ข่าว

ผบช.3สั่งรถอีแต๋นห้ามวิ่งทางหลวงพบจับทันที

ผบช.3สั่งรถอีแต๋นห้ามวิ่งทางหลวงพบจับทันที

09 มี.ค. 2553

ผบช.ตร.ภ.3 สั่งอีแต๋นห้ามวิ่งทางหลวงเด็ดขาด หากพบจับปรับทันทีไม่มีเว้น ด้านความเตรียมพร้อมแดงรวมพลปากช่อง 12 มี.ค. มั่นใจแค่กำลังตำรวจโคราชดูแลได้

(8มี.ค.) พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร 3 กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังมวลชนคนเสื้อแดง ว่า ตำรวจภูธรภาค 3 ได้ติดตามข่าวสารและการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด และได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอยู่ใน 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย นครราชสีมา , ชัยภูมิ , สุรินทร์ , บุรีรัมย์ , ศรีสะเกษ , อำนาจเจริญ , ยโสธร และอุบลราชธานี กว่า 10,000 นาย ร่วมกับอาสาสมัครและผู้นำท้องถิ่นทุกพื้นที่ให้ช่วยชี้แจงและทำความเข้าใจในการที่จะมีเข้าร่วมชุมนุมในวันที่ 14 มี.ค.53 นี้ และยังได้กำชับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้คำนึงถึงความปลอดภัยและป้องกันบุคคลที่ 3 ที่จะเข้ามาสร้างสถานการณ์ต่างๆที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงในการชุมนุมแต่ละครั้ง

 สำหรับการตั้งจุดสกัดกั้นกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคอีสานนั้น ทางตำรวจภูธรภาค3 ได้แต่เพียงตั้งจุดตรวจค้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำอาวุธหรือวัตถุอันตรายเข้าไปในพื้นที่ที่มีการชุมนุม โดยในพื้นที่ภาคอีสานได้มีการตั้งจุดตรวจค้นทั้งหมด 150 - 200 จุด ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค3 ดูแลเท่านั้น และการที่ประชาชนจะเข้าร่วมในการชุมนุมก็ถือเป็นสิทธิของประชาชนที่จะร่วมการชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธ นอกจากนี้ยังจะมีการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดด้วยการห้ามรถบรรทุกเพื่อการเกษตร หรือรถอีแต๋น วิ่งบนทางหลวงอย่างเด็ดขาด เนื่องจากตามกฎหมายจราจรแล้ว เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย หากพบก็จำเป็นที่จะต้องเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายทันที

 ด้านกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเข้าดูแลความสงบในการชุมนุมที่เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นั้น ตำรวจภูธรภาค3 จะต้องมีการประเมินจำนวนผู้ที่จะเข้ามาร่วมในการชุมนุมในครั้งนี้ก่อนว่าจะมีพลังมวลชนมามากน้อยเพียงใด โดยได้มีการประสานกับทางตำรวจภาค4 ในการสืบหาข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนความเตรียมพร้อมในการดูแลรักษาความสงบที่จะมีการนัดรวมตัวกันของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ อ.ปากช่องในวันที่ 12 มี.ค.2553 นั้น ทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เจ้าของพื้นที่ไว้ดูแลรักษาความปลอดภัยจำนวนกว่า 3,000 นาย

 แต่ทั้งนี้ การจัดกำลัง เพื่อดูแลรักษาความสงบจะขึ้นอยู่กับจำนวนของกลุ่มผ้มาชุมนุม ซึ่งเชื่อมั่นว่ากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เตรียมไว้จะสามารถรับมือของการมาร่วมชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่จำเป็นต้องของกำลังทหารมาช่วย แต่ถ้าสถานการณ์การชุมนุมเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นจนเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถควบคุมได้ทางตำรวจภูธรภาค3 จึงจำเป็นที่จะต้องขอกำลังทหารมาช่วยดูแลเพิ่ม พล.ต.ท.เดชาวัตฯ กล่าว