ข่าว

กู๊ดเยียร์เล็งใช้ไทยฐานผลิตส่งออก

กู๊ดเยียร์เล็งใช้ไทยฐานผลิตส่งออก

10 มี.ค. 2553

กู๊ดเยียร์ เพิ่มน้ำหนักให้ความสำคัญไทยฐานผลิตใหญ่ 1 ใน 3 เน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับเวิลด์คลาส ส่งออกและขายประเทศอย่างละ 50% พร้อมลงทุนเพิ่มรับความต้องการอีโคคาร์

 นายโรเบิร์ต เจ. คีแกน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กู๊ดเยียร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เปิดเผยว่า จากความต้องการยางยานพาหนะทั่วโลกที่ฟื้นตัว จึงน่าจะเห็นการขยายตัวทางธุรกิจในปีนี้ชัดเจน สำหรับปี 2552 ที่ผ่านมากู๊ดเยียร์ในตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สามารถทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดถึง 62 รายการโดยก่อนหน้านี้กู๊ดเยียร์ได้ให้น้ำหนักหรือความสำคัญตลาดจีนมากที่สุด เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ มีอัตราการเติบโตสูง แต่นับจากปีนี้บริษัทได้วางยุทธศาสตร์ใหม่โดยจะให้ความสำคัญต่อฐานการผลิตใน 3 ประเทศเท่าๆ กัน คือ จีน อินเดีย และไทย

  "เราจะเห็นว่ารถจีน คงไม่ออกสู่ตลาดโลกในเร็วๆ นี้ เพราะความต้องการในประเทศสูงมาก ดังนั้น 99% ของการผลิตของเราจะขายภายในจีน ที่อินเดีย เช่นเดียวกัน 90% ของผลผลิตจะป้อนตลาดภายใน ส่วนที่ไทยเนื่องจากญี่ปุ่นได้เลือกไทยเป็นฐานผลิตสำคัญ และส่งออกรถไปยังตลาดทั่วโลก ทำให้โรงงานของกู๊ดเยียร์ในไทยได้รับการกำหนดให้เป็นโรงงานที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับเวิลด์คลาส โดยโรงงานในไทยจะส่งออก 50% และจำหน่ายในประเทศ 50%" นายคีแกน กล่าวและว่า การกำหนดนโยบายใหม่นี้ถือเป็นพันธกิจของกู๊ดเยียร์ที่มีต่อประเทศไทย โดยบริษัทจะมีการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตรถยนต์ และตอบสนองความต้องการรถยนต์ โดยเฉพาะรถในโครงการอีโคคาร์ และรถยนต์ทุกค่ายที่ตั้งฐานการผลิตในไทย

 "ผมชื่นชมรัฐบาลไทยที่ฉลาดในการกำหนด แผนและช่วงชิงความได้เปรียบในแง่ของการจูงใจให้เกิดการสร้างฐานการผลิตรถอีโคคาร์อย่างลงตัว" นายคีแกน ระบุและว่า กู๊ดเยียร์พร้อมจะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ให้ตรงต่อตามความต้องการของอีโคคาร์ ซึ่งไม่ใช่แค่ยางธรรมดาที่มีคุณสมบัติทั่วไปแต่เป็นยางที่พิเศษกว่า ไม่ใช่มีแค่ลดความต้านทานการหมุนเท่านั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำงานอย่างใกล้ชิดกับโรงงานต่างๆ