
งานสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ "มิตรแท้แห่งจีน"
เนื่องด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล "มิตรนานาชาติสิบอันดับแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีนในรอบ 100 ปี" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน
เพื่อร่วมฉลองในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี พ.ศ. 2552 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2552 รัฐบาลจึงจัดงานสโมสรสันนิบาตสดุดีพระเกียรติคุณ และขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
งานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติฯ ดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ 1.งานสโมสรสันนิบาตสดุดีพระเกียรติคุณ ที่ตึกสันติไมตรีหลังนอก ซึ่งจะมีการแสดงเฉลิมพระเกียรติชุดพิเศษ “รำถวายพระพร อาศิรวาทราชสดุดีเทิดพระเกียรติ“ ซึ่งเป็นการแสดงที่สร้างขึ้นใหม่ ประกอบทำนองเพลงไทยและจีน โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 2.นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-จีน อาทิ การทรงร่วมงานเทศกาลตรุษจีนถนนเยาวราช และการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งแต่ปี 2524 จนถึงปัจจุบัน เป็นต้น บริเวณลานหินอ่อน โถงกลาง 3.นายกรัฐมนตรีและภริยาเป็นเจ้าภาพในนามรัฐบาลและประชาชนชาวไทยถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ และเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทย คู่ฟ้า
โอกาสนี้รัฐบาลได้เชิญผู้มีเกียรติ ประกอบด้วย ฝ่ายไทย ได้แก่ คณะองคมนตรีและภริยา คณะรัฐมนตรีและภริยา ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้แทนองค์กรต่างๆ และผู้แทนเอกชน / กลุ่มผู้สนับสนุน ฝ่ายจีน ได้แก่ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้แทนสถานีวิทยุ China Radio International (CRI) ผู้แทนสมาคมมิตรภาพจีน และผู้แทนสำนักงานกิจการผู้เชี่ยวชาญการต่างประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้ร่วมจัดกิจกรรม “China Connection-Top Ten International Friends of China” และผู้แทนสมาคมต่างๆ ของชาวจีนในไทย รวมทั้งเชิญเอกอัครราชทูตต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทยเข้าร่วมด้วย
สำหรับรางวัล "มิตรนานาชาติสิบอันดับแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีนในรอบ 100 ปี" นี้ประชาชนชาวจีนได้ลงคะแนนทางอินเทอร์เน็ตเพื่อคัดเลือก "เพื่อนของชาวจีนในรอบ 100 ปี" และทรงได้รับคะแนนกว่า 2 ล้านคะแนน โดยทรงเป็นชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พระองค์แรกที่ทรงได้รับรางวัลนี้ และทรงได้รับการขนานนามว่า "เจ้าหญิงแห่งประเทศไทยผู้ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างประเทศจีนและประเทศไทย"



