ข่าว

เสธ.แดงระดมพลชาวร้อยเอ็ดร่วมม็อบโค่นรัฐบาล

เสธ.แดงระดมพลชาวร้อยเอ็ดร่วมม็อบโค่นรัฐบาล

10 มี.ค. 2553

เสธ.แดงลงพื้นที่ร้อยเอ็ด ปลุกระดมพลร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ ระบุแม้ไม่ได้ขึ้นเวทีร่วม 3 เกลอแต่มีเป้าหมายเดียวกัน โค่นรัฐบาลเหมือนกัน แฉอดีตทหารหวังป่วนม็อบสร้างเหตุบีบรัฐใช้ความรุนแรง

 เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 10 มี.ค.53 ที่สนามหญ้าสาธารณบ้านดงแดง ต.ดงแดง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด พล.ต.ขัติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ได้ลงพื้นที่ขึ้นเวทีปราศรัยพบปะพี่น้องประชาชนและกลุ่มคนเสื้อแดง อ.เมืองสรวง และจตุรพักตรพิมาน หลังคืนที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่พบประชาชนในพื้นที่ อ.อาจสามารถ โดยมีนายวิเชียรชนินทร์ สินธุไพร,ร.ท.ประไพ ฮวดศรี พ.ต.ท.ศุภวิทย์ สูติสงค์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง จ.ร้อยเอ็ด นำคณะคนเสื้อแดงร่วมฟังการปราศรัยกว่า 2,000 คน ท่ามการอารักขาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จตุรพักตรพิมาน อย่างเข้มงวดกว่า 50 นาย

 การเดินทางมาครั้งนี้เสธ.แดง ได้กล่าวกับผู้มาร่วมฟังการปราศรัยว่า ตนแม้ไม่ได้ร่วมขึ้นเวทีกับ 3 เกลอ แต่ก็มาพบพี่น้องในพื้นที่ภาคอีสานเพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือต่อสู้กับรัฐบาลที่บริหารแบบเผด็จการทหาร ซึ่งการแก้ต้องแก้ด้วยทหารด้วยกันไม่ใช่แก้โดยนักปราศรัยปากเอกเท่านั้น ทหารรู้ระบบทหารด้วยกันอยู่แล้ว และขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนที่รักประชาธิปไตยเดินทางร่วมชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯอย่างพร้อมเพียงกันในวันที่ 14 มี.ค.ที่จะถึงนี้

 พร้อมกันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงได้ตั้งโต๊ะรับบริจาคเงิน ข้าวสาร อาหารแห้งเพื่อเป็นเสบียงให้กับกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมในครั้งนี้ด้วย

แฉอดีตทหารหวังป่วนม็อบสร้างเหตุบีบรัฐใช้ความรุนแรง

 นายสมชาย  แสวงการ ส.ว.สรรหา 1 ในกลุ่ม 40 ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงระหว่างวันที่11-23 มี.ค. ว่า ตนได้แจ้งให้กมธ.สิทธิฯทุกคนติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในการทำหน้าที่ของรัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงอย่างใกล้ชิด ว่าการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง เป็นการละเมิดสิทธิในการชุมนุมของประชาชนหรือไม่ และกลุ่มผู้ชุมนุมมีการละเมิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไรก็ตามตนเห็นด้วยกับการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง เนื่องจากเป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำรอยเดิม เพราะที่ผ่านมารัฐบาลได้มีประสบการณ์จากเหตุการณ์สงกรานต์เลือดมาแล้ว

 นายสมชาย กล่าวอีกว่า  ล่าสุดตนได้ทราบข่าวว่าจะมีการก่อเหตุความรุนแรงในวันชุมนุมเพราะมีกลุ่มคนบางกลุ่มต้องการให้เกิดความรุนแรงจากการชุมนุมครั้งนี้เพื่อจะยั่วยุให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงกับประชาชนผู้ชุมนุมเป็นการดิสเครดิตรัฐบาล เพราะหากมีการใช้ความรุนแรงจนมีคนเจ็บคนตาย รัฐบาล ทหารและตำรวจจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่กลุ่มคนพวกนี้ต้องการ อีกทั้งอาจจะมีการยั่วยุให้คนในกทม.ออกมาต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจนเกิดเหตุปะทะกันระหว่างประชาชนกับประชาชน ดังนั้นการชุมนุมครั้งนี้ตนประเมินว่าจะเกิดความรุนแรงอย่างแน่นอน ตนเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

  ตนอยากให้ประชาชนในกทม.ที่ต้องการความสันติสามารถแสดงออกได้หลายทางแต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่าออกมาต่อต้านจนนำไปสู่การปะทะกันอีกทั้งขอให้สื่อมวลชนสละเวลาในวันดังกล่าวด้วยการนำเสนอเหตุการณ์ต่าง ๆ ของการชุมนุมเป็นระยะ เพื่อจะให้ประชาชนที่สนใจสามารถติดตามเหตุการณ์ได้โดยไม่ต้องออกมาสังเกตการณ์ด้านนอก

 “ ผมได้พูดคุยกับผู้ใหญ่หลายฝ่ายทราบว่าทางหารและตำรวจยินดีให้สื่อมวลชนติดตามตรวจสอบการทำหน้าที่ทุกเวลาในการปฏิบัติหน้าที่และสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา” นายสมชาย กล่าว

 ขณะที่นายพจนา ธูปแก้ว รองคณบดีคณะสื่อสารมวลชนและวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เชื่อว่าการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงดังกล่าวรัฐบาลคิดรอบคอบดีแล้ว แต่ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศบ้างแต่คงไม่มากถึงขั้นติดลบ และเชื่อว่าทุกฝ่ายจะพยายามป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงอีกทั้งรัฐบาลจะสามารถควบคุมเหตุการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรงได้  ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ประกาศหยุดการเรียนการสอน ในวันที่13-14 มี.ค. ทั้งศูนย์ท่าพระจันทร์ และ ศูนย์รังสิต เพื่อป้องการไม่ให้เกิดผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

 นายดิเรก  ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงล่วงหน้า เนื่องจากมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างมาก สร้างความเสียหายต่อการลงทุน การท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นของนักลงทุนและชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางมายังประเทศไทย ทั้งนี้ตนได้บอกรัฐบาลเสมอว่าควรมีการเจรจาแต่ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เลือกใช้การฑูตด้านนี้เลย อีกทั้งการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงล่วงหน้าเช่นนี้ ยิ่งจะเป็นการยั่วยุอารมณ์ความรู้สึกของกลุ่มผู้ชุมนุมรุนแรงและต่อต้านรัฐบาลมากขึ้นเนื่องจากพวกเขาเห็นว่าเป็นสิทธิ์ที่สามารถแสดงออกทางประชาธิปไตยได้แต่และทางกลุ่มเสื้อแดงเองก็ประกาศเจตนารมณ์แล้วว่าไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง

 นายดิเรก กล่าวอีกว่า ตนยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะยังไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องประกาศใช้ล่วงหน้าเพราะยังไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงใด ๆ เกิดขึ้น อีกทั้งรัฐบาลสามารถประกาศใช้เมื่อไหร่ก็ได้ หากเกิดกความชุลมุนก็สามารรถประกาศใช้ทันทีไม่ใช่มาประกาศล่วงหน้าหลายวันเช่นนี้ เพราะส่งผลต่อภาพลักษณ์ทำประเทศเสียหายมากและเสียแล้วมันเรียกกลับคืนได้ยาก วันนี้ส.ว.หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่าประเทศไทยของเราตอนนี้หมดหวังที่จะเกิดความสงบ ความสมานฉันท์ในประเทศแล้ว        

 แหล่งข่าวจากวุฒิสภาเปิดเผยว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่12 มี.ค.นี้ จะมีการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงการข่าวหลายหน่วยงานแจ้งตรงกันว่าจะมีความรุนแรงเพราะมีการขโมยระเบิดคลังแสงและอาวุธหลายรายการ ซึ่งสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่มีการปาระเบิดในกทม.เป็นรุ่นเดียวกันกับระเบิดที่หายไป อีกทั้งจะมีกลุ่มบุคคล 3 กลุ่ม ที่ต้องการให้การชุมนุมนำไปสู่การใช้กำลังโดยให้ประชาชนที่มาชุมนุมเป็นผู้รับเคราะห์ ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่นิยมใช้ความรุนแรงเป็นพวกฮาร์ดคอร์ 1 ใน 3 กลุ่มเป็นอดีตนายทหาร ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสียผลประโยชน์จากการยึดอำนาจรัฐประหารเมื่อ 19 ก.ย. 49 ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้มีความเจ็บแค้นและต้องการเอาชนะ

                แหล่งข่าววุฒิสภาเปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้ได้มีการนำกำลังของเยาวชนที่เป็นกลุ่มสร้างเหตุการณ์ความรุนแรงในภาคใต้มาร่วมสร้างสถานการณ์ด้วย ซึ่งขณะนี้ทางรัฐบาลได้ทราบและหามาตรการมารองรับแล้ว โดยคาดว่าหากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อาจจะประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรืออาจประกาศเคอร์ฟิวส์ต่อไป