ข่าว

รายการคม-ชัด-ลึกตอน-5 ปี คดีทนายความสมชาย...รู้แต่พูดไม่ได้

รายการคม-ชัด-ลึกตอน-5 ปี คดีทนายความสมชาย...รู้แต่พูดไม่ได้

13 มี.ค. 2552

คดีการหายตัวไปของ นายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความนักสิทธิมนุษยชน ซึ่งถูกลักพาตัวไปโดยผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจ หลังจากอาสาเป็นทนายเรียกร้องให้ผู้ต้องสงสัยในคดีความไม่สงบที่ถูกตำรวจซ้อมให้รับสารภาพเป็นปริศนามาตลอด 5 ปี ว่าใครอยู่เบื้องหลังกันแน่

รายการ คม-ชัด-ลึก วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2552 ตอน : “5 ปี คดีทนายความสมชาย...รู้แต่พูดไม่ได้” นำเสนอมุมมองของผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ว่าจะตั้งเข็มทิศในคดีนี้ใหม่อย่างไร หลังจาก 5 ปีที่ผ่านมา มีเพียงการงมค้นหากระดูกเท่านั้นที่ดูจะฮือฮาบ้างเป็นระยะ

งมไปก็ไม่คืบหน้า-ต้องพาตัว "ทักษิณ" เป็นพยาน
 อังคณา นีละไพจิตร ภรรยาทนายสมชาย และประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ยอมรับว่า การค้นหาหลักฐานในคดีนี้ไม่ง่าย เพราะผ่านมา 5 ปีแล้ว และไม่แน่ใจว่าจะมีหลักฐานเหลือหรือไม่ จากการงมแม่น้ำแม่กลอง 4-5 ครั้ง ในรอบ 3 ปีก็ยังหาไม่เจอ
 ภรรยาทนายสมชายเชื่อว่า คดีนี้ถูกออกแบบมาแล้วให้เป็นแบบนี้ เพราะแม้จะมีประจักษ์พยานเห็นว่า พ.ต.ต.เงิน ทองสุก ผลักทนายสมชายขึ้นรถ แต่ก็ดำเนินคดีได้เพียงข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว แม้แต่คดีลักทรัพย์ในรถของทนายสมชายก็สาวไปไม่ถึง
 นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังเน้นเฉพาะข้อมูลของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ซึ่งมีข้อมูลการใช้โทรศัพท์ใกล้กับจุดที่ทนายสมชายอยู่ทั้งวัน แต่กลับไม่มีการตรวจสอบเพื่อสาวไปถึงคนที่อยู่นอกเหนือไปกว่านั้น เหมือนต้องการจะเอาผิดแค่นี้ 
 การทำคดีนี้ต้องการให้มีการสอบสวนในประเด็นอื่นบ้าง โดยเฉพาะประเด็นผู้สั่งการ และกรณีที่ผู้ต้องหา 3 คนในคดีนี้เคยทำคดีความมั่นคงในภาคใต้ ซึ่งทนายสมชายไปช่วยทำคดีให้ผู้ต้องสงสัย และถูกอุ้มหาย หลังเข้าร้องเรียนว่าตำรวจซ้อมผู้ต้องสงสัยเพียง 1 วัน
 นอกจากนี้ เธอยังเรียกร้องให้นำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมาเป็นพยานในคดีนี้ด้วย เพราะเคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่า สามีเธอเสียชีวิต ซ้ำยังเคยพูดกับเธอด้วยว่า ทนายสมชายช็อกตายขณะถูกผลักขึ้นรถ ซึ่งคำให้การของ พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะมีประโยชน์มาก
ตั้งประเด็นใหม่-ส่งกระดูกให้เอฟบีไอตรวจ
 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า การทำคดีทนายสมชายไม่ได้มุ่งไปที่การงมค้นหากระดูกเพียงอย่างเดียว แต่ควรทำแนวทางอื่นไปด้วย เช่น หาพยานแวดล้อม หรือบุคคลที่ถูกยกฟ้องมาสอบใหม่ เป็นต้น
 นอกจากนี้ ที่ผ่านมาการงมพบเศษกระดูกบางชิ้นไม่สามารถตรวจหาดีเอ็นเอได้ เพราะกระดูกมีอายุนานมาก ประกอบกับเครื่องมือที่มีไม่สามารถตรวจดีเอ็นเอได้ จึงมีการประสานไปยังเอฟบีไอ เพื่อส่งกระดูดที่ตรวจดีเอ็นเอไม่ได้ไปให้ตรวจสอบด้วย
 นายพีระพันธุ์ตั้งข้อสังเกตการทำงานของตำรวจว่า ถ้ารู้ว่าทนายสมชายหาย การค้นหาคงไม่ง่ายแน่นอน ดังนั้นจะต้องมุ่งเน้นไปที่คนอุ้มก่อนว่า รู้จักกันแต่ต้นไหม ถ้าไม่มีข้อวิวาทกันมาก่อนก็ต้องหาว่าอะไรเป็นสิ่งจูงใจในการกระทำผิด หรือรับคำสั่งจากใคร
 ตรงจุดนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นในการหาขบวนการที่เอาทนายสมชายไปฆ่า หรือไปเก็บไว้ที่ไหนไม่ให้ทำงาน ซึ่งคนที่ฆ่าจะต้องมีความรู้ และวิธีการไม่ให้หาเจอได้ ดังนั้น การทำงานจึงหลงทางในสิ่งที่ถูกวางไว้ในกับดักมาตลอด 5 ปี เพราะไม่ยอมวางรูปคดีในแนวทางอื่นบ้าง
ตร.ตั้งประเด็นแคบไป-อัยการต้องช่วยเสริม
 นคร ชมพูชาติ รองประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ มองปัญหาในการเอาตัวผู้กระทำผิดในคดีนี้มาดำเนินคดีว่า อยู่ที่กระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะในชั้นสอบสวน
 มองว่า ถ้าพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาเพียงว่า มีการเอาตัวไปกักขังหน่วงเหนี่ยว ทั้งที่มีข้อมูลเพิ่มเติมว่าผู้ต้องหามีเจตนาอะไร ซึ่งไม่ใช่การเรียกค่าไถ่ หรือกักขังทั่วไป แต่มีเจตนาเพื่ออุ้มฆ่า ต้องตั้งข้อหา และดำเนินคดีมุ่งไปสู่จุดนั้นให้ได้ ไม่ใช่ตั้งข้อหาแคบๆ แบบนี้
 ทั้งนี้ กรอบในการสืบสวนสอบสวนสามารถวางครอบคลุมได้ว่า กรณีนี้เป็นเรื่องของการอุ้มเอาตัวไปฆ่า ซึ่งเมื่อตั้งรูปคดีแล้วก็จะเห็นความเกี่ยวข้องของบุคคลอีกมาก และจะเห็นความเกี่ยวข้องไปเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่เปลี่ยนแนวคดีก็จะไม่ขยายออกไป
 คดีนี้ตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้วว่า เรื่องนี้มีคนสั่งมา หรือเป็นการเอาใจคนระดับสูง เพื่อให้ทนายสมชายหายไป จึงต้องไปหาว่าใครจะได้ประโยชน์หากทนายสมชายหายไป ต้องดูว่าปกติตำรวจสายนี้ใครเป็นคนใช้งาน แต่ตำรวจก็ไม่กล้าทำ เพราะจะกระทบต่อการทำงาน
 ขณะที่อัยการก็มีบทบาทได้เช่นกัน เพราะสามารถมองได้มากกว่าตำรวจ และสามารถให้ตำรวจไปสอบเพิ่มได้ ซึ่งจริงๆ แล้วหลายเรื่องอัยการต้องมองอย่างนั้น นี่คือปัญหาที่ทำให้อัยการยังไม่สามารถช่วยงานของตำรวจได้มากเท่าที่ควร ทั้งที่มีอำนาจทำได้