ข่าว

อดีต ผอ.รร.น้ำตาตก เป็นคนหมดตัวหลัง "ค้ำประกัน" เงินกู้ อดีตครูแม่พระเอกดัง

อดีต ผอ.รร.น้ำตาตก เป็นคนหมดตัวหลัง "ค้ำประกัน" เงินกู้ อดีตครูแม่พระเอกดัง
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

อดีต ผอ.โรงเรียน น้ำตาร่วง กลายเป็นคนหมดตัวในวัยเกษียณ เงินบำนาญเดือนละเกือบ 3 หมื่นถูกหักแทบไม่เหลือ เหตุเซ็น "ค้ำประกัน" เงินกู้ ให้อดีตครู แม่พระเอกดังแล้วเบี้ยว ขณะผู้เซ็น "ค้ำประกัน" ร่วมชะตากรรมไม่แตกต่างกัน

เรื่องราวสุดรันทดใจของ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน ที่ต้องกลายเป็นคนหมดตัวในวัยหลังเกษียณอายุราชการ เงินบำนาญที่ควรจะได้ใช้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว เดือนละเกือบ 3 หมื่นบาท แทบไม่เหลือใช้  เพราะถูกสหกรณ์ครู หักเงินเพื่อจ่ายหนี้ให้อดีตครูในโรงเรียน ซึ่งแม่ของพระเอกดัง  หลังเซ็นค้ำประกันเงินกู้ 1.4 ล้านบาท แล้วเบี้ยวหนี้

 

ขณะที่ ผู้อำนวยการอีกราย ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันคนที่ 8 อยู่ที่ อ.อมก๋อย เสียชีวิต ธนาคารส่งหนังสือทวงหนี้ถึงภรรยา ทำให้ภรรยา ผู้อำนวยการ เครียดจัด ส่งผลให้เส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต ส่วนอีกรายอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแม่หลองน้อย หนึ่งในผู้ค้ำประกัน ถูกทวงหนี้เช่นกัน ทำให้เครียดหนัก จนเส้นเลือดฝอยแตกเป็นคนพิการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงลาออกจากราชการ

 

 

นายวินัย สังขวรรณะ วัย 65 ปี อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านผาปูน ต.อมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางไปเยี่ยม นายสีมา พิทักษ์กมลรัตน์ วัย 68 ปี อดีต ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่หลองน้อย   ในพื้นที่ อ.อมก๋อย ซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์จากเส้นเลือดฝอยในสมองแตก ทำให้ซีกขวาขยับไม่ได้ต้องใช้ไม้ค้ำยันช่วยเดิน อาศัยอยู่ที่บ้านท่าต้นงิ้ว หมู่ 2 ต.ปากบ่อง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน มีผู้ร่วมชะตากรรมอีก จำนวน 8 คน  ที่ถูก นางวิชุดา หรือ นางสินีภัชช์ หรือ สินีภัชร์  (สงวนนามสกุล)  อดีตครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.อมก๋อย และเป็นแม่ของดาราหนุ่มชื่อดังที่เบี้ยวเงินหนี้ธนาคาร จำนวน 1.4 ล้าน

 

 

 

อดีต ผอ.รร.น้ำตาตก เป็นคนหมดตัวหลัง "ค้ำประกัน" เงินกู้ อดีตครูแม่พระเอกดัง

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อไปถึงบ้านของ อดีตนายสีมา  อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน พบว่าอาศัยอยู่ที่บ้านเพียงลำพัง ส่วนลูก ๆไปทำงานและมีครอบครัว จากการสังเกตสภาพบ้านเป็นบ้านเก่า รกไปด้วยหญ้า จากการพูดคุยพร้อมกับย้อนในเรื่องราวในอดีต ถูกนางวิชุดา หรือ นางสินีภัชช์ สมาชิกกลุ่มย่อยกองทุนพัฒนาชีวิตครูอมก๋อย ซึ่งมีคณะกรรมการทั้งหมด จำนวน 8 คน มี 1.นายมินทร์ กันทะ 2.นายสีมา พิทักษ์กมลรัตน์ (ผอ.)  3.นายวินัย สังขวรรณะ (ผอ.) เลขากลุ่มฯ  4.นายสิรภพ มีณรงค์ (ผอ.)  5.นายพายัพ จอมคำ (ผอ.) 6.นางเพ็ญพร สังขวรรณะ (ภรรยา ผอ.วินัย) 7.นางวิชชุดา หรือ ศิกานต์ หรือ สินีภัชร์ (สงวนนามสกุล) ผู้กู้  และ 8.นายสำเริง คันธวงค์ (ผอ.)  

 

โดย นายวินัย อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน  เล่าว่า ครูวิชชุดา หรือ ศิกานต์ หรือ สินีภัชร์  ได้กู้เงินสมาชิกกลุ่มย่อยกองทุนพัฒนาชีวิตครูอมก๋อย จำนวน 2 แสนบาท โดยสมาชิกต่างคนต่างค้ำประกันซึ่งกันและกัน นอกจากนี้คณะกรรมการกลุ่มย่อยกองทุนฯยังได้เซ็นค้ำประกันเงินจากธนาคารให้ครูวิชชุดา ซื้อบ้านที่ ต.สลกบาตร อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร บ้านเดิมของครูวิชชุดา จำนวน 1.4 ล้าน

 

 

อดีต ผอ.รร.น้ำตาตก เป็นคนหมดตัวหลัง "ค้ำประกัน" เงินกู้ อดีตครูแม่พระเอกดัง

 

 

ต่อมาทางกลุ่มย่อยกองทุนพัฒนาชีวิตครูอมก๋อยเริ่มไม่มั่นคง ทางครูวิชชุดา ก็ไม่ใช้หนี้ 2 แสนบาทคืนให้กับกลุ่มย่อยฯ เพื่อความอยู่รอดของกลุ่มฯ นายวินัย อดีต ผอ. จึงนำบ้านพร้อมที่ดิน อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ไปยื่นกู้กับธนาคารเพื่อนำเงินมาใช้หนี้กลุ่มฯแทน เพื่อความอยู่รอดของกลุ่ม

 

 

 

 

อดีต ผอ.รร.น้ำตาตก เป็นคนหมดตัวหลัง "ค้ำประกัน" เงินกู้ อดีตครูแม่พระเอกดัง

 

 

ส่วนเงินที่ครูวิชชุดากู้จากธนาคาร 1.4 ล้านบาทก็ไม่ยอมชดใช้ ทางธนาคารได้มีหนังสือทวงหนี้จากผู้ค้ำประกันในช่วงเวลานั้น นายสำเริง คันธวงค์  ผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันคนที่ 8 อยู่ที่ อ.อมก๋อย ได้เสียชีวิต ทางธนาคารได้มีหนังสือทวงหนี้ถึงภรรยา ทำให้ภรรยา ผอ.สำเริง เครียดจัดส่งผลให้เส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต

 

ส่วนนายสีมา  อดีตผู้อำนวยการ  ตอนนั้นอายุ 51 ปี ถูกทวงหนี้เช่นกันทำให้คิดหนัก จนเส้นเลือดฝอยแตกเป็นคนพิการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงลาออกจากราชการเมื่อ 10  กว่าปีก่อนมาอยู่บ้านเพียงลำพัง ช่วงนั้นถูกธนาคารฟ้องเรื่องดังกล่าวต้องขี่รถจักรยานยนต์พ่วงสำหรับคนพิการข้ามจังหวัดเพื่อไปขึ้นศาล 

 

 

อดีต ผอ.รร.น้ำตาตก เป็นคนหมดตัวหลัง "ค้ำประกัน" เงินกู้ อดีตครูแม่พระเอกดัง

 

 

ทางด้านธนาคารมีการฟ้องผู้ค้ำประกันตั้งแต่อันดับที่ 1 ลงมาว่าใครมีทรัพย์สินที่เพียงพอต่อหนี้สินของครูวิชชุดาฯ เมื่อมาถึงอันดับที่ 3 พบว่า ผอ.วินัย  มีทรัพย์สินเพียงพอจึงฟ้องยึด บ้านพร้อมที่ดิน ทาง ผอ.วินัย จึงย้ายธนาคารไปกู้เงินเพิ่ม รวมทั้งหนี้เก่าเป็นจำนวนเงิน 3 ล้านบาท เพื่อใช้หนี้เงินกู้ใช้ครูวิชชุดา

 

ผอ.วินัย เล่าอีกว่าทางผู้เซ็นค้ำประกัน ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือใช้หนี้มี อาจารย์มินทร์  80,000 บาท และผอ.สิรภพ 100,000 บาท นอกนั้นตกที่ ผอ.วินัย รับหนี้ไปหมด ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นข่าวโด่งดังมาแล้ว ส่วนทางด้านครูวิชชุดา บอกปฏิเสธไม่มีเงินชดใช้ให้ ทางด้านลูกชายที่เป็นดารา ก็รับปากว่าจะชดใช้เงินคืนให้แม่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ไม่ได้เงินชดใช้คืนและหลบหน้าหลบตาติดต่อไม่ได้

 

 

อดีต ผอ.รร.น้ำตาตก เป็นคนหมดตัวหลัง "ค้ำประกัน" เงินกู้ อดีตครูแม่พระเอกดัง

 

 

ทาง ผอ.วินัย เล่าถึงความเดือดร้อนลำบากในแต่ละเดือนถูกหักเงินเดือนใช้หนี้แทนครูวิชชุดา เหลือเงินเพียง 2,000 บาทไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย แทบไม่มีอะไรกิน ผอ.วินัย กล่าวคำในใจว่า ตั้งแต่เป็นครูมาได้เสียสละช่วยเหลือสังคมมาตลอด ทั้งหาเงินสมทบทุนสร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาลอมก๋อย ส่งเสริมเด็กนักเรียนยากจนได้ร่ำเรียนหนังสือจนจบมีงานทำไปหลายคน แต่ชีวิตปั้นปลายของตนกลับมาตกระกำลำบากยามวัยชรา คงชดใช้หนี้ไปจนวันตาย และสุดท้ายกล่าวขอฝากไปถึงครูวิชชุดา และลูกชายดารา ทราบข่าวนี้ติดต่อมาช่วยเหลือกันบ้าง

 

 

อดีต ผอ.รร.น้ำตาตก เป็นคนหมดตัวหลัง "ค้ำประกัน" เงินกู้ อดีตครูแม่พระเอกดัง

 

 

 

นายนำพล สุริยะเจริญ ผู้สื่อข่าว จ.เชียงใหม่
 

 

 

logoline
logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด