ข่าว

สื่อและสังคมไทยสไตล์จีที200กับกรณีแม่น้ำโขง

สื่อและสังคมไทยสไตล์จีที200กับกรณีแม่น้ำโขง

09 มี.ค. 2553

ในสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับข้ารัฐการระดับสูงของประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งในลุ่มน้ำโขง ซึ่งข้ารัฐการท่านนี้มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องระบบน้ำของทั้งประเทศของเขา

 หนึ่งในประเด็นการสนทนาเลี่ยงไม่พ้นที่จะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ข่าวทางฝั่งไทยนั้นกล่าวว่าลดลงมากที่สุดในรอบ 50 ปี และเต็มไปด้วยการ "คาดว่า" น่าจะมีที่มาจากจีน

 ข้ารัฐการระดับสูงท่านนั้นค่อนข้างสงวนท่าทีที่จะบอกว่าเรื่องราวของการที่น้ำในแม่น้ำโขงลดลงนั้นสาเหตุมาจากจีนกักน้ำ

 ท่านกล่าวว่าตอนนี้ยังรอข้อมูลอยู่ เพราะข้อมูลยังไม่เพียงพอในการตอบคำถามดังกล่าว

 ในเรื่องเดียวกันนี้ ผมก็ว่าดีที่อย่างน้อยนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยไม่โหนกระแสตามสื่อและสังคมไทยสไตล์จีที 200 มากนักจากคำสัมภาษณ์ที่ค่อนข้างระมัดระวัง โดยไม่รีบฟันธงว่าเรื่องราวของการลดลงของระดับน้ำมีสาเหตุมาจากประเทศจีน

 รวมทั้งก็ยังดีที่มีการนำเสนอความคิดเห็นของนักวิชาการอาวุโสทางด้านการพยากรณ์อากาศที่เสนอว่าบางทีเรื่องราวทั้งหมดอาจจะมาจากสภาพดินฟ้าอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป มากกว่าเรื่องว่าจีนพยายามกักน้ำ

 ผมคิดว่าประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่ว่า ในห้วงขณะที่เรายังไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร เรามีท่าทีต่อการแสวงหาความจริงอย่างไร ?

 หรือว่าในสังคมเรานั้น เราไม่ต้องคิดว่าจะต้องแสวงหาความจริงกันเลย? เพราะเราเชื่อไปแล้วว่าจริง!!!

 เรื่องยังไม่จบแค่นี้ เพราะเรื่องที่มีมากกว่านี้ก็คือความรู้สึกเรื่องตัวตนของความเป็นชาติ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกว่าเรามีตัวตนและใครเป็นคนอื่น (ที่ไม่ใช่เรา) เท่านั้น

 แต่เป็นความรู้สึกไปอีกขั้นที่ว่าตัวตนของเรานั้นยิ่งใหญ่ ไม่ต้องกลัวใคร และพร้อมจะกล่าวหาผู้อื่นอย่างเปิดเผย

 บางครั้งเราก็โชคดีนะครับ ที่ไม่มีใครเขาเอาเรื่องเอาราว กับท่าทีที่ไม่รู้เอาที่ไหนมามั่นใจ แบบที่เราๆ เป็นกันอยู่เนี่ย

 แต่ถ้าเขาเอาข้ออ้างมาเอาเรื่องเราเมื่อไหร่ ก็ไม่ยากเลยครับ เพราะหลักฐานการตีพิมพ์และเผยแพร่ของเรามีอยู่โดยตลอด เหมือนยุคที่ผ่านมาที่สื่อเรากับสื่อเพื่อนบ้านนั้นแหละครับ

 อีกสักพักก็คงจะรู้เรื่องกันหรอกครับว่าประเทศที่เราด่าเขาหรือ "สงสัยโดยไม่สำรวจ" นั่นน่ะเขาไม่เคยถูกจัดอยู่ใน "ประเทศเพื่อนบ้าน" ของเรา ที่จะเขียนอะไรก็ได้ หรือคิดว่าจะไปสร้างภาพความเป็นผู้ด้อยกว่าให้แก่เขา

 สรุปว่าความจริงถ้าอยากรู้ก็พยายามกันต่อไป ส่วนท่าทีในการแสดงความเห็นก็ต้องมีเช่นกัน ในกรณีที่เรายังไม่รู้ หรือแม้ว่าวันหนึ่งเราจะรู้ความจริง เราก็จะต้องมีท่าทีเช่นกัน เพราะขนาดประเทศที่ใหญ่กว่าเราเวลาที่มีท่าทีกับประเทศดังกล่าวก็ไม่สามารถใช้วิธีแบบที่เราพูดถึงหรืออธิบายกันแบบที่เป็นอยู่นั่นแหละครับ

 เย็นไว้ครับเย็นไว้...อย่าลืมว่าปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับความเป็นไปที่ชายแดน เรามักชอบใช้มุมมองจากศูนย์กลางในการมอง ประเมิน และตัดสิน แต่คนที่อยู่ตรงชายแดนมักจะได้รับผลกระทบเสมอครับ