ข่าว

บุญจงปัดเนวินไม่เอี่ยวตั้งกองบัญชาการที่ลอนดอน

บุญจงปัดเนวินไม่เอี่ยวตั้งกองบัญชาการที่ลอนดอน

09 มี.ค. 2553

“บุญจง” ปัด “เนวิน” ไม่เอี่ยวกองบัญชาการลอนดอนบล็อกม็อบแดง ยันไม่มีจัดตั้งเสื้อน้ำเงินบู๊เสื้อแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สั่งตั้งด่าน 5 จุด ตรวจค้นอาวุธ บนถนนสายสำคัญผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งด่วน

เมื่อเวลา15.00น.วันที่  9 มี.ค.นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังจากที่ ครม.มีมติประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน จำนวน 8 จังหวัด ระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค.นี้ว่า รมว.มหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าฯ เพื่อให้ดูแลพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคเหนือ รวมถึงตั้งจุดตรวจ ดูแลการเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบว่ารถที่ขนคนเข้านั้นถกกฎหมายหรือไม่

 อาทิ มีป้ายทะเบียนหรือไม่ มีสภาพแข็งแรงและมีการลักลอบขนอาวุธเข้ามาร่วมการชุมนุมหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งการตั้งจุดตรวจไม่ใช่การสกัดการชุมนุม แต่จะต้องมีการตรวจสอบ เพราะไม่ใช่ปากบอกว่าจะชุมนุมโดยสงบ แต่เมื่อเข้าไปตรวจจริงๆกับเจออาวุธ ทั้งนี้ยืนยันว่าในการชุมนุมดังกล่าวกระทรวงมหาดไทยจะไม่มีการจัดตั้งกองกำลังเสื้อน้ำเงินขึ้นมาก่อความวุ่นวาย อย่างไรก็ตามในการชุมนุมประชาชนจะสวมเสื้อสีอะไรก็เป็นสิทธิที่จะใส่ ทั้งสีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน

 เมื่อถามว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย จะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างไรเพราะอาจตกเป็นเป้าด้วย รมช.มหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีกำลังของ อ.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอยู่แล้ว ทั้งนี้ก็ได้มีการกำชับที่จะให้มีการจัดเจ้าหน้าที่สับเปลี่ยนเวรตลอด 24 ชั่วโมง

 เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลได้มีการต้องกองบัญชาการที่ลอนดอน ซึ่งตรงกับช่วงเวลาเดียวกับที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เดินทางไปอยู่ที่กรุงลอนดอน ในขณะนี้ นายบุญจง กล่าวปฏิเสธว่า “ ไม่เกี่ยวกัน และขออย่าให้เอาคนที่อยู่ต่างประเทศมาเกี่ยวข้อง”

 เมื่อถามว่า ใน ที่ประชุม ครม. มีการเมินความรุนแรงในการชุมนุมครั้งนี้หรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ก็ได้มีการเสนอแนวคิดหลายด้าน เพราะหลายฝ่ายได้แสดงความเป็นห่วงที่ แกนนำเสื้อแดงได้มีการประกาศและปลุกระดม คนมาร่วมชุมนุมจำนวนมากหลักแสนคน โดยใช้รถปิคอัพหลายหมื่นคัน ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายหรือเกิดความรุนแรงจนต้องเสียเลือดเนื้อ จึงจำเป็นต้องมีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อดูแลพื้นที่ในกรุงเทพ และที่มีการขนคนเข้ามา อย่างไรก็ตามแม้จะมีการประกาศ พ.ร.บ. ประชาชนก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติไม่ต้องวิตกอะไร ซึ่งการชุมนุมหากทำโดยสันติและปราศจากอาวุธก็ทำได้

กรุงเก่าเตรียมรับมือเสื้อแดงผ่านเส้นทาง

 เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 9 มี.ค.2553 ที่ลานหน้า สภ.พระนครศรีอยุธยา นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา ได้ชมการฝึกซ้อมการควบคุมฝูงชน ระว่างการเกิดจลาจล เพื่อเตรียมความพร้อมในช่วงที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมือง โดยการซ้อมใช้กำลังของตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา และใกล้เคียง ร่วมกับ อ.ส.ของจังหวัด รวมทั้งสิ้นจำนวนกว่า 200 นาย โดยมีการสมมุติเหตุการณ์ปะทะกัน และมีการมอบอุปกรณ์โล่หมวกป้องกันให้กับเจ้าหน้าที่ โดยช่วงเย็นวันที่ 9 มี.ค.นี้ จะเริ่มไปตั้งจุดตรวจตามถนนสายต่างๆ

 ขณะเดียวกันนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้หารือกับ พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวยศยะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานด้านความมั่นคงของจังหวัดฯ ในวันที่ 10 มีนาคม นี้ เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังมวลชนในรูปแบบต่างๆ ที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อไปร่วมชุมนุม โดยเฉพาะในวันที่ 12 – 14 มีนาคมนี้ ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงจะมีการนัดการชุมนุมใหญ่ และจะมีมวลชนจากต่างจังหวัดฯ เข้าไปร่วมด้วย และในการประชุมครั้งนี้ทางจังหวัดฯ คงจะเน้นไปในเรื่องของการตั้งจุดตรวจค้นอาวุธ และสิ่งผิดกฎหมาย ตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย แต่ยืนยันว่าการตั้งจุดตรวจดังกล่าวไม่ใช่เป็นการสกัดไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงในต่างจังหวัดฯ เข้าไปร่วมกับกลุ่ม นปช. อย่างแน่นอน

 เบื้องต้นทางจังหวัดฯ ได้มีการกำหนดจุดตรวจไว้บนถนน 5 สายหลัก 5 จุดตรวจ ประกอบด้วย ถนนสาย 340 สุพรรณบุรี – ชัยนาท บริเวณหน้าตลาดลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง ,ถนนสาย 347 บางปะหัน - ปทุมธานี บริเวณแยกวรเชษฐ์ อ.พระนครศรีอยุธยา , ถนนสายสามโคก – ปทุมธานี บริเวณแยกเสนา หรือแยกไม้ตรา , ถนนสายเอเชีย บริเวณด่านเก็บเงินบางปะอิน อ.บางปะอิน และถนนสายพหลโยธิน หน้าตลาดวังน้อย อ.วังน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส. เป็นหลัก โดยจะมี ทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน หากมีการปะทะกัน ทั้งนี้ทางจังหวัดยังคงยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาสกัดกั้นการเดินทางของชาวบ้านแต่อย่างใด

 รายงานข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคงของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระบุว่า กลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการแบ่งการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป็น 2 รูปแบบ คือ เดินทางเข้าโดยรถยนต์ส่วนตัว รถบริการสาธารณะ และรถไฟ ไปรวมกันที่สะพานผ่านฟ้า และรูปแบบที่ 2 มีการแบ่งกำลังกลุ่มคนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดฯ ที่จะผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงเรือให้บริการการท่องเที่ยว จำนวน 5 ลำ ในเช้าวันที่ 14 มีนาคม โดยจุดแรกจะลงที่บริเวณหน้าวังจันทรเกษม อ.พระนครศรีอยุธยา 3 ลำ จุดที่ 2 อ.บางปะอิน 1 ลำ จุดที่ 3 อ.บางไทร 1 ลำ โดยทั้งหมดจะไปขึ้นที่ท่าพระจันทร์