 ประเทศแถบยุโรปและจีนเผชิญหน้ากับอากาศหนาวเย็นสุดในรอบหลายสิบปี

 ในขณะที่คนเหล่านั้นกำลังประสบชะตากรรมอันเลวร้ายจากภัยธรรมชาติ ทุกคนสามัคคีปรองดอง ประคองชีวิตและชาติให้พ้นวิกฤติ

 ส่วนประเทศไทยไม่มีทั้งภัยแผ่นดินไหว สึนามิ หรือแม้แต่วิกฤติภัยหนาว แต่กลับต้องมามัวหมกมุ่นอยู่กับเรื่องการเมืองคละสี

 กลุ่มนี้จะสร้างสถานการณ์ป่วนเมือง กลุ่มนั้นจะสร้างความรุนแรงป่วนชาติ แล้วปากก็พร่ำเพรียกว่า "รักชาติ"

 สัตว์เดรัจฉานเวลาเกิดภัยพิบัติขึ้นมา แม้จะเป็นศัตรูคู่อาฆาต เป็นอาหารตามห่วงโซ่อาหาร มันยังเอื้ออาทรต่อกัน

 อาศัยพักพิงร่วมโพรงร่วมรังกันได้

 เราเองเป็นมนุษย์แท้ๆ ทำไมถึงไม่เอาเยี่ยงอย่างมัน

 วันนี้จะเรียกได้ว่าเป็นวิกฤติได้หรือไม่ ถ้าใช่ก็ช่วยกันร่วมต่อต้านความรุนแรง

 ถ้าทุกคนคิดได้ ประเทศชาติและประชาชนก็จะไม่บอบช้ำเกินไปกว่านี้ ?!!

 มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]