
"เทือก"ไม่เชื่อยุบสภาแล้ว"นปช."จะยุติบทบาท
สุเทพ" เล็งประชุมกอ.รมน. 10 มี.ค.นี้ หลังครม.มีมติประกาศใช้พรบ.มั่นคงฯ ระบุพื้นที่ปริมณฑล-ชานเมือง ใช้เพียงบางอำเภอเท่านั้น ลั่นไม่ยุบสภา-ไม่ลาออกแน่นอน ไม่เชื่อลมปากทักษิณ" ถ้า รัฐบาลยุบสภา-ปชป.ชนะ นปช. จะยุติบทบาท เหตุ ไม่มีหลักประกันบ้านเมืองจ
(9มี.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวกรณีที่จะเสนอครม.ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง ตามที่คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง(คตม.) เห็นชอบว่านอกจากพื้นที่กทม.แล้วในส่วนพื้นที่ปริมณฑลจะมีการประกาศหรือไม่ ว่า จากการที่ฝ่ายข่าวไปรวบรวมข้อมูลเห็นว่า จะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางเข้ามาในหลายทิศทาง ตนได้บอกไปแล้วว่าที่กังวลใจ คือ การที่ผู้ชุมนุมเอายานพาหนะบางประเภทเข้ามาในการชุมนุม ซึ่งจะทำให้กีดขวางการจราจรอย่างรุนแรง ประชาชนจะเดือดร้อน ที่ตนได้สั่งและเตรียมการไว้ จะไม่ยอมให้รถเหล่านั้นเข้ามาในกทม.และจะจัดที่จอดบริเวณชานเมือง ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้กีดกันการชุมนุม ดังนั้นในส่วนของกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงแถบชานเมืองคงต้องพิจารณาตามจุด ๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้ ซึ่งการประกาศแถบชานเมืองเฉพาะบางอำเภอไม่ใช่ทั้งจังหวัดที่อยู่ติดกับกรุงเทพฯ คงไม่ไปประกาศรอบทิศ
ผู้สื่อถามว่า ในส่วนของกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะมาทางน้ำจะดูแลอย่างไร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ที่จริงไม่สมควร ผู้จัดอาจจะสนุกพยายามทำให้ดูแสนยานุภาพ ว่ามาได้ทั้งบนบกและทางน้ำ แต่ขอเตือนว่า หากเกิดอุบัติเหตุประชาชนจะเดือดร้อน ถ้ามาขึ้นเรือในที่ที่ไม่สมควรไปก็คงไม่ให้ไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากเสนอที่ประชุมครม.เห็นชอบประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงจะมีการเรียกประชุม คตม.เลยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เมื่อครม.เห็นชอบ ในวันที่ 10 มี.ค.ตนจะเรียกประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ก่อน เพื่อแต่งตั้งคนที่จะเป็นผู้อำนวยการสถานการณ์ ซึ่งคงจะเป็นตน จากนั้นตนจะนำแผนงานและมาตรการเพื่อเสนอคณะกรรมการคตม.ให้เขาเห็นชอบ และตั้งกองอำนวยการวางกำลัง โดยทำเนียบและสถานที่ราชการจะป้องกันไม่ให้มีใครบุกรุกเข้าไป จะไปประชุมที่สนามหลวงหรือถนนเส้นต่าง ๆ ที่ไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ก็จะอนุญาตและอำนวยความสะดวกให้แต่ถ้าจะดาวกระจายไปตามที่ต่าง ๆ ถือว่าเป็นการคุกคามคนอื่น ไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบเราคงไม่ยอม
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศชัดเจนว่าจะกดดันรัฐบาลทุกวิถีทาง เพื่อให้ลาออกหรือยุบสภา รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า รัฐบาลไม่ลาออก ไม่ยุบสภา
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวโฟนอินว่าหากรัฐบาลตัดสินใจยุบสภาและพรรคประชาธิปัตย์ชนะกลุ่มคนเสื้อแดงควรจะยุติบทบาท นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ก็พูดไปอย่างนั้น ข้อเท็จจริงที่เห็นไม่มีหลักประกันว่าบ้านเมืองจะสงบ เพราะคนของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคารพกฎเกณฑ์ กติกา กฎหมาย เพราะพฤติกรรมที่แสดงออกไม่ใช่การต่อสู้ตามแนวทางประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยเขาไม่ข่มขู่กันแบบนี้ แต่เขามีกฎเกณฑ์ที่จะสู้ตามระบบ การเลือกตั้งที่ส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาล กลุ่มของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็เคยให้การยอมรับมาก่อน พอชนะเลือกตั้งเขาไม่ปฏิเสธ แต่พอไม่ได้เป็นรัฐบาลก็บอกว่าไม่ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเหตุผลอะไรที่ต้องประกาศพ.ร.บ.ฉบับอื่น เช่น พ.ร.บ.จราจร พ.ร.บ.การควบคุมน้ำมัน ควบคู่ไปกับการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพราะอะไร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เป้าหมายของพ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อดูแลสถานการณ์ ไม่ให้เกิดเหตุที่เป็นอันตรายต่อประชาชน เพราะประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนเม.ย.ปี 52 มีเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้วที่เขานำรถแก๊สไปข่มขู่ประชาชน ฉะนั้นเราต้องป้องกันโดยใช้กฎหมายบางฉบับเข้ามาช่วยควบคุม
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะให้ความมั่นใจกับประชาชนอย่างไร เพราะล่าสุดมีกระแสข่าวให้ประชาชนกักตุนเครื่องอุปโภค บริโภค นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานแล้ว ทราบว่าเป็นกระบวนการเดียวกับฝ่ายที่ต้องการให้เกิดปัญหาขึ้นในบ้านเมือง เพราะมีเป้าหมมายที่ต้องการให้เกิดความโกลาหล และวุ่นวาย ให้ระบบธนาคารปั่นป่วน ซึ่งประชาชนต้องตั้งหลักให้ดี ต้องมีสติ และเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะดูแลแก้ไขปัญหา โดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือได้ และเมื่อจะทำอะไรก็จะบอกให้ประชาชนทราบ ถึงเหตุผลที่ต้องปฏิบัติ เพราะเป้าหมายของรัฐบาลให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ถ้าใครมาทำให้ชีวิตประชาชนไม่ปกติสุขเราถือว่าคนนั้นทำผิด ก็ต้องดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่กลุ่มเสื้อแดงระบุว่า การปล่อยข่าวเป็นฝีมือของรัฐบาล รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องไปปล่อยข่าว เพราะแค่เรื่องจริงก็เหนื่อยจะแย่ จะไปปล่อยข่าวให้ตัวเองเดือดร้อนทำไม
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ กรณีที่กลุ่มม็อบชาวนาภาคกลางที่ขู่ว่าหากรัฐบาลไม่แก้ปัญหาให้ ในวันที่ 11 มี.ค. อาจจะไหลมารวมกับกลุ่มเสื้อแดง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนอยากจะส่งข่าวกราบเรียนไปถึงพี่น้องประชาชนกลุ่มอื่นๆ ปัญหาก็มีอยู่หลายกรณี แต่ว่าเราอย่าเอามาผสมรวมกัน ให้โอกาสรัฐบาลได้แก้ไขไปทีละเปลาะทีละเรื่อง กรณีของพี่น้องเกษตรกรทั้งหลายรัฐบาลได้ดูแลมาอย่างดีเป็นพิเศษในปีนี้ ส่วนที่ยังมีข้อบกพร่องอยู่ก็ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ดีให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีการระบุว่ามีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง จะต้องไปเคลียร์ที่ต้นเหตุกับนักการเมืองด้วยกันเองหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ก็พยายามที่จะพูดจาทำความเข้าใจกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่รัฐบาลต้องประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงยาวถึง 13 วัน เพราะประเมินว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมกันยือเยื้อหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนก็กังวลว่าเขาจะชุมนุมยือเยื้อก็ต้องดูก่อน เพราะเมื่อเราประกาศไปแล้ว ถ้าเขาเลิกชุมนุมเราก็เลิกประกาศได้ ไม่มีปัญหาอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากการชุมนุมรุนแรงเพิ่มขึ้น จะมีโอกาสยกระดับเป็นการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า “ อย่าไปกังวลใจในเรื่องข้างหน้า เราแก้ปัญหาไปทีละขั้นทีละตอน แต่ผมก็กราบเรียนแล้วว่าผมพยายามที่จะใช้ความอดทนและพยายามที่จะใช้กฎหมายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สื่อมวลชนก็คงจะเห็นว่าผมพยายามที่จะยืนหยัดใช้กฎหมายปกติ จนเมื่อเห็นว่าสถานการณ์มันจะเป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน จำเป็นต้องใช้กฎหมายที่เข้มแข็งกว่านั้นก็ใช้ไปตามขั้นตอน ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกระทรวงมหาดไทยจะเสนอครม.เพื่อบังคับใช้พ.ร.บ.การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้วยมีความจำเป็นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวได้นำมาใช้ในคราวนี้ร่วมอยู่ด้วยอยู่แล้ว ภายใต้พ.ร.บ.ความั่นคง จะสามารถระดมเอาอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน(อปพร.) และเจ้าหน้าที่ของกทม.ทั้งหลายเข้ามาช่วยดูแลพี่น้องประชานชาวกรุงเทพฯ ไม่ต้องประสบความเดือดร้อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ครั้งนี้ดูเหมือนใช้กำลังเจ้าหน้าที่มากเป็นพิเศษ เพราะมีความกังวลในจุดใดเป็นพิเศษ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า กำลังเจ้าหน้าที่ที่ต้องใช้มาก เพราะได้สดับตรับฟังข่าวคราวทั้งหลายมาฝ่ายเตรียมการมาชมุนุมนอกจากมาชุมนุมแล้วมันมีกระบวนการกลุ่มอื่น ๆ ที่แยกกันไปปฏิบิตหน้าที่ เราก็ต้องเตรียมรับมือให้ดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า กำลังเจ้าหน้าที่จะมีจำนวนมากเทียบเท่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้ เจ้าหน้าที่เรามีเป็นหมื่น กลุ่มผุ้ชุมนุมมีเป็นแสน เราไม่มีกำลังมากขนาดนั้น เจ้าหน้าที่เราก็ต้องทำหน้าที่อย่างอื่นกันบ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเกิดเหตุการณ์การเผชิญหน้าระหว่างคนกรุงเทพฯกับผู้ชุมนุมจะต้องทำอย่างไร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ประชาชนช่วยทางการได้ดีที่สุด คือ การช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเหตุ สนับสนุนการทำงานแก่เจ้าหน้าที่ก็พอแล้ว ขอให้พี่น้องประชาชนอยู่ในที่ตั้งอยู่ในบ้านเรือน และที่ทำงานของตัวเองทำงานตามปกติ อย่าเอาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง พี่น้องประชาชนไม่ต้องออกไปต่อต้านหรือเอากำลังออกไปเผชิญหน้ากัน ส่วนชุมนุมบางแห่งที่เคยเกิดปัญหากับคนเสื้อแดงในเหตุการณ์เดือนเม.ย. 52 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กทม.ตำรวจ และทหารไปทำความเข้าใจกับผู้นำแต่ละชุมชน เพื่อให้ความมั่นใจว่าถ้ามีปัญหาอะไรกับชุมชนจะมีวีธีการส่งข่าวแจ้งเจ้าหน้าที่ให้รดวเร็วอย่างไร และเจ้าหน้าที่จะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วประจำอยู่ทุกสถานีตำรวจกระจายกันไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า คราวนี้กำลังเสริมอย่างกลุ่มเสื้อน้ำเงินจะออกมากน้อยแค่ไหน นายสุเทพ ปฏิเสธ ว่า ตนไม่เกี่ยวกับกลุ่มอะไรทั้งนั้น อย่าไปตั้งข้อกังวลใจกับเรื่องพรรค์อย่างนั้น เรียนแล้วให้ให้ประชาชนอยู่ในบ้านเรือนทำงานของตัวเองตามปกติ ไม่มีกองกำลังอะไรของประชาชนต้องออกมาปฏิบัติหน้าที่เรื่องนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หทาร พลเรือนของกทม.ก็แล้วกัน เมื่อถามย้ำว่า จนถึงขณะนี้ประชาชนมั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่า รัฐบาลสามารถรับมือได้นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเรียนให้พี่น้องมั่นใจว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่ให้เต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีองค์กรสื่อแห่งใดร้องเรียนขอการดูแลพิเศษหรือไม่ เพราะกลุ่มเสื้อแดงมีการประกาศจะไปปิดสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เนชั่น และหนังสือพิมพ์แนวหน้า รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ถ้าทำอย่างนั้นเป็นการคุกคามและผิดกฎหมาย ไม่ใช่การชุมนุมโดยสันติ ไม่ใช่การแสดงออกตามที่รัฐธรรมนูญให้ความคุ้ครองไว้ ถ้าอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าทำก็ต้องจับกุมดำเนินคดีแก่แกนนำ ถ้าที่ใดเห็นว่าจะถูกคุกคามก็แจ้งมาเราก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล



