ข่าว

ไพรวัลย์ นำทีม "หมอปลา" และชาวแก๊งค์ ขอขมา "หลวงปู่แสง"

ไพรวัลย์ นำทีม "หมอปลา" และชาวแก๊งค์ ขอขมา "หลวงปู่แสง"
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ทิดไพรวัลย์ นำทีม "หมอปลา" - น้ำฟ้า ทำพิธีขอขมา "หลวงปู่แสง" พร้อมประกาศ ขอยุติบทบาทปราบพระชั่วคราว ด้านไพรวัลย์-สมปอง ปัด ไม่ได้เข้าข้างแค่แนะในสิ่งที่ควรทำคือการขอขมา

นายไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือ "ทิดไพรวัลย์" เดินทางไปยังบ้าน "หมอปลา" หรือนายจีรพันธ์ เพชรขาว จ.เพชรบุรี เพื่อนำทีม "หมอปลา" นางสาว รภัสรณ์ ฤทธิธนไพบูลย์ หรือ น้ำฟ้า ทนายไพศาล  เบลล์ ขอบสนาม และกันจอมพลัง ทำพีธีขอขมา "หลวงปู่แสง" โดยมีทิดไพรวัลย์เป็นคนกล่าวนำขอขมาต่อหน้ารูป "หลวงปู่แสง" ในเวลา 12.50 น.

นอกจาก "ทิดไพรลวัลย์" แล้ว ยังมีทิดสมปอง หรือนายสมปอง นครไธสง เข้ามาร่วมช่วยในพิธีนี้ด้วย "หมอปลา" กล่าวในการแถลงข่าวภายหลังพิธีขอขมาว่า ยืนยันว่าน้องนักข่าวไม่ได้รู้เรื่องในครั้งนี้ ซึ่งตนก็ได้สอบถามไปยังน้องนักข่าวที่ถูกไล่ออกไปด้วยว่า ทางกันจอมพลัง ยินดีจะช่วยดูแลน้องเรื่องค่าใช้จ่ายในช่วงที่ยังหางานไม่ได้ หรือถ้าน้องอยากร่วมงานกันก็ยินดี ซึ่งทางตัวน้องเองก็ขอพักสักระยะ เนื่องจากตัวของน้องเองเจ็บและเสียใจมาก

ไพรวัลย์ นำทีม "หมอปลา" และชาวแก๊งค์ ขอขมา "หลวงปู่แสง"

"หมอปลา" ยังกล่าวอีกว่า ตนเองเคารพ "หลวงปู่แสง" แต่ก็ไม่เข้าใจว่าลูกศิษย์บางคน เช่น สส. ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่เป็นข่าวนี้ไปอยู่ที่ไหน ทำไมปล่อยให้ "หลวงปู่แสง" เป็นเหยื่อของคนบางกลุ่ม ซึ่งตนยอมรับผิดและขอขมา "หลวงปู่แสง" ด้วยใจอย่างยิ่ง แม้ว่าการขอขมาในครั้งนี้ไม่สามารถล้างบาปได้ แต่ก็เชื่อเรื่องของความบริสุทธิ์ใจ พร้อมย้ำว่า เรื่องนี้เกิดจากความผิดของ "หมอปลา" เอง คนอื่นไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย

เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ตนรู้ว่าใครเป็นมิตรที่แท้จริง เพราะเวลาเราพลาดพลั้งจะรู้ว่าใครให้กำลังใจใครซ้ำเติม และอาจจะต้องมีการฟ้องเพจบางเพจที่ลงข่าวบิดเบือนว่าตนยอมรับว่าสร้างหลักฐาน ซึ่งไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าตนเคารพกฎหมาย อยู่ใต้กฎหมายและไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายแน่นอน แต่ตนก็จะขอหยุดการปราบพระสักระยะหนึ่งแต่คงไม่นานเกิน 1-2 อาทิตย์

ไพรวัลย์ นำทีม "หมอปลา" และชาวแก๊งค์ ขอขมา "หลวงปู่แสง" ทั้งนี้ "หมอปลา" เปิดใจด้วยว่า การที่ตนกับทีมงานเดินทางเข้าตรวจสอบ"หลวงปู่แสง ญาณวโร" พระเกจิชื่อดังที่อาศัยอยู่ในที่พักสงฆ์ พื้นที่บ้านดงสว่าง ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายมาประมาณ 2 คนที่ได้เข้าไปวัดนี้และได้เจอการลวนลาม ซึ่งตนก็ได้ถามผู้เสียหายไปว่ามีหลักฐานอะไรหรือไม่ ทางผู้เสียหายก็ไม่มี ตนก็เลยส่งน้อง 2 คนเข้าไปที่นี้เพื่อที่จะไปดูว่าเป็นอย่างที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างหรือไม่ ซึ่งปรากฎว่าก็เป็นอย่างที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง

จากนั้นก็ส่งน้องนักข่าวที่เป็นประเด็นเข้าไป โดยให้ไปเป็นเพื่อนกับน้องอีก 2 คน เนื่องจากน้อง 2 คนเขากลัว ซึ่งพอไปก็มีการเรียกน้องนักข่าวเข้าไปและก็เป็นไปตามที่เห็นในคลิป

ตอนนี้ตนเองก็ปกติดี ตนทำตามข้อเท็จจริงอะไรที่ตนพลาดตนก็น้อมรับและก็พร้อมที่จะขอโทษ ซึ่งในวันนั้นเราอาจจะคิดน้อยไปตรงที่ว่าถ้าพระป่วยจะมานั่งรับแขกได้อย่างไร ซึ่งก็รู้สึกผิดและพร้อมที่จะแก้ไขไม่ได้มาแก้ตัว ตนไม่สามารถไปคาดคั้นให้สังคมให้อภัยตนได้ อยู่ที่ว่าสังคมจะตัดสินยังไง แต่ตนเชื่อมั่นในวัตถุประสงค์และเจตนาที่ตนทำว่าคืออะไร

ส่วนกรณีประเด็นกระแสว่านักข่าวรู้เห็นกับหมอปลาในการลงพื้นที่ทำข่าวด้วยนั้น "หมอปลา" ยืนยันว่า ไม่เป็นเรื่องจริงตนไม่มีสื่อมาร่วมกับ "หมอปลา" ซึ่งก็มีสื่อบางช่องพยายามให้ตนพูดว่ามีสื่อร่วมกับหมอปลาในครั้งนี้ ซึ่งตนก็ตอบไปว่าตนทำไม่ได้เพราะไม่เป็นเรื่องจริง สื่อไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ และตนก็ได้มีการพูดคุยกับผู้บริหารช่องดังกล่าวไปแล้วด้วยว่า ตนไม่สามารถร่วมงานกับช่องนั้นได้อีก

ด้าน "ทิดไพรวัลย์" กล่าวว่า การที่เดินทางมาในวันนี้ เพราะแค่รู้สึกว่าเมื่อมีปัญหาและประเด็นเกิดขึ้น ตนก็มองว่าอะไรที่ "หมอปลา" กับทีมงานควรต้องทำ ซึ่งการขอขมาก็เป็นเรื่องปกติที่จะทำกันหากทำอะไรที่พลั้งพลาดผิดไป ซึ่งการทำเช่นนี้ไม่ได้ทำเพื่อลดกระแสอะไรก็ตามที่เกิดขึ้น เพราะตนคิดเพียงแค่ว่าเป็นสิ่งที่ควรกระทำในการขอขมา ยืนยันว่าตนไม่ได้มาปกป้องหมอปลา ซึ่งถูกก็ว่าไปตามถูก ผิดก็ว่าไปตามผิด โดยส่วนตัวตนคงไม่ได้ไปร่วมทีมกับหมอปลาเพียงแต่ให้คำแนะนำมากกว่า

ซึ่งศาสนาพุทธไม่ใช่ว่าทำอะไรก็บาป แต่เรียกว่าเป็นโทษล่วงเกิน ซึ่งพอทำโทษล่วงเกินแล้วก็ขอขมาและแสดงความบริสุทธิ์ใจกัน ซึ่งศาสนาพุทธก็ควรที่จะเป็นแบบนี้ในการขอโทษขอขมากัน พร้อมย้ำว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอย่างสำนักพุทธยังไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้ คนจึงไปร้องเรียนกับทาง "หมอปลา" แทน

ส่วนเรื่องลูกศิษย์ที่ยังปล่อยให้หลวงปู่มารับกิจทั้งที่ป่วยนั้น เรื่องนี้ทำให้น่าคิดในเรื่องของการใช้งานพระผู้ใหญ่ในการแสวงหาผลประโยชน์และเรื่องเงิน ซึ่งคณะสงฆ์ต้องตามไปจัดการไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบ

ขณะที่ ทิดสมปอง กล่าวว่า การให้อภัยก็อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย ซึ่งวันนี้ที่มาทาง"หมอปลา" กับทีมงานก็รับทราบแล้วว่าผิดตรงไหนก็มาขอขมา ทั้งนี้ตนอยากเสนอ "หมอปลา" ว่า การเดินทางไปตรวจจับพระควรมีการจัดการและการจัดสรรที่ดีด้วย เพื่อให้เป็นสิ่งที่ดีที่เป็นประโยชน์   อยากให้ "หมอปลา" ไปที่ไหนก็เป็นสัญลักษณ์แห่งความสุข

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด