
ต้องไม่เสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียว
เป็นอันว่ารัฐบาลเตรียมจะประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง 8 จังหวัด 13 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคมนี้เป็นต้นไปสถานการณ์ของบ้านเมืองจึงตกอยู่ภาวะที่น่าเป็นห่วงเป็นใยอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายคนเสื้อแดงนั้นออกข่าวคล้ายๆ กับว่า สถานการณ์น่ากลัวอย่างยิ่ง ฝ่ายรัฐบาลบอกว่าจะมีการก่อวินาศกรรม ฝ่ายเสื้อแดงบอกว่าก็ได้ข่าวเช่นนั้นหมือนกันแต่ไม่ใช่ฝีมือของคนเสื้อแดงแน่นอน
ขณะเดียวกันข่าวลือต่างๆ มีจากทุกฝ่าย ข่าวลือว่าจะมีการเผาบ้านเผาเมือง ข่าวลือว่าจะมีการจับตัวคนสำคัญเป็นตัวประกัน รวมไปถึงข่าวคราวของการขโมยอาวุธสงครามจากคลังแสงทหาร ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการประท้วงหรือไม่ ไม่มีใครทราบ
ทราบแต่ว่าประชาชนทั่วไปทั่วประเทศมีความรู้สึกหวั่นไหว เพราะว่า ไม่มีฝ่ายไหนสามารถบอกกับเราว่าจะรักษาสถานการณ์ให้เป็นที่ไว้วางใจของประชาชนได้
การปล่อยข่าวเกินกว่าความเป็นจริงเช่นนี้ แน่นอนต่างฝ่ายต่างมุ่งหวังจะเอาชนะคะคานกันด้วยสงครามจิตวิทยา แต่ในภาวะเช่นนี้ไม่ใช่ภาวะที่จะใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน โดยการสร้างความหวาดกลัวจากทุกฝ่าย
ถ้าหากการประท้วงเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ประชาชนควรจะเชื่อมั่นได้ว่าจะไม่มีความรุนแรง เพราะว่าทุกคนรู้ว่าถ้าหากเกิดความรุนแรงความเสียหายจะเกิดขึ้นกับคนทั้งประเทศ ไม่มีใครได้ชัยชนะจากความรุนแรง
แต่ทำไมจึงมีการปล่อยข่าวจากทั้งสองฝ่าย ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะก่อความรุนแรง แปลว่าทั้งสองฝ่ายเริ่มจะคิดว่าอีกฝ่ายหนึ่งไม่เคารพต่อกติกา หรือไม่ทั้งสองฝ่ายก็ต้องการสร้างข่าวเพื่อจะโยนความผิดนั้นให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง
นี่คือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง
ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ต้องการความสงบ ต้องการสันติ ต้องการให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้ จึงเป็นหน้าที่ของทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายคนเสื้อแดงที่ต้องพิสูจน์ความจริงใจกับคนไทยที่ไม่ต้องการเห็นการเผชิญหน้าที่จะจบลงด้วยการเสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียว
สุทธิชัย หยุ่น



