
กรณ์ยอมรับประชาชนแห่กักตุนเงินสดหวั่นม็อบแรง
รมว.คลัง ยอมรับ ปชช. ตื่น สถานการณ์เกือบถึงขั้นวิกฤติ แห่กักตุนเงินสด หวั่น เกิดความรุนแรง เหตุ นปช. ชุมนุม ยัน เอทีเอ็ม ทุกตู้ใช้การได้ตามปกติ ไม่สั่งปิดสถาบันการเงิน ชี้ จุดไหนเสี่ยง สถาบันการเงิน นั้นๆใช้วิจารณญาณรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินและ
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 8 มี.ค.นายไตรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ นายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง นายอำพล กิตติอำพล เลขาธิการสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช.) นายสถิตย์ ลิ่มพงษ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง และนายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้การธนาคารแห่งประเทศไทย สายเสถียรภาพการเงิน ได้เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง
จากนั้นรมว. คลัง เปิดเผยว่า เป็นการซักซ้อมประเด็นทางเศรษฐกิจหลายประเด็น และเตรียมความพร้อมรองรับเหตุการร์ทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้ โดยเฉพาะความกังวลของพี่น้องประชาชนที่มีในเรื่องของความจำเป็นในแง่การกักตุนไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือสินค้าอุปโภค บริโภคต่างๆ เนื่องจากกังวลว่าอาจมีการใช้ความรุนแรง ประเด็นแรกอยากเรียนฝากถึงทุกคนว่าความกังวลของพี่น้องประชาชนสะท้อนให้เห็นถึงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น จากความกังวลที่มีต่อสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรง เป็นอีกสัญญาณหนึ่งต่อพี่น้องประชาชนทุกๆคนว่า อย่าถูกใช้เป็นเครื่องมือโดยกลุ่มคนไม่กี่คนโดยการที่จะสร้างสถานการณ์สร้างความเดือดร้อนให้กับระชาชนโดยรวม ตอนนี้ประชาชนเริ่มกังวลเกือบถึงขั้นที่จะตื่นตะหนกกันแล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อใคร เป็นการทำลายบ้านของตัวเอง ทำลายประเทศชาติและสร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน
“ ในส่วนของรัฐบาลรวมไปถึงทางธนาคารแห่งประเทศไทย อย่างที่ยืนยันจะไม่มีประเด็นปัญหาในเรื่องของสภาพคล่อง ไม่มีความจำเป็นใดๆทั้งสิ้นที่จะต้องตุนเงินสดไว้ในมือ ไม่ว่าท่านมีความจำเป็นต้องเข้าถึงเงิน ท่านสามารถที่จะกดตู้เอทีเอ็มได้ตามปกติ ถ้าเข้าไปถึงตู้ที่เคยใช้ไม่ได้ เพราะมีการชุมนุมอยู่ใกล้เคียงก็ไปใช้เอทีเอ็มที่อื่นได้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยวันนี้ได้ให้คำยืนยันว่าจะไม่มีประเด็นปัญหาแต่อย่างใด ส่วนประเด็นปัญหาทางเศรษฐกิจด้านอื่นๆหากมีการใช้ความรุนแรงก็ต้องมีผลกระทบต่อระดับความเชื่อมั่น ซึ่งผมกำลังจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อที่จะชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มนักลงทุนที่มีความสำคัญมากที่สุดต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อชักจูงให้ญี่ปุ่นยืนยันระดับความสนใจในการที่จะเป็นนักลงทุนที่มีความสำคัญของไทย แต่ถ้ามีปัญหาทางการเมืองเกิดขึ้นจะทำให้งานของรัฐบาล งานภาคเอกชนทุกภาคส่วนลำบากมากยิ่งขึ้นในการรักษาระดับความเชื่อมั่น สุดท้ายจะส่งผลอย่างปีที่แล้ว ทั้งนี้ ยังมีความหวังว่าทุกคนจะมีสติและรักษาผลประโยชน์สูงสุดไว้โดยไม่ใช้ความรุนแรง ” นายกรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถาบันการเงินจะปิดหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า สถานบันการเงินไม่มีคำสั่งหรือนโยบายที่จะปิดการทำการแต่อย่างใด แต่มีสิทธิ์ที่จะประเมินสถานการณ์เพื่อรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินและพนักงานที่จะเลือกที่จะปิดสำนักงานใดๆ ที่อยู่ภายในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้ ตรงนี้จะเป็นวิจารณญาณของสถาบันการเงินเอง อย่างไรก็แล้วแต่ถ้ามีการประเมินว่าสาขาของธนาคารใดธนาคารหนึ่ง อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงประชาชนคงไม่อยากไปใช้บริการในสาขานั้นๆอยู่แล้ว ก็สามารถไปใช้สาขาอื่นได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความจำเป็นต้องพูดคุยกับนายธนาคารต่างๆ เพื่อรองรับปัญหานี้หรือไม่ รมว. คลัง กล่าวว่า เรียบร้อยหมดแล้ว เขาก็กังวลเหมือนประชาชนทั่วไปไม่อยากเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย ไม่อยากเห็นคนกลุ่มเล็กๆเพียงกลุ่มเดียวสร้างสถานการณ์ขึ้นมาภายใต้การอ้างถึงประชาธิปไตย เพราะตามนิยามใครก็ตามที่ใช้ความรุนแรงไม่ใช่นักประชาธิปไตยอยู่แล้ว ไม่สามารถที่จะนำมาอ้างถึงการต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตยได้มันเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกัน ครั้งนี้ตนมั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการเห็นการใช้ความรุนแรง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่ 12 มีนาคมนี้ไม่มีการสั่งปิดธนาคารใน กทม.ใช่หรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ไม่มี ธนาคารแต่ละแห่งสามารถประเมินสถานการณ์ และใช้วิจารณญาณของตัวเองในการปิดได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ประเมินผลข้างเคียงเศรษฐกิจหรือไม่ ในวันศุกร์หรือวันจันทร์ตลาดหุ้นจะมีปัญหาแดงทั้งกระดานหรือเปล่า รมว. คลัง กล่าวว่า แล้วแต่สถานการณ์ คิดว่าความเข้าใจถึงสถานการณ์บ้านเมืองของนักลงทุนในประเทศไทย ก็มีมากสะสมมาหลายปีตราบใดที่เป็นการชุมนุมโดยไม่มีการใช้ความรุนแรง แต่เป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ คิดว่าไม่มีปัญหาใดๆและจะทำให้นักลงทุนโล่งอกโล่งใจทำให้ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยขยับไปในทิศทางบวกได้ด้วยซ้ำไปในสัปดาห์หน้า
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเกิดภาวะฉุกเฉินต้องมีการปิดการซื้อขายหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ณ วันนี้ไม่มีมาตรการใดๆทั้งสิ้น การใช้ พรบ.ฉุกเฉินเป็นเรื่องการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยทรัพย์สินพี่น้องประชาชนเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าสถานการณ์รุนแรงเศรษฐกิจจะไปกระทบเศรษฐกิจมากขนาดไหน ถึงขั้นฉุดจีดีพีที่ประเมินไว้ ให้ต่ำกว่า 4.7 หรือไม่ รมว. คลัง กล่าวว่า บ้านเราเพิ่งพาอันดับแรกอุตสาหกรรมส่งออก การลงทุน อุตสาหกรรมการบริการ การท่องเที่ยว เพิ่งพาพี่น้องประชนคนไทย ที่ให้มีกำลังซื้อในการจับจ่ายใช้สอย หากเกิดจลาจลมีการเสียเลือดเนื้อในช่วงสัปดาห์นี้จะกระทบกับทุกภาคส่วน ส่วนจะกระทบต่อความสามารถในการขยายตัวต่อเศรษฐกิจโดยรวมอย่างไรคงประเมินยาก แต่น่าเสียดายตัวเลขเศรษฐกิจตอนนี้กำลังดีวันดีคืน รอสักพักคงมีการเลือกตั้ง การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยของบ้านเรา ฉะนั้นไม่มีเหตุผลใดๆนอกจากผลประโยชน์ส่วนตัวของคนไม่กี่คน ที่จะสร้างสถานการณ์ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนทุกประเทศ อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวเศรฐกิจเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องหาวิธีให้ประเทศชาติยืนอยู่ได้ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดๆขึ้น อย่างที่เรียนเสียดายโอกาส เสียดายเวลา เสียดายความอยู่ดีเป็นสุขของพี่น้องประชาชน



