ข่าว

นครบาลเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินจากม็อบ

นครบาลเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินจากม็อบ

09 มี.ค. 2553

ตร.ฝึก 10 กองร้อย ปจ.รับม๊อบ พร้อมรับมือแดงชุมนุมใหญ่ เตือนปชช.ใช้วิจารณญานพิจารณาข่าวลือรุนแรง สแตนบาย 200 รถยกรับม๊อบปิดถนน

พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเตรียมความพร้อม เจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการ เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมี พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รองผบช.น. พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ รองผบช.น.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายอำนวยการในกองบัญชาการตำรวจนครบาลเข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมด้วย

 พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า การอบรมวันนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหญิงและชาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ทั้งนี้เนื่องจากได้มีการประชุมในระดับรองผบช.น.มาหลายครั้ง ทำให้พบว่าที่ผ่านมามีปัญหาหลายเรื่อง โดยเฉพาะความไม่พร้อมในเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม รวมทั้งความไม่พร้อมในการสนับสนุนกำลังหลักที่ทำงาน ทำให้เกิดความโกลาหลมากและมีกำลังส่วนใหญ่ที่เอาตัวรอดหลบหายไปไม่มาทำหน้าที่ ทำให้กำลังพลที่อยู่เกิดความรู้สึกว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ จึงต้องมาประชุมทำความเข้าใจว่าทุกคนมีภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติที่นี่ ในวันนี้ได้สั่งการให้มีการอบรมในหลายๆด้าน ทั้งเรื่องการดับเพลิง หรือการดูแลพื้นที่แห่งนี้ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งในการบัญชาการเหตุการณ์

 พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวอีกว่า สำหรับการฝึกอบรมในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากสถานการณ์ทางการข่าวที่ไม่ดี แต่เป็นเพราะสถานที่แห่งนี้ติดกับถนนราชดำเนินกลาง และลานพระบรมรูปทรงม้า ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่บริเวณนี้เป็นหลัก ซึ่งต้องมีผลกระทบต่อ บช.น.อยู่แล้ว เราจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมเพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น กำลังที่อยู่ตรงนี้ต้องเข้มแข็ง ส่วนการคาดโทษตำรวจที่หลบหนีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้น ตนได้เน้นย้ำกับพี่น้องตำรวจไปแล้วแต่ทั้งนี้สังคมตำรวจจะลงโทษเอง

 "อย่างไรก็ตามสำหรับการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมภายในบช.น.นั้น ตนจะอยู่ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลเพื่อสั่งการณ์ และดูแลความสงบเรียบร้อยเป็นขวัญกำลังใจให้กับตำรวจ และได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รองผช.น. เป็นผบ.เหตุการณ์ ที่ บช.น. พร้อมทั้งจะมีการตรวจสอบกำลังพลทุก 3 ชั่วโมง ส่วนการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมในช่วงที่มีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงนั้น ในขั้นตอนแรกได้เตรียมแผนธันวา 52 ขณะเดียวกันทุกจุดตรวจจะเข้มงวดขึ้นพ่อแม่พี่น้องอาจจะได้รับความสะดวกน้อยลงแต่ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัย" พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าว

 ต่อมาภายหลังจากเสร็จสิ้นการอบรมโครงการดังกล่าว ได้มีการซักซ้อมการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยฝึกขั้นตอนต่างๆ ในการรักษาฐานที่ตั้งและอพยพบุคคนรวมถึงวัตถุสิ่งของ เอกสารที่สำคัญต่างๆ หากเกิดเหตุร้ายแรง

ตร.ฝึก10กองร้อยปจ.รับม็อบพร้อมรับมือแดงชุมนุมใหญ่ 

 เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 9 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา (สบ10) ควบคุมการฝึกอบรมด้านยุทธวิธีแก่ข้าราชการตำรวจฝ่ายอำนวยการในสังกัดตร. ซึ่งมีที่ตั้งบริเวณ ตร. จำนวน 1,500 นาย โดยจัดกำลังออกเป็น 10 กองร้อย ทั้งตำรวจชายและตำรวจ หญิง โดยมีการสอนการใช้โล่ กระบอง การฝึกยิงกระสุนยาง การทำความเข้าใจการปฏิบัติต่อเหตุการณ์การชุมนุมต่างๆ เพื่อเป็นกองร้อยปราบปรามจลาจลและป้องกันตนเอง ซึ่งในกรณีนี้สามารถเข้ารักษาความสงบในพื้นที่โรงพยาบาลตำรวจซึ่งตั้งอยู่ติดกันได้ด้วย

 พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า การประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้นการดูแลการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เนื่องจากมีกฎหมายรองรับหลายฉบับ แต่วันนี้ยังคงประเมินว่า ตัวเลขผู้ชุมนุมยังถึงเรือนแสน แต่ในส่วนของการปฏิบัติงาน จะต้องรอการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ และฝึกกำลังพลระดับครูฝึกไว้เป็นจำนวนมาก ฉะนั้นการส่งมอบกำลังพลต่างๆ จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

 ด้าน พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) กล่าวว่า ระหว่างนี้พยายามเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้นำรถทางการเกษตร เช่นอีแต๋น เข้ามาในพื้นที่กทม.อย่างเด็ดขาด โดยขณะนี้รัฐบาลสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปเจรจาเพื่อยับยั้งการนำรถเหล่านี้เข้ามาร่วมชุมนุมแล้ว เหตุผลหลักเพราะหากนำรถเหล่านี้เข้ามาจะกระทบการจราจรในกทม.และปริมณฑลอย่างหนัก การจะนำรถอีแต๋น เข้ามาในวันที่ 12 มีนาคม นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากต้องเดินทางจากจังหวัดทางภาคเหนือเข้ามา ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 วัน จึงเห็นว่าน่าจะมีบ้าง แต่คงเดินทางมาจากภาคกลางและจังหวัดใกล้เคียงพื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เตรียมรถยกไว้ กว่า 200 คัน พร้อมประสานขอความร่วมมือไปยังบริษัทเอกชนเพื่อช่วยเหลืออีกทางหนึ่งด้วย

 โฆษกศปก.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามและพร้อมดำเนินการกับเว็บไซท์และสถานีวิทยุชุมชน ที่มีพฤติกรรม ยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง ซึ่งหากพบจะบล็อก และดำเนินคดี มีกรณีนายพรวัฒน์ ทองธนสมบูรณ์ หรือ เคทอง เป็นตัวอย่างแล้ว ส่วนการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง พร้อมอนุมัติกฎหมายประกอบอีก 18ฉบับ นั้นดี การดูแลความสงบเรียบร้อยในส่วนของพื้นที่พิเศษก็ต้องเป็นหน้าที่ของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรดูแล แต่ในส่วนของ พื้นที่ในต่างจังหวัด หรือในพื้นที่ ที่ไม่ได้ประกาศ พ.ร.บ ความมั่นคง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะดูแลให้เป็นไปตาม แผนที่ศูนย์ปฏิบัติการ ตร.. กำหนดไว้ อาทิ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3, 4, 5, 6, 8 และ ภาค 9 ที่ไม่ได้ประกาศ ส่วนการให้ข่าวในช่วงที่บ้านเมืองในช่วงที่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ มั่นคง นั้น อำนาจหน้าที่ก็จะเป็นของโฆษก กอ.รมน ส่วน ตร. ก็จะให้ข่าวในส่วนที่เป็นพื้นที่รับผิดชอบ

 พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ในทางการข่าวนั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมระดมพลมาใกล้พื้นที่ปริมณฑลแต่อย่างใด แต่ยังคงเป็นไปตามที่ แกนนำประกาศ คือการนัดชุมนุมกันในวันที่ 12 มีนาคม ตอนเที่ยงวัน ก่อนเคลื่อนพลเข้ากรุงเทพมหานคร โดยชุมนุมใหญ่ใน 6 จุด ใหญ่ๆประกอบด้วย บริเวณพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง ถนนวิภาวดีรังสิต อนุสาวรีย์บางเขน สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง สวนลุมพินี วงเวียนใหญ่ สี่แยกบางนา ศาลากลางจ.นนทบุรี ศาลากลางจ.สมุทรปราการ ธัญบุรีคลอง 4 รังสิตคลอง 4 ปทุมธานี ซึ่งในทุกจุดเป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังไว้ตลอดอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน เชื่อว่า กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนใหญ่จะไม่ออกมาร่วมชุมนุม แต่จะดูแลชุมชนของตัวเอง ช่วยเจ้าหน้าที่ในการดูแลพื้นที่ด้วย

 “กระแสข่าวลือเรื่องการก่อวินาศกรรม หรือสร้างความรุนแรงต่างๆนั้น ยอมรับว่ามีเยอะมาก ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณในการติดตามข่าวลือต่าง ตรวจสอบที่มาของข่าว อย่าเพิ่งเชื่อทันที แต่ต้องช่วยกันดูแลสอส่อง และที่สำคัญต้องมีสติเสมอ และไม่ประมาทจนเกินไป ซึ่งข่าวต่างๆที่ปล่อยมานั้น ตำรวจเองได้ทำการตรวจสอบอยู่แล้ว”

 พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวด้วยว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียม เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอร์เร้น ในเวลา 10.00น.วันที่ 10 มีนาคม จาก กองบังบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 จังหวัดพิษณุโลก มายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติและทุกกองบัญชาการทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ในเวลา 10.00 น.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ที่ปรึกษา (สบ 10) จะเป็นตัวแทนศปก.ตร. เข้าร่วมประชุมกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะหัวหน้ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงหรือ กอ.รมน ในวันพรุ่งนี้ ที่รัฐสภาด้วย เพื่อรับมอบแผนงานและร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การดูแลความสงบของประเทศ

เครือเนชั่นพร้อมรับสถานการณ์ม็อบแดง

 นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ เนชั่นบรอดคาสติ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยถึงมาตรการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ว่า ทางเครือเนชั่นไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ เนื่องจากที่ผ่านมามีกระแสข่าวมาเป็นระยะว่าเนชั่นเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่อาจเกิดเหตุการณ์ใดๆขึ้นได้ โดยเฉพาะต่อตัวพิธีกรหลัก 4 คน ได้แก่ นายสุทธิชัย หยุ่น , นายกนก รัตน์วงศ์สกุล , นายธีระ ธัญญะไพบูลย์ และน.ส.จอมขวัญ หลาวเพ็ชร ซึ่งได้มีการประสานขอความคุ้มกันไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเรียบร้อยแล้ว

 "เราได้ประสานในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กับทั้งสน.บางนา และสภ.อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงเชื่อว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองน่าจะสามารถควบคุมและเฝ้าระวังเหตุการณ์ความไม่ปกติต่างๆได้เป็นอย่างดี ขณะที่การทำงานของกองบรรณาธิการก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ" นายอดิศักดิ์กล่าว