
ล็อกกุญแจมือมัดติดต้นไม้-จ่อยิงแสกหน้าดับ
คนขับรถบรรทุกผงะหลังลงปลดทุกข์ริมทาง เจอศพมัดติดต้นไม้ ตำรวจเข้าตรวจสอบพบถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ใช้กุญแจล็อกมือไพล่หลังก่อนมัดแขนติดกับต้นไม้ จ่อยิง 2 นัด กลางแสกหน้า ตร.มุ่งปมถูกปล้นชิงน้ำมัน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 มีนาคม พ.ต.ท.ฉลาด นรารักษ์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งจากคนขับรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ใช้เส้นทางบนถนนสาย 331 กบินทร์บุรี-สัตหีบว่า ขณะลงไปปลดทุกข์ข้างทาง พบศพถูกมัดติดอยู่กับต้นไม้ในป่าละเมาะริมทาง ก่อนถึงทางแยกเข้านิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ ประมาณ 2 กม. พื้นที่หมู่ 7 ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว
ตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นป่าละเมาะห่างจากริมถนนประมาณ 50 เมตร ฝั่งมุ่งหน้าไปยัง อ.สัตหีบ พบผู้เสียชีวิตถูกยิงที่หน้าผากเหนือคิ้วทั้งสองข้าง 2 นัด กระสุนทะลุท้ายทอยประมาณ 5 ซม. 1 รู สวมเสื้อยืดสีขาว มีโลโก้ราชการไม่ทราบหน่วยงาน ปักอักษรย่อว่า สมาชิก อส.-บก. อส. จ.อบ. สวมกางเกงขายาวสีดำ พับปลายขาเล็กน้อย นอนตะแคงพิงอยู่กับต้นไม้ ที่ข้อมือถูกสวมกุญแจมือไพล่หลังล็อกติดกัน มีเข็มขัดหนังสีดำลายดอกไม้สเตนเลสมัดแขนทั้งสองข้างติดแน่นอยู่กับต้นไม้ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 25 ซม.
ใต้ศพพบเสื้อคลุมผ้าร่มสีเทา แว่นตาพร้อมปลอกใส่แว่น และเอกสารเกี่ยวข้องกับรถขนส่งน้ำมันของบริษัทโรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่ง พร้อมสายแขวนบัตรประจำตัวพนักงานสีน้ำเงิน แต่ไม่พบตัวบัตรตกอยู่ในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังพบเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลลักษณะคล้ายเครื่องแบบ อปพร. สวมอยู่ที่ข้อแขนทั้งสองข้าง ลักษณะคล้ายคนร้ายพยายามถอดออกแต่ติดคากุญแจมือที่ล็อกอยู่ ป้ายชื่อเสื้อระบุชื่อนายประกายเพชร ชัยมั่น อายุ 58 ปี เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบทราบว่ามีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 6 ต.โนนโหนน อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
จากการชันสูตรของ นพ.ธัญญศักดิ์ เอกเวชวิท แพทย์เวร รพ.แปลงยาว ระบุว่า ผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่บริเวณเหนือคิ้วขวาทะลุท้ายทอย 1 นัด เหนือคิ้วซ้ายกระสุนฝังใน 1 นัด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 วัน
พ.ต.ท.ฉลาดกล่าวว่า ทราบชื่อผู้เสียชีวิตอย่างแน่ชัดแล้ว คือ นายประกายเพชร ซึ่งเป็นพนักงานขับรถบรรทุกให้แก่บริษัทผู้ค้าน้ำมันแห่งหนึ่ง ใน จ.อุบลราชธานี หลังติดต่อญาติได้แล้ว และพบว่าหายตัวไปเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา ซึ่งญาติอยู่ระหว่างการเดินทางมาจาก จ.อุบลราชธานี
เบื้องต้นตำรวจมุ่งประเด็นถูกปล้นชิงน้ำมันเชื้อเพลิง ที่บรรทุกมาบนรถเต็มคัน ซึ่งมีมูลค่าหลายแสนบาท เนื่องจากผู้ตายวิ่งรถรับส่งน้ำมันจาก จ.ระยองไปยังอุบลราชธานี และใช้เส้นทางสายนี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งยังไม่สามารถติดต่อกับบริษัทได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ตัดประเด็นความโกรธแค้นส่วนตัว หรือผู้ตายอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เนื่องจากคนร้ายลงมืออย่างโหดเหี้ยมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และเชื่อว่ามีไม่ต่ำกว่า 2 คน



