
อนุพงษ์ชี้โจรกรรมคลังแสงจนท.บกพร่อง
อนุพงษ์ ชี้โจรกรรมคลังแสง จ.พัทลุง เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ แจงไม่ใช่การงัดแต่เป็นการยักยอกทำกันมานาน ยันมีระบบและมาตรการดูแลที่รัดกุม ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ทำตามหรือไม่ ลั่นถ้าหย่อนยานก็ต้องรับผิดชอบ
(9มี.ค.) ที่กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ร่วมคณะในการเดินทางในครั้งนี้ด้วย
โดยพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงกรณีที่คนร้ายเข้าไปขโมยอาวุธสงครามในคลังแสงของกองพันทหารช่างสนาม 401 ค่ายอภัยบริรักษ์ จ.พัทลุง โดยอาวุธสงครามที่หายไปมีจำนวน 3 รายการ คือ ลูกระเบิดแบบสังหารบุคคล แบบเอ็ม 67 จำนวน 69 ลูก เครื่องกระสุนปืนแบบ เอชเค และแบบเอ็ม 16 จำนวนอย่างละ 3,100 นัด ว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับการายงานมาเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งแนวโน้มไม่ได้เพิ่งเกิดเหตุ น่าจะเป็นการบกพร่องของเจ้าหน้าที่โดยการทุจริต จากการสันนิฐานน่าจะเป็นการยักยอกมาเป็นระยะเวลานาน และจะมีการตรวจสอบในเร็ววันนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่ดูพื้นที่เข้าใจว่าเป็นการงัด แต่ดูรูปการน่าจะเป็นการยักยอกเป็นระยะ ๆ
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวอีกว่า ระบบการควบคุมคลังกระสุน และวัตถุระเบิดของกองทัพบกมีมากมาย เช่น ระบบการเฝ้าจะมีการเปลี่ยนเวรยาม และจะมีการเดินตรวจทุกวันว่าตลอดเวลาว่ามีการงัดแงะหรือไม่ นอกจากนั้นตัวผู้รับผิดชอบจะต้องเข้าไปตรวจสอบทำความสะอาดคลังทุกวันภายใต้กรรมการที่จะไปเปิดคลังแสง ในส่วนของระดับสูงของกองพันจะมีคณะกรรมการตรวจประจำเดือนมี 3 - 4 คนเป็นทหารระดับร้อยเอก พันตรี มาเปิดคลังแสงและลงนาม ซึ่งต้องมีการเปิดเข้าไปดูข้างในว่ากระสุนวัตถุระเบิดครบ หรือ มีของหายไปหรือไม่ เป็นขั้นตอนพื้นฐาน ถ้านอกเหนือจากนี้แสดงว่าเจ้าหน้าที่บกพร่องหย่อนยาน
“ ผมได้มีการสั่งกำชับให้หน่วยทหารต่าง ๆ ดูแลเรื่องคลังแสงเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างน้อย 2 เดือนต่อครั้ง เพราะฉะนั้นจะต้องมีการไล่ย่อยลงไปว่า หน่วยทหารระดับต่าง ๆ ได้มีการสั่งการตามลำดับหรือไม่ และถ้ามีความผิดพลาดใครเป็นคนบกพร่องต้องรับผิดชอบ แต่ในขณะนี้ของหายไปแล้วก็ต้องใช้หลักฐานรอยนิ้วมือทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้จากการประเมินการยักยอกดังกล่าวน่าจะเป็นตัวบุคคลมากกว่า เพราะเจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรไม่น่าจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับส่วนนี้ แต่เนื่องจากทหารเวรยามมีการเข้าเวรกันทุกวัน ก็ต้องย้อนถามกลับว่าไม่มีใครตรวจเจอเลย ใครตรวจเจอวันแรกต้องไล่ไป ส่วนจะทำกันเป็นขบวนการหรือไม่นั้นยังบอกไม่ได้ เพราะยังไม่มีผลสอบสวนและหลักฐาน ” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปสืบสวนสอบสวนมีความเห็นว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ซึ่งกระสุนวัตถุระเบิดมีจำนวนมาก อัตรา 1 กองพันมีกระสุนปืน แต่ละชนิดไม่ใช่น้อย เป็นคลังมูลฐานของกองพันทุกกองพัน ซึ่งเรามีคลังแบบนี้ทุกหน่วย ทุกหน่วยก็ต้องดูแลของตัวเอง เรามีมาตรการที่รัดกุม และละเอียด ซึ่งทหารเวรยามจะต้องมีการเดินตรวจ ใครจะเข้ามาเราต้องรู้ตั้งแต่ที่มีเหตุการณ์ ทั้งนี้ตนก็ได้มีการสั่งกำชับกันเกือบทุกเดือนให้ดูแลในเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าผู้ที่รับผิดชอบได้ทำอย่างรัดกุมหรือไม่ ถ้าไม่รัดกุมก็ต้องรับผิดชอบ เพราะระบบค่อนข้างจะรัดกุม ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ว่าจะทำได้ตามนั้นหรือไม่ แล้วใครที่เจอได้รายงานเมื่อไหร่ อย่างไร



