
ค้าปลีกดัตช์ทุ่ม 3.1 พันล.บุกไทย ผุด "โพรเมนาดา" เชียงใหม่-สนใจลงทุนอีก 10 ทำเล
ทุนเนเธอร์แลนด์สยายปีกเข้าไทย ร่วมทุนธุรกิจท้องถิ่นเชียงใหม่ ผุดศูนย์การค้าแบรนด์ "โพรเมนาดา" มูลค่า 3.1 พันล้านบาท เล็งลงทุนอีก 10 ทำเลในเมืองไทย เชื่อยังมีช่องว่างทางการตลาด เน้นจับนักท่องเที่ยวกลุ่มกลางและกลุ่มบน
นายเชิ้ท คว้อนท์ ประธานผู้บริหารสูงสุด อีซีซี กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในปีนี้อีซีซี กรุ๊ป กลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ด้านการพัฒนาและบริหารศูนย์การค้า ภายใต้แบรนด์ โพรเมนาดา (Promenada) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ขยายการลงทุนมาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะเริ่มก่อสร้างศูนย์การค้า 2 โครงการ คือ โพรเมนาดา เชียงใหม่ มูลค่าลงทุนราว 3,100 ล้านบาท และโพรเมนาดา @ คาแนรี่ ที่โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ลงทุนราว 3,500 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 โครงการจะแล้วเสร็จในปี 2554-2555
"ในระยะ 5 ปีต่อจากนี้ อีซีซีจะให้ความสำคัญต่อการลงทุนในกลุ่มอินโดจีนและไทยเป็นหลัก โดยวางแผนเงินลงทุนอีกไม่ต่ำกว่าประมาณ 1.75 หมื่นล้านบาท ในการขยายศูนย์การค้าเพิ่มอีก 5-7 แห่ง สำหรับในไทยบริษัทให้ความสนใจในหลายทำเล โดยได้ศึกษากว่า 10 ทำเล ทั้งภูเก็ต พัทยา หัวหิน และกรุงเทพฯ" นายคว้อนท์ กล่าว
ทั้งนี้ การลงทุนโพรเมนาดา เชียงใหม่ เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท อีซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เรียลเอสเตท จำกัด และบริษัท วีจีเอฟ ดีไซน์ บริษัทท้องถิ่นในเชียงใหม่ ถือหุ้นในสัดส่วน 51% โดยเหตุที่เลือกลงทุนในเชียงใหม่ เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ มีนักท่องเที่ยวปีละกว่า 5 ล้านคน ปัจจุบันมีศูนย์การค้าเซ็นทรัลเพียงแบรนด์เดียวเท่านั้น มองว่ายังมีช่องวางทางการตลาด เน้นจับกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มกลางถึงกลุ่มบน ทั้งนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง กว่า 1.4 ล้านคน
"เรารู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้ามาลงทุนศูนย์การค้าในไทยสำหรับนักลงทุนต่างชาติ แต่จากประสบการณ์การบุกเบิกศูนย์การค้าในยุโรปกลางจนประสบความสำเร็จ จึงเชื่อว่าจะใช้จุดเด่นความเป็นอินเตอร์มาผสมผสานกับท้องถิ่น เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนไทย และเป็นอีกตัวเลือกของศูนย์การค้าในไทย" นายคว้อนท์ กล่าว
ด้านนายดิยอน แอล.เจ. ไฮมานส์ ผู้ก่อตั้งและประธานคณะกรรมการกำกับดูแลอีซีซี กรุ๊ป กล่าวเพิ่มเติมว่า วิกฤติเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปส่งผลกระทบต่อภาคธนาคารและการเงินเป็นหลัก และมองว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบต่อผู้บริโภคในเอเชีย เชื่อว่าในอนาคตหลังศูนย์การค้าในเวียดนาม และไทยเปิดให้บริการในปี 2554 วิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบันน่าจะอยู่ในภาวะฟื้นตัว และเอเชียจะเป็นภูมิภาคที่รายได้ให้แก่บริษัทเติบโตสูงระดับ 10% ขณะที่รายได้จากยุโรปจะเติบโตระดับ 4-5% เท่านั้น



