
เอกชนเชียร์รัฐใช้พรบ.มั่นคงมองกันไว้ดีกว่าแก้-ชี้หากไม่รุนแรงไม่กระทบเชื่อมั่น
เอกชนหนุนรัฐใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงดูแลการชุมนุม ถือเป็นการเตือนทั้งผู้ชุมนุมและประชาชน มองป้องกันไว้ดีกว่าตามแก้ไข ชี้หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงไม่กระทบความเชื่อมั่น วอนเห็นแก่ประเทศชาติ ขอให้ทุกฝ่ายอยู่ในกติกา
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร เพราะเป็นการเตือนให้ผู้ชุมนุมล่วงหน้าให้อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย และเตือนให้ประชาชนทั่วไปมีความระมัดระวังตัวมากขึ้น โดยภาคเอกชนเห็นว่าจะต้องไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น เพราะถ้าเกิดความรุนแรงจนถึงขั้นประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่ากับเหตุการณ์รุนแรงและอาจเกิดปัญหาตามมาได้ ซึ่งการชุมนุมอาจจะลากยาวออกไปและมีการชุมนุมกระจายเป็นหลายจุด โดยจะส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนแย่ลงและส่งผลต่อการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 11-23 มีนาคมนี้ เพื่อป้องกันเหตุรุนแรง ซึ่งการประกาศใช้คงจะกำหนดในพื้นที่การชุมนุมและไม่กระทบถึงความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจ ในกลับกันมองว่าน่าจะทำให้เกิดความมั่นใจมากกว่า
"การเรียกร้องประชาธิไตยด้วยการประท้วงแบบธรรมดาไม่น่ามีปัญหา ภาคเอกชนยอมรับได้ แต่สิ่งที่ไม่อยากเห็นคือ ความรุนแรง หากเกิดขึ้นประเทศชาติก็ได้รับความเสียหาย ภาพลักษณ์ก็จะออกมาไม่ดี เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว จึงอยากให้ทุกฝ่ายควรอยู่ในกฎกติกา เพื่อให้ประเทศชาติสงบสุข" นายพรศิลป์กล่าว
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลจะออกพ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อควบคุมสถานการณ์ เพราะถือเป็นการป้องกันปัญหาไว้ก่อน ขณะนี้ยอมรับว่าข่าวที่ออกมาเกิดความสับสนว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงหรือไม่ เมื่อข่าวดังกล่าวแพร่ไปสู่สายตาชาวโลก จึงเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะประกาศควบคุมบางพื้นที่และประกาศเท่าที่จำเป็น
ขณะที่นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว กล่าวว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลจะประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพราะเป็นเรื่องจำเป็นในการสร้างความเชื่อมั่น ถือเป็นการป้องกันดีกว่าแก้ไข เนื่องจากหากไม่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง อาจจะเกิดความรุนแรง ประเทศจะเสียหายได้ ซึ่งก็เชื่อว่านักท่องเที่ยวเข้าใจ แต่อาจมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวบ้างเล็กน้อย ดังนั้น ขอให้การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เป็นไปด้วยความสงบ อย่าให้เกิดความรุนแรงซ้ำรอยอีก เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยเสียหายมามากจากทั้งเหตุการณ์ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และเหตุการณ์เดือนเมษายน ซึ่งต้องใช้เวลานานและงบประมาณเป็นจำนวนมากในการฟื้นฟูภาพลักษณ์



