ข่าว

 ร้องป.เอาผิดหมอวินิจฉัยโรคผิดจนตาบอด

ร้องป.เอาผิดหมอวินิจฉัยโรคผิดจนตาบอด

09 มี.ค. 2553

"ลีน่า จัง" พาสาวร้องกองปราบฯ เอาผิดหมอ รพ.ย่านฝั่งธนฯ อ้างวินิจฉัยโรคผิดติดเชื้อในปาก แต่สุดท้ายโดนควักตาออก ผู้อำนวยการ รพ.บางมด 1 แจงรักษาเต็มที่ก่อนส่งศิริราช ระบุเชื้อราลามรวดเร็ว น้ำตาลในเลือดสูง ต้องเร่งควักตาขวาก่อนลามไปตาซ้ายและตายได้

 เมื่อเวลา 10.30 น. นางลีนา จังจรรจา ประธานมูลนิธิลีน่าจัง พา น.ส.กรศิริ พระศรีรัมย์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 11 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุริสทธิ์ ผกก.1 บก.ป. ให้ดำเนินคดีผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 2 แพทย์ผู้ทำการรักษา พยาบาล และนักศึกษาแพทย์ ในความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หลังจากที่ น.ส.กรศิริ เข้ารักษาอาการปวดศีรษะแต่เชื่อว่าแพทย์วินิจฉัยโรคผิดจนทำให้ตาขวาบอด ต้องควักลูกตาออก

 น.ส.กรศิริ กล่าวว่า ต้นเดือนพฤศจิกายน 2550 ทำงานอยู่ที่โรงงานถุงพลาสติกย่านบางมด รู้สึกปวดขมับขวาจึงไปหาหมอที่โรงพยาบาล ย่านพระราม 2 โดยใช้สิทธิประกันสังคม แพทย์ระบุว่าที่ปวดหัวนั้นมาจากฟันผุ ให้นอนพักดูอาการ 2 วัน ระหว่างนั้นก็รู้สึกปวดตา แต่พยาบาลกับนักศึกษาแพทย์ได้สลับกันนำน้ำแข็งและน้ำร้อนมาประคบตาให้ ก่อนที่แพทย์อนุญาตให้กลับได้ ตนขอให้ออกใบรับรองแพทย์เนื่องจากต้องเบิกประกันสังคม แพทย์ก็ระบุอาการมาจากโรคฟันผุ ติดเชื้อในช่องปากทำให้ตาบวม

 หลังจากรักษาไม่นาน รู้สึกปวดศีรษะมากขึ้นจึงรีบไปพบแพทย์อีกครั้ง แพทย์บอกว่าตาขวาติดเชื้อรา จากนั้นก็ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลศิริราช กระทั่งเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2550 แพทย์ตัดสินใจควักดวงตาข้างขวาออก ต่อมาผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่เข้ารักษาตัวครั้งแรกโทรศัพท์มาหามารดาตนพร้อมกับแสดงความเสียใจกับกรณีที่เกิดขึ้น

 “หลังถูกควักตาขวาออกแล้ว โรงพยาบาลแห่งนี้ก็มารับตัวกลับโดยไม่มีการดูแลต่อ และไม่มีการใส่ตาเทียมให้จนตาอักเสบซ้ำ มีน้ำหนองออกมา ส่วนทางโรงพยาบาลก็ขอให้ย้ายไปใช้ประกันสังคมที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าแทน จึงเข้าไปปรึกษานางลีนา และมาแจ้งความดำเนินคดีกับโรงพยาบาลแห่งนี้” น.ส.กรศิริ กล่าว

 นางลีนา กล่าวว่า ผู้เสียหายต้องการจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง แต่เนื่องจากคดีนี้ขาดอายุความไปแล้วจึงดำเนินการไม่ได้ อย่างไรก็ดี หากพนักงานสอบสวนรับคดีซึ่งเป็นความผิดทางอาญาก็จะพิจารณาดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งได้ใหม่ เบื้องต้น พ.ต.อ.พรศักดิ์ มอบหมายให้ พ.ต.ท.สุกรี สินเย็น พงส.(สบ 2) กก.1 บก.ป. สอบปากคำผู้เสียหายไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

 ขณะที่ นพ.ธรภณ ตรีคุณประภา ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.บางมด 1 ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า โรงพยาบาลขอยืนยันว่าได้ให้การดูแลรักษา น.ส.กรศิริ อย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากผู้ป่วยมีอาการของโรคที่ซับซ้อนจึงต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายด้านมาดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งยังมีการปรึกษากับอาจารย์แพทย์ที่โรงพยาบาลศิริราชด้วย

 นพ.ธรภณ กล่าวต่อว่า แพทย์ได้ตรวจในหลายๆ จุดเพื่อหาสาเหตุ และยังมีการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ด้วย เพราะอาการปวดศีรษะของผู้ป่วยมีมากขึ้น กระทั่งก่อนส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ศิริราช อาการของเชื้อราลุกลามเร็วมาก เนื่องจากผู้ป่วยมีน้ำตาลในเลือดสูง หากไม่ควักตาข้างขวาออกอาจลามไปที่ตาซ้าย และอาจส่งผลถึงชีวิตได้ แพทย์จึงให้ผู้ป่วยลงชื่อยินยอมให้มีการผ่าเอาดวงตาขวาออกซึ่งการผ่าตัดก็เรียบร้อยดี หลังจากนั้นช่วงปี 2551 ผู้ป่วยก็เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องโดยนอนอยู่ที่โรงพยาบาลกว่า 100 วัน จนทางประกันสังคมให้แจ้งเป็นกรณีผู้ป่วยทุพพลภาพ แต่เมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา โรงพยาบาลก็ไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ป่วยรายนี้อีกเลย

 ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.บางมด 1 ยืนยันว่า การรักษาผู้ป่วยรายนี้โรงพยาบาลได้ประสานกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราช เพื่อทำตาเทียมซึ่งก็ดำเนินการให้เสร็จแล้ว แต่ผู้ป่วยอ้างว่าไม่สวยไม่ถูกใจจึงมีการแก้ไขทำเบ้าลูกตาเทียมใหม่จนสามารถใช้สวมเข้าและถอดออกได้ อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าการรักษานั้นเป็นไปตามขั้นตอน คณะแพทย์ได้รักษาอย่างเต็มที่แล้ว