
บีบสถานบริการเคลียร์อาชญากรข้ามชาติ
สำนักงานตรวจค้นเข้าเมือง (สตม.) เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลสอดส่องและควบคุมชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่เข้าอยู่อาศัย และออกมาตรการป้องกันควบคุมและดูแล ถือเป็นนโยบายเชิงรุกของ สตม.ในยุค พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ เป็น ผบช.สตม. นำ พ.ร.บ.คน
พ.ต.อ.อธิศวิส กมลรัตน์ ผกก.ตม.ชลบุรี เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติของ ตม.ชลบุรี มีหน้าที่กำชับให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและผู้เกี่ยวข้องตระหนักถึงหน้าที่ของตนเองและต่อสังคม ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ได้บัญญัติเกี่ยวกับการเข้ามาในราชอาณาจักรของคนต่างด้าว พร้อมมาตรการควบคุมคนต่างด้าวตามมาตรา 38 และมาตรา 77 ระบุเอาไว้ว่าการควบคุมคนต่างด้าวเป็นหน้าที่ของเจ้าของบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน ผู้จัดการโรงแรม จะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตม.ภายใน 24 ชั่วโมง
ดังนั้นในส่วนของ ตม.ชลบุรี เจ้าของบ้าน เจ้าของ ผู้ประกอบการ หรือผู้ครอบครองเคหสถาน เช่น อพาร์ตเมนต์ เกสต์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม และผู้จัดการโรงแรมในแหล่งท่องเที่ยวอย่างเมืองพัทยา ศรีราชา เมื่อรับคนต่างด้าวเข้าอาศัยให้รีบดำเนินการแจ้งต่อเจ้าพนักงาน ตม.ภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เข้าพักและให้ปฏิบัติทุก 90 วัน
หากไม่กระทำหรือไม่ปฏิบัติตาม จะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 800-8,000 บาท และปรับอีกวันละ 200 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ?!!
"การนำนโยบายดังกล่าวมาใช้ ข้อมูลของคนต่างด้าวจะถูกรวบรวมไว้ในศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นนโยบายเชิงรุกของ สตม.ป้องกันการหลบหลีกและหลบหนีความผิด เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ในอนาคตข้อมูลต่างๆ จะช่วยให้การสืบค้นข้อมูลทำได้ง่าย กรณีเกิดเหตุชาวต่างชาติเข้ามากระทำผิดในประเทศ โดยข้อมูลจะระบุลึกลงไปว่ามีแหล่งพักอาศัยอยู่ที่ไหน และเข้ามาอยู่นานแค่ไหนแล้ว" พ.ต.อ.อธิศวิส กล่าว
ในฐานะผู้ปฏิบัติและลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของบ้าน เจ้าของ ผู้ประกอบการ ผู้ครอบครองเคหสถาน และผู้จัดการโรงแรมในพื้นที่เมืองพัทยาและศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับทราบ นับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นมา พ.ต.ท.พนมไพร จักรพาส รอง ผกก.ตม.ชลบุรี มองว่า การดำเนินนโยบายดังกล่าว ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
พ.ต.ท.พนมไพร มองว่าสาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากเจ้าของและผู้ประกอบการบางแห่งยังไม่เข้าใจ ดังนั้นสิ่งที่ ตม.ชลบุรีพยายามทำอยู่ในตอนนี้ก็คือการอธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจตรงกัน เพื่อจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนผู้ที่ฝ่าฝืน ถ้าเป็นโรงแรมจะปรับไม่เกิน 8,000 บาท แต่ถ้าเข้ามาพบเจ้าพนักงานด้วยตัวเองก็มีโทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท ส่วนเกสต์เฮ้าส์หรืออพาร์ตเมนต์ ถ้าถูกจับจะปรับไม่เกิน 1,600 บาท และถ้าเข้ามาพบเจ้าพนักงานด้วยตัวเองโทษปรับก็จะลดลงมาครึ่งหนึ่ง เพราะการแจ้งการเข้าพักของชาวต่างชาติเป็นหน้าที่เจ้าของกิจการ
ตั้งแต่นำกฎหมายข้อนี้มาบังคับใช้อย่างจริงจัง ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นมา มีผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นเกสต์เฮ้าส์ ด้านล่างเปิดเป็นบาร์เบียร์ ส่วนด้านบนดัดแปลงเป็นห้องพักให้เช่า ส่วนโรงแรมพบว่ามีการดำเนินการถูกต้องมาโดยตลอด
พ.ร.บ.คนเข้าเมือง เกี่ยวกับการควบคุมคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรนั้น มีมานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีการปฏิบัติตามอย่างจริงจัง ตลอดจนการบังคับใช้ยังไม่เข้มงวดเท่าที่ควร จึงถูกละเลยและไม่ให้ความสำคัญ ทั้งที่เป็นนโยบายที่สำคัญที่เจ้าของและผู้ประกอบการต่างๆ มีหน้าที่แจ้งการเข้าพักของชาวต่างชาติ
"นอกจากการควบคุมชาวต่างชาติที่เข้ามาพักในประเทศแล้ว ยังเชื่อมโยงไปถึงการรวบรวมข้อมูลในศูนย์ข้อมูลคนร้ายข้ามชาติด้วย" พ.ต.ท.พนมไพร กล่าวสรุป
สำหรับเจ้าของพื้นที่อย่าง พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก.สภ.เมืองพัทยา แหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติอันดับต้นๆ ขานรับนโบายจาก สตม.ทันที โดยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกทาง เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีการนำนโยบายนี้มาบังคับใช้จริงจัง ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะจะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองพัทยาในรูปแบบต่างๆ
"เป็นเรื่องดีนะ ผมพร้อมปฏิบัติตาม และให้ความร่วมมือเต็มที่ ถ้าให้มองก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วย เวลาชาวต่างชาติเข้ามากระทำผิดในประเทศเรา จะได้ไม่ตกเป็นผู้ให้ที่พักพิงแก่อาชญากรข้ามชาติ เพียงแต่อยากให้ตำรวจ ตม.ดำเนินการจริงจังเท่านั้น" นันทพงศ์ วงศ์ดาว ผู้ประกอบการห้องเช่าให้ความเห็น



